ฉีดโบท็อกรักแร้

ฉีดโบท็อกรักแร้

ใครที่กำลังมีปัญหารักแร้เปียก กลิ่นตัวแรง จนหมดความมั่นใจ และกำลังมองหาวิธีแก้ไข การ“ฉีดโบท็อกรักแร้” ลดเหงื่อ หนึ่งในวิธีหนึ่งที่หมอแนะนำ ราคาไม่แพง และขั้นตอนไม่ยุ่งยาก 

ฉีดโบท็อกรักแร้ ลดเหงื่อ ลดกลิ่นได้อย่างไร ? อยู่ได้นานแค่ไหน ? รวมถึงวิธีอื่นๆ ที่ช่วยลดเหงื่อ ลดกลิ่น ใครเหมาะกับวิธีไหน สามารถศึกษาข้อมูล ข้อดี ข้อเสีย ของแต่ละหัตถการที่สนใจได้ในบทความนี้ครับ

ฉีดโบท็อกรักแร้ ลดเหงื่อ

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เหงื่อเกิดจากอะไร? เพื่อที่จะได้ประเมินและวางแผนวิธีการรักษา ให้เหมาะกับแต่ละบุคคลครับ 

 “เหงื่อ” เกิดขึ้นจากกระบวนการทำงานของร่างกาย ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนสารอาหารที่คนเรากินไป ให้กลายเป็นพลังงาน ส่งผลให้ร่างกายเกิดความร้อน และร่างกายก็จะมีกลไกในการระบายความร้อนที่เกิดขึ้นนั้น ให้ออกมาในรูปแบบของ เหงื่อ เรียกได้ว่าเป็นการถ่ายเทความร้อนที่เกิดจากกระบวนการต่าง ๆ ในร่างกายของเราครับ

หากในคนที่มีเหงื่อออกมากเกินไป ในทางการแพทย์เรียกว่า ภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ (Hyperhidrosis) อาจมีลักษณะเหงื่อออกมากทั่วตัว หรือเหงื่อออกมากเฉพาะที่ เช่น รักแร้ ผ่ามือ ผ่าเท้า จึงกลายเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิต และยังทำให้เสียความมั่นใจอีกด้วย ซึ่งวิธีแก้ไขปัญหาเหงื่อใต้วงแขน ที่หลายคนยังไม่ทราบก็คือ การฉีดโบท็อกรักแร้

เหงื่อออกผิดปกติ-Hyperhidrosis

(ลักษณะต่อมเหงื่อ)

การฉีดโบท็อกรักแร้ คือ การฉีดโบท็อก สารโบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum toxin type A) เข้าไปที่บริเวณรักแร้ ข้างละ 50 – 100 ยูนิต จำนวน 20 – 30 จุด เพื่อไปยับยั้งการทำงานของต่อมเหงื่อและกลิ่นกาย บริเวณใต้วงแขนให้ทำงานได้น้อยลง ช่วยให้สามารถลดปริมาณเหงื่อออกที่ใต้รักแร้ได้มากกว่า 80% และสามารถช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นตัว อันไม่พึงประสงค์ได้อีกด้วย

ด้านผลลัพธ์หลังฉีดโบท็อก เหงื่อจะเริ่มลดลงตั้งแต่ช่วง 1 – 3 วันแรกครับ หลังจากนั้นรักแร้จะค่อยๆ แห้งสนิท โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ ส่วนผลการรักษาจะอยู่ได้ประมาณ  3 – 5 เดือน ต่อการรักษาแต่ละครั้ง

บทความแนะนำ

ฉีดโบท็อก คืออะไร อันตรายไหม ?

