Reading Time: 2 minutes

ฉีดฟิลเลอร์ปาก

“ฉีดฟิลเลอร์ปาก” หนึ่งในเทรนด์ความงามที่กำลังมาแรง ไม่แพ้การฉีดฟิลเลอร์ในส่วนอื่นๆ บนใบหน้า การฉีดฟิลเลอร์ปาก ทำให้มีริมฝีปากที่ดูอวบอิ่มและมีความโดดเด่น อีกทั้งยังช่วยเสริมบุคลิกภาพ ให้น่าเชื่อถือ ฟิลเลอร์ปากได้รับแรงบันดาลใจจากประเทศทางตะวันตก นอกจากทำให้ปากดูอวบอิ่ม มีน้ำมีนวลมากขึ้น ยังช่วยปรับเปลี่ยนรูปปากให้ได้สัดส่วนยิ่งขึ้น และดูอ่อนกว่าวัยได้

ลือกอ่านหัวข้อการฉีดฟิลเลอร์ปาก

ฉีดฟิลเลอร์ปาก ต้องเตรียมตัวอย่างไร

ความโดดเด่นบนใบหน้า ไม่ได้สำคัญเพียงแค่ คิ้ว จมูก ตา เท่านั้น “ปาก” หรือ รูปปาก เป็นอีกอวัยวะหนึ่งที่ช่วยให้หลายท่านดูดี มีบุคลิกภาพที่ดีมากขึ้น

“ การฉีดฟิลเลอร์ปาก ” เป็นนวัตกรรมความงามรูปแบบใหม่ ในการเปลี่ยนรูปทรงปาก ที่ได้รับความนิยมในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา

เนื่องจากรูปปาก จะมีความสัมพันธ์กับช่วงเวลายิ้มและบุคลิกภาพ รูปปากแต่ละแบบจะทำให้การยิ้มของแต่ละคนเปลี่ยนแปลงไปได้ รวมถึงรูปปากที่ไม่สมดุล เช่น บางคนปากคว่ำมองดูแล้วไม่เป็นมิตรกับใคร ดูมีความทุกข์  หรือบางคนปากบางเกินไปหรือหนาเกินไปจะดูว่าปากเบี้ยว มองดูไม่สวยงาม

หน้าดูเด็กลงด้วยการ “ ฉีดฟิลเลอร์ปาก ”

จากการศึกษาด้าน Anti-Aging เวชศาสตร์ชะลอวัย พบว่าเมื่อเราอายุมากขึ้น ริมฝีปากจะบางลง ซึ่งไม่ใช่บางเฉพาะช่วงริมฝีปากแต่บางลงโดยรอบ และผิวบริเวณริมฝีปากก็บางลงด้วยเช่นกัน

ริมฝีปากที่บางจนเกินไป จะส่งผลให้ดูแก่ มีอายุ หรือเห็นริ้วรอยที่อยู่รอบปากชัดเจนขึ้น ดังนั้นการเปลี่ยนรูปทรงปาก จึงเป็นหัตถการที่ได้รับความสนใจมากในปัจจุบัน

ส่วนใหญ่มี 2 วิธี ที่ได้รับการยอมรับจากทางแพทย์ชั้นนำ

-การผ่าตัดศัลยกรรมปาก เทคนิคนี้ต้องอาศัยผู้ชำนาญการ ทางด้านการทำศัลยกรรมทำการผ่าตัดเปลี่ยนรูปทรงปากโดยเฉพาะ แต่ลักษณะของรูปปากนอกจากความสวยงาม ยังมีเรื่องของเทรนด์

ความนิยมของทรงริมฝีปากเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งในแต่ละปีเทรนด์ทรงริมฝีปาก ก็ได้รับความนิยมแตกต่างกันในบางรายจึงยังไม่อยากตัดสินใจ ผ่าตัดศัลยกรรมปากแบบถาวรโดยทันที อีกทั้งหลังจากการผ่าตัด อาจมีเรื่องของการบวม ช้ำ และอาศัยระยะเวลาในการพักฟื้นนาน

คนไข้ต้องระมัดระวังเรื่องแผลติดเชื้อ เพราะริมฝีปากต้องโดนอาหารและน้ำลาย ดังนั้นต้องระวังรักษาความสะอาด และทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

-การฉีดฟิลเลอร์ปาก  เป็นอีกทางเลือก ที่สามารถเปลี่ยนรูปทรงของปากได้ตามที่คนไข้ต้องการ โดยไม่ต้องอาศัยการผ่าตัด ไม่ต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้น เห็นผลทันที และผลจะชัดเจนขึ้นหลังจากผ่านไปประมาณ 1-2 สัปดาห์

ข้อดี : การฉีดฟิลเลอร์ปาก สามารถเห็นผลได้หลังจากฉีดทันที ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้นนาน และมีโอกาสช้ำเขียวได้น้อย แต่ทั้งนี้ต้องเข้ารับการบริการจากแพทย์ที่มีความชำนาญ