นอกจากการฉีดโบท็อกรักแร้ ยังมีวิธีอื่นๆ ที่สามารถช่วยลดเหงื่อได้เช่นกัน ดังนี้ครับ

ฉีดโบท็อกรักแร้ ลดเหงื่อ

เหงื่อออกผิดปกติ-Hyperhidrosis

(ลักษณะต่อมเหงื่อ)

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เหงื่อเกิดจากอะไร? เพื่อที่จะได้ประเมินและวางแผนวิธีการรักษา ให้เหมาะกับแต่ละบุคคลครับ 

 “เหงื่อ” เกิดขึ้นจากกระบวนการทำงานของร่างกาย ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนสารอาหารที่คนเรากินไป ให้กลายเป็นพลังงาน ส่งผลให้ร่างกายเกิดความร้อน และร่างกายก็จะมีกลไกในการระบายความร้อนที่เกิดขึ้นนั้น ให้ออกมาในรูปแบบของ เหงื่อ เรียกได้ว่าเป็นการถ่ายเทความร้อนที่เกิดจากกระบวนการต่าง ๆ ในร่างกายของเราครับ

หากในคนที่มีเหงื่อออกมากเกินไป ในทางการแพทย์เรียกว่า ภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ (Hyperhidrosis) อาจมีลักษณะเหงื่อออกมากทั่วตัว หรือเหงื่อออกมากเฉพาะที่ เช่น รักแร้ ผ่ามือ ผ่าเท้า จึงกลายเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิต และยังทำให้เสียความมั่นใจอีกด้วย ซึ่งวิธีแก้ไขปัญหาเหงื่อใต้วงแขน ที่หลายคนยังไม่ทราบก็คือ การฉีดโบท็อกรักแร้

การฉีดโบท็อกรักแร้ คือ การฉีดโบท็อก สารโบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum toxin type A) เข้าไปที่บริเวณรักแร้ ข้างละ 50 – 100 ยูนิต จำนวน 20 – 30 จุด เพื่อไปยับยั้งการทำงานของต่อมเหงื่อและกลิ่นกาย บริเวณใต้วงแขนให้ทำงานได้น้อยลง ช่วยให้สามารถลดปริมาณเหงื่อออกที่ใต้รักแร้ได้มากกว่า 80% และสามารถช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นตัว อันไม่พึงประสงค์ได้อีกด้วย

ด้านผลลัพธ์หลังฉีดโบท็อก เหงื่อจะเริ่มลดลงตั้งแต่ช่วง 1 – 3 วันแรกครับ หลังจากนั้นรักแร้จะค่อยๆ แห้งสนิท โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ ส่วนผลการรักษาจะอยู่ได้ประมาณ  3 – 5 เดือน ต่อการรักษาแต่ละครั้ง

บทความแนะนำ

ฉีดโบท็อก คืออะไร อันตรายไหม ?

นอกจากการฉีดโบท็อกรักแร้ ยังมีวิธีอื่นๆ ที่สามารถช่วยลดเหงื่อได้เช่นกัน ดังนี้ครับ

1. ใช้ผลิตภัณฑ์ ลดเหงื่อ ลดกลิ่น

ผลิตภัณฑ์ลดเหงื่อมีทั้งในรูปแบบของโรลออน สเปรย์ ครีม หรือชนิดแท่งครับ มักใช้ในช่วงเวลากลางคืน เพื่อช่วยให้รักแร้สะอาดและเเห้งอยู่เสมอ เพราะต่อมเหงื่อจะทำงานน้อยลงในขณะหลับ วิธีนี้จะช่วยให้ตัวยาระงับเหงื่อซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย

ผลิตภัณฑ์ส่วนมากจะมีส่วนประกองของโลหะ เช่น อลูมิเนียมคลอไรด์ (Aluminium Chloride) ซึ่งจะไปอุดท่อต่อมเหงื่อ ลดการหลั่งเหงื่อ ทำให้ผิวหนังแห้งและแบคทีเรียที่ก่อกลิ่นตัวเติมได้ไม่ดี

ด้านผลลัพธ์การใช้ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล และต้องใช้เป็นประจำครับ ควรเลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และมีฉลากภาษาไทยแสดงอย่างละเอียด บางรายอาจเกิดการระคายเคือง ในคนที่มีภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ วิธีนี้อาจจะไม่ค่อยได้ผลมากครับ