ข้อเสีย : เนื่องจากไม่ใช่การรักษาที่ถาวร ดังนั้นจำเป็นต้องเข้ารับการเติมฟิลเลอร์อยู่บ่อยๆ ทำให้สิ้นเปลืองเวลาและค่าใช้จ่าย โดยเฉลี่ยจะอยู่ได้นานประมาณ 5-6 เดือน ไปจนถึง 1 ปี ปริมาณที่ใช้ฉีดขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล รวมถึงเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ของแพทย์แต่ละท่าน

กรณีคนที่ชอบทานของร้อนเป็นประจำ จะมีส่วนที่ทำให้ฟิลเลอร์นั้นสลายไปได้เร็วกว่าอายุของฟิลเลอร์จริง บางรายอาจมีอาการข้างเคียงบ้าง เช่น บวม เจ็บ แต่จะค่อยๆหายเองภายใน1-2 วัน

ฉีดฟิลเลอร์ปาก ปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน?

สารฟิลเลอร์ ที่นำมาใช้ในการฉีดริมฝีปาก เป็นสารที่มาจากกรดไฮยาลูรอนิก (  Hyaluronic Acid  :HA)  มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำ เพิ่มและปรับขนาดโครงสร้างใต้ชั้นผิวหนัง แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญจะเลือก ฟิลเลอร์ ประเภทที่เป็นสารเนื้อนุ่ม เหมาะสำหรับการฉีดริมฝีปาก

สารฟิลเลอร์ที่นิยมใช้เป็นสารฟิลเลอร์ในกลุ่ม HA คือ Restylane®, JuvedermTM ซึ่งจะช่วยเติมเต็ม ริมฝีปากอย่างเป็นธรรมชาติ ปากมีความชุ่มชื้นอิ่มน้ำมากขึ้น และสามารถฉีดซ้ำได้เมื่อสารเดิมเริ่มสลายตัวไป

ในปัจจุบันมีฟิลเลอร์อยู่ไม่กี่ยี่ห้อ ที่ได้รับการรับรองคุณภาพและมาตรฐานจาก อย. ดังนั้น ก่อนเข้ารับการฉีด ควรสอบถามรายละเอียดในเรื่องของฟิลเลอร์ที่ใช้ ตรวจสอบให้แน่ชัด ก่อนดำเนินการตัดสินใจ ฉีดฟิลเลอร์ปาก

อีกทั้งการฉีดฟิลเลอร์ปาก ต้องเข้ารับการบริการจากแพทย์ ที่มีความรู้ทางด้านศัลยกรรมความงาม ความเชี่ยวชาญในการในการปรับรูปร่างและเสริมแต่งใบหน้า เพื่อให้คุณมีรูปปากที่เหมาะสมได้สัดส่วนรับกับใบหน้า

ดังนั้นคนไข้ที่จะตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ปาก จึงต้องปรึกษาแพทย์ที่มีความชำนาญและเชี่ยวชาญเฉพาะทางโดยตรง เพื่อผลลัพธ์ที่พึงพอใจ และความปลอดภัยสูง

ฉีดฟิลเลอร์ปาก เหมาะกับใครรูปปากแบบไหน

การฉีดฟิลเลอร์ปากเหมาะสำหรับคนไข้ที่มีปัญหามุมปากตก ลักษณะรูปปากที่ไม่ได้สัดส่วน เช่น ริมฝีปากบางเกินไป ริมฝีปากไม่เท่ากัน ปากเปี้ยว เป็นต้น

การฉีดฟิลเลอร์ปาก สามารถเติมเต็มร่องปาก ยกมุมปากให้เป็นทรงสวยขึ้น ในรายที่มุมปากทั้ง 2 ข้าง  ไม่เท่ากัน สามารถปรับริมฝีปากที่บางเกินไปให้ดูอวบอิ่มขึ้นได้ ทำให้ปากดูเซ็กซี่ ขอบปากได้รูปทรงชัดเจน และทาลิปสติกสวยขึ้น

ลักษณะของริมฝีปากที่ดี คือ ริมฝีปากที่อวบอิ่ม สัดส่วนที่ดี คือ ริมฝีปากบนต้องกว้าง 1 ส่วน ริมฝีปากล่างต้องเป็น 1.6 หรือ 1.8 ส่วน เป็นรูปทรง และริมฝีปากบนต้องมีเนื้อปากเล็กน้อย

และริมฝีปากล่างต้องใหญ่กว่า มุมปากทั้งสองข้างต้องมีลักษณะตรง เหมาะสมกับขนาดของใบหน้า เช่น รายที่มีใบหน้าใหญ่ ควรมีรูปปากกว้างรับกับใบหน้า หรือในรายที่มีใบหน้าอ้วนควรมีริมฝีปากหนา รวมถึงริมฝีปากบนและล่างต้องปิดสนิท มีความชุ่มชื้นเป็นธรรมชาติ

ฉีดฟิลเลอร์ปาก ต้องเตรียมตัวอย่างไร

วิธีการเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ปาก ไม่ต่างจากการฉีดฟิลเลอร์ลดริ้วรอย หรือปรับแต่งรูปหน้าด้วยฟิลเลอร์แบบอื่นๆ คือ ไม่มีประวัติแพ้สารไฮยาลูรอนิก ไม่ได้อยู่ในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร หรือมีปัญหาเลือดออกแล้วหยุดยาก เมื่อแพทย์ซักประวัติแล้ว คนไข้ไม่มีปัญหาอะไรสามารถเข้ารับการฉีดได้ทันที

โดยทั่วไปแพทย์ใช้เวลาในการฉีดประมาณ 15-30 นาที ขึ้นอยู่กับความต้องการแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะให้ยาชาบริเวณริมฝีปากก่อน ขณะฉีดอาจจะเจ็บเพียงเล็กน้อย
(ความเจ็บของแต่ละบุคคลไม่เท่ากัน)

บางรายอาจมีอาการเจ็บ คัน แล้วแต่บุคคล จำนวนเข็มที่ฉีดขึ้นอยู่กับ ความหนาของรูปปากที่ต้องการ หลังจากฉีดเสร็จ สามารถกลับบ้านได้ตามปกติ ไม่ต้องพักฟื้น

วิธีการดูแลหลัง ฉีดฟิลเลอร์ปาก

การฉีดฟิลเลอร์ที่ริมปาก จะมีรอยเข็มเป็นจุดเล็กๆแดงๆรอบริมฝีปาก ขึ้นอยู่จำนวนเข็มที่ฉีด อาจมีรอยช้ำและอาการบวมได้ โดยจะหายเองภายใน 1-2 สัปดาห์

สิ่งที่แนะนำหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก คือ ควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มร้อน ๆ หลังฉีด เพราะจะทำให้ปากเกิดอาการบวมอักเสบได้ง่าย และเสียรูปทรงได้ และควรดื่มน้ำเยอะๆ ประมาณ 8 – 16 แก้วต่อวัน เพื่อเพิ่มการอุ้มน้ำ การดื่มน้ำมากๆช่วยให้ฟิลเลอร์ขยายปริมาตรเพิ่มขึ้น อยู่ได้นานขึ้น

ที่สำคัญไม่ควรดึงหนัง หรือลอกริมฝีปาก เพราะจะทำลายผิวริมฝีปาก ยากที่ผิวจะเก็บกักน้ำหรือความชุ่มชื้นไว้ได้

ผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์ปากมีหรือไม่

ในบางรายอาจมีรอยบวมแดงในบริเวณที่ฉีด หรือรู้สึกเจ็บปวดจากอาการบวมได้ ซึ่งจะค่อยๆดีขึ้นประมาณ 3-4 วัน และเข้าที่มากขึ้นประมาณ 1-2 สัปดาห์

กรณีที่พลาดฉีดสารสังเคราะห์ที่ไม่ย่อยสลาย อย่างซิลิโคนเหลวที่ไม่แนะนำให้ฉีดเด็ดขาด ควรรีบพบแพทย์ เพื่อทำการรักษาโดยด่วน เพราะจะก่อให้เกิดอาการอักเสบ และอาจจับตัวเป็นก้อนแข็ง ทำให้ริมฝีปากเสียรูปทรงได้ และมีผลข้างเคียงอื่นๆตามมา

ฉีดฟิลเลอร์แล้วสามารถแก้ไขได้ไหม

คุณสมบัติของสารฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไป จะใช้เวลาในการสลายตัวเองจนหมดประมาณ 1 ปี ในกรณีที่ต้องการจะแก้ไขรูปปาก ก็สามารถทำได้โดยการฉีดสารเอ็นไซม์ไฮยารูโรนิเดส( Hyaluronidase) เพื่อให้สารฟิลเลอร์เดิมค่อย ๆ สลายตัวลง โดยจะเกิดการยุบตัวลง และละลายเป็นน้ำซึมไปตามผิวหนังได้เอง

เมื่อทราบข้อมูลเช่นนี้ใครที่กำลังตัดสินใจ เข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ปากควรให้ความสำคัญกับ สถานพยาบาล หรือเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ และมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์

คนไข้ที่สนใจฉีดฟิลเลอร์ปาก ควรเลือกศึกษาข้อมูลที่มีลูกค้ารีวิวผลลัพธ์ ในคลินิกหรือสถานพยาบาล   ที่มีรีวิวลูกค้าที่เข้ามารับบริการฉีดฟิลเลอร์ เพราะจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ และผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ

พร้อมกับความปลอดภัย อย่าเห็นแก่โปรโมชั่นทางการตลาดมากนักจนละเลยความปลอดภัย เพื่อความอุ่นใจ คลายกังวล มีรูปปากที่ปากอวบอิ่ม สวยงามแบบปลอดภัยและไม่ต้องเจ็บฟรี

สนใจติดต่อสอบถาม V Square Clinic
เปิดบริการทุกวัน 11.00-20.00 น.

หรือโทร : 091-913-7000

FB : fb.com/VsquareClinic
Line@ : @vsquareclinic

ขอบคุณที่อ่านครับ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนครับ
(1 ดาว – น้อย / 5 ดาว – มาก)
[ผู้โหวตทั้งหมด: 3 เฉลี่ย : 5/5]