2. เลเซอร์ลดต่อมเหงื่อ

เลเซอร์รักแร้ เป็นอีกทางเลือกลดเหงื่อ โดยในปัจจุบันมีเลเซอร์ลดต่อมเหงื่อหลายรูปแบบครับ เช่น miraDry, Ultra Dry  เป็นการใช้คลื่นความร้อนที่เฉพาะเจาะจง เข้าไปในผิวบริเวณรักแร้แล้วปล่อยพลังงานออกไปที่ชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน เพื่อทำลายต่อมเหงื่อ เมื่อจำนวนต่อมเหงื่อลดลง เหงื่อจึงมีปริมาณน้อยลงครับ เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการแพ้โรลออน หรือสารเคมีอื่นๆ

3. ผ่าตัดต่อมเหงื่อ

การผ่าตัด คือการเลาะต่อมเหงื่อออกไป หรือมีการผ่าตัดเส้นประสาทที่มาเลี้ยงต่อมเหงื่อเพื่อให้สั่งงานลดลงครับ สามารถลดต่อมไขมันได้ประมาณ 95% ขั้นตอนคือ แพทย์จะทำการปิดแผลที่รักแร้ตามแนวรอยพับของรักแร้ ตัดต่อมเหงื่อออก แล้วเย็บปิดแผล

ข้อดี – ข้อเสีย ฉีดโบท็อกรักแร้ vs เลเซอร์ vs ผ่าตัด

ฉีดโบท็อกรักแร้

ข้อดี : ฉีดโบท็อกรักแร้ สามารถช่วยลดเหงื่อและกลิ่นตัวได้กว่า 80% จึงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อเหงื่อน้อยลงก็จะทำให้กลิ่นตัวก็จะลดลงไปด้วยครับ

  1.  ไม่ต้องผ่าตัด ไม่เจ็บ ไม่มีแผลเป็น 
  2.   ช่วยลดปัญหากลิ่นใต้วงแขน 
  3.   ราคาไม่แพง 
  4.  ไม่ต้องเตรียมตัว 
  5.   หลังทำไม่ต้องพักฟื้น ทำแล้วสามารถกลับบ้านได้เลย

ข้อเสีย : การฉีดโบท็อกรักแร้ไม่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาเหงื่อและกลิ่นตัวได้ถาวร เนื่องจากเป็นเพียงการฉีดสารเข้าไปลดการทำงานของต่อมเหงื่อ ต่อมกลิ่นเท่านั้น ซึ่งถ้าทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง ก็สามารถอยู่ได้นาน 3 – 5 เดือน จากนั้นสารโบทูลินัมท็อกซินจะสลายไปเองตามธรรมชาติ

เลเซอร์ ลดต่อมเหงื่อ

ข้อดี : หมาะกับคนที่กลัวเข็ม ไม่ต้องนอนพักฟื้นให้เสียเวลา  ไม่เกิดแผลเป็น

ข้อเสีย : ไม่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาเหงื่อและกลิ่นตัวได้ถาวร และต้องรับการรักษาซ้ำประมาณ 2 – 3 ครั้ง ทุก 1 – 2 สัปดาห์

การผ่าตัด ต่อมเหงื่อ

ข้อดี : เป็นวิธีที่ช่วยลดเหงื่อได้ถาวรครับ

ข้อเสีย : มาจากผลของการผ่าตัด เจ็บตัว อาจเกิดแผลเป็น และราคาค่อนข้างแพง และยังเป็นการลดเหงื่อเฉพาะบริเวณนั้น

ฉีดโบท็อกรักแร้อยู่ได้นานแค่ไหน?

เมื่อฉีดโบท็อกรักแร้แล้ว หลังจากนั้นจะใช้เวลาประมาณ 3 – 7 วัน เหงื่อจะค่อย ๆ ลดลง แต่หากคนที่ต้องเจอกับสภาพอากาศร้อน อาจส่งผลให้ร่างกายผลิตเหงื่อออกมาเร็วกว่าปกติได้

โดยปกติแล้ว การฉีดโบท็อกอยู่ได้นานประมาณ 3 – 5 เดือน จึงจะหมดฤทธิ์ หากต้องการผลต่อเนื่อง 3 – 4 เดือนก็สามารถกลับมาฉีดซ้ำอีกได้ครับ

ฉีดโบท็อกรักแร้ที่ไหนดี?

ใครที่สนใจการฉีดโบท็อกรักแร้ แต่ยังไม่มีข้อมูลว่า ฉีดโบท็อกรักแร้ที่ไหนดี เบื้องต้นหมอแนะนำให้เลือกเข้ารับการรักษากับแพทย์ที่มีประสบการณ์ ภายใต้คลินิกที่ได้มาตรฐานครับ 

  • แพทย์ที่มีประสบการณ์สูง จะสามารถคำนวณปริมาณโบท็อกที่ต้องใช้กับคนไข้แต่ละเคสได้อย่างถูกต้อง  คนไข้รายที่มีเหงื่อออกมากอาจต้องใช้ปริมาณโบท็อกที่มากขึ้น รวมถึงต้องใช้เทคนิคการฉีดที่แม่นยำ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีมากที่สุด
  • คลินิกที่ได้มาตรฐาน ช่วยเพิ่มความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์โบท็อกของแท้ มีคุณภาพ มีการติดตามผลหลังทำ สะอาด ปลอดภัย ลดความเสี่ยงอาการแทรกซ้อนหรือติดเชื้อ
  • มีรีวิว จากผู้ใช้บริการจริง จะช่วยเพิ่มความมั่นใจ และช่วยให้เห็นผลลัพธ์หลังทำ ว่าได้ผลจริงหรือไม่ 

ที่ V Square Clinic หมอเลือกใช้แต่โบท็อกแท้เท่านั้น และมีการแกะกล่อง เปิดขวดใหม่ ดูดยาต่อหน้าคนไข้จนหมด รวมถึงคนไข้สามารถนำกล่องและขวด botox กลับบ้านไปตรวจสอบต่อได้ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นตัวยาของแท้ครับ

โบท็อกรักแร้ ราคาเท่าไหร่?

การฉีดโบท็อกรักแร้ ราคาจะขึ้นอยู่กับว่าเลือกใช้ botox ยี่ห้ออะไรและคุณภาพของโบท็อกที่เลือกใช้ ราคาในการฉีดโบท็อกรักแร้ ที่ V Square Clinic มีดังนี้

ยี่ห้อโบท็อก ราคา ระยะเวลา
Botulax (เกาหลี) 100 ยูนิต / 9,000.- 3 เดือน
Botulax (เกาหลี) 200 ยูนิต / 14,000.- 5 เดือน
Dysport (อังกฤษ) 300 ยูนิต / 18,000.- 3 เดือน
Dysport (อังกฤษ) 600 ยูนิต / 32,000.- 5 เดือน
ยี่ห้อ
โบท็อก
ราคา ระยะ
เวลา
Botulax
(เกาหลี)
100 ยูนิต /
9,000.-
3 เดือน
Botulax
(เกาหลี)
200 ยูนิต /
14,000.-
5 เดือน
Dysport
(อังกฤษ)
300 ยูนิต /
18,000.-
3 เดือน
Dysport
(อังกฤษ)
600 ยูนิต /
32,000.-
5 เดือน
ราคาฉีดโบท็อกรักแร้

หมายเหตุ : โบท็อกยี่ห้อ Dysport ของอังกฤษจะสามารถกระจายตัวเพื่อครอบคลุมต่อมเหงื่อได้ดีกว่า อีกทั้งเหงื่อจะแห้งสนิทมากกว่ายี่ห้ออื่นครับ

โดยสรุป การฉีดโบท็อกรักแร้ ถือเป็นการแก้ปัญหาในระยะสั้นที่ง่าย รวดเร็ว และเห็นผลได้ชัดเจนครับ  ก่อนตัดสินใจฉีดโบท็อกรักแร้ สิ่งสำคัญก็คือ ต้องศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบ เลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือและต้องมั่นใจว่าใช้ โบท็อกแท้ ในการฉีดเท่านั้นครับ

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้ง 16 สาขา หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

Banner_Web_หมอให้คำปรึกษา

สามารถ Comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