Reading Time: 2 minutes

ข้อห้ามการฉีดโบท็อก

การปฏิบัติตัวก่อนและหลังการฉีดโบท็อกซ์ เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะทำให้เกิดความปลอดภัย และผลดีกับใบหน้าในภาพรวม ทำให้ใบหน้าเข้ารูป ลบเรือนริ้วรอยอย่างเป็นธรรมชาติ

หลายท่านคงเคยได้ยิน…อาการดื้อโบท็อกซ์ ฉีดโบทอกซ์แล้วอยู่ได้ไม่นาน ฉีดแล้วไม่เห็นผล …ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่า คนไข้ปฏิบัติตัวไม่ถูกต้องทั้งก่อนและหลัง  หรือไม่ทำตามข้อห้ามการฉีดโบท็อกซ์ ทำให้ต้องมาฉีดซ้ำหลายครั้ง  ในบทความนี้จึงรวบรวมทั้งข้อห้าม และสิ่งที่ควรปฏิบัติ เพื่อการดูแลโบท็อกซ์อย่างมีประสิทธิภาพ มาฝากทุกท่าน

เลือกอ่านหัวข้อการฉีดโบท็อก

ข้อห้ามและข้อปฏิบัติในการฉีดโบท็อก

1.สิ่งสำคัญข้อแรก ก็คือ ไม่ควรใช้โบทอกซ์ของปลอมเด็ดขาด เพราะอันตรายมาก ควรเลือกใช้

โบท็อกซ์ของแท้เท่านั้น  วิธีตรวจสอบเบื้องต้นอย่างง่ายๆ คือ การเข้าไปปรึกษาแพทย์ และเลือกสถานบริการที่มีมาตรฐาน

เพราะแพทย์จะแนะนำผลิตภัณฑ์ว่า ใช้โบท็อกซ์ตัวไหน มีคุณสมบัติอย่างไร ราคาเท่าไหร่ วิธีใช้อย่างไร  เช่น แนะนำคนไข้ให้ควรสังเกตว่า โบท็อกซ์มีเลข อย.ไหม วันผลิตวันหมดอายุดูตรงไหน เวลาฉีดควรให้แพทย์แกะกล่องและผสมยาต่อหน้า

หลังฉีดเสร็จ ก็ขอกล่องและขวดกลับบ้าน หรือถ่ายรูปเก็บไว้ เผื่อมีปัญหาเราจะได้มีหลักฐานไว้อ้างอิงได้ โบท็อกที่ดีควรมีการกระจายตัวต่ำ คือ ฉีดจุดไหนอยู่จุดนั้นไม่กระจายตัวไปที่อื่น (ซึ่งโบท็อกซ์ของอเมริกาจะมีค่ากระจายตัวต่ำแต่มีราคาสูงกว่าโบท็อกซ์จากที่อื่น)

วิธีดูโบท็อกแท้ยี่แต่ละยี่ห้อ

2.การผสมน้ำเกลือเจือจางเกินไป เพราะโบท็อกซ์แท้จะมาในขวด รูปแบบเป็นผลึกแห้งๆ เคลือบอยู่ที่ก้นขวดที่เป็นสุญญากาศ ไม่มีน้ำ เวลาใช้ต้องใส่น้ำเกลือลงไปละลายถึงจะดูดออกมาฉีดได้ หากแพทย์ผสมน้ำเกลือที่มีการเจือจางมากเกินไป จะส่งผลทำให้โบท็อกซ์กระจายปลิวไปได้ง่าย

ความเข้มข้นของการผสมน้ำเกลือที่เหมาะสม คือ น้ำเกลือประมาณ 2.6 ซีซี ต่อโบท็อก 100 ยูนิต

เวลาแพทย์จะฉีดโบท็อกซ์ให้ ควรให้ผสมน้ำเกลือต่อหน้า เพราะเราจะได้รู้ว่าคุณหมอผสมไปเท่าไหร่ เข้มข้นหรือเจือจาง และการผสมต่อหน้าทำให้เรามั่นใจว่าเป็นการผสมใหม่ ไม่ใช่ผสมไว้ก่อนแล้วค่อยเอามาฉีด

3.ไม่ควรฉีดโบท็อกซ์ต่อครั้งมากเกินไปหรือน้อยเกินไป การฉีดโบท็อกซ์ต่อครั้งไม่ควรใช้โบท็อกซ์เกิน 300 ยูนิต เพราะว่าจะทำให้ร่างกายสามารถสร้างภูมิต้านทานได้ง่าย ถ้าใช้ในปริมาณที่เหมาะสมจะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย  หากใช้น้อยเกินไปจะทำให้หมดฤทธิ์ง่าย ต้องกลับมาฉีดซ้ำบ่อยๆ ส่วนแต่ละจุดจะใช้กี่ยูนิตคุณหมอจะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสม

4.ฉีดให้ตรงจุด การฉีดโบท็อกซ์ควรฉีดเข้ากล้ามเนื้อโดยตรง หากฉีดเข้าที่อื่นที่ไม่ใช่กล้ามเนื้อจะทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการดื้อยา ทำให้ต้องฉีดโบท็อกซ์บ่อยขึ้น และไม่ได้ผลในครั้งต่อๆไป

5.ในขณะที่ฉีดโบท็อกซ์ ควรลดการไหลเวียนของเส้นเลือดรอบบริเวณที่ฉีด โดยการประคบด้วยความเย็น เพราะความเย็นจะช่วยทำให้โบท็อกซ์อยู่เฉพาะจุดไม่กระจายปลิวออกไป เป็นอีกข้อหนึ่งที่สำคัญที่จะทำให้โบท็อกซ์สลายตัวช้า

6.ควรงดทานอาหารเสริม ประเภทวิตามินอี น้ำมันปลา ยาต้านการอักเสบชนิด NSAIDs และยาแอสไพริน ซึ่งมีผลลดการแข็งตัวของเลือด หรือสมุนไพรที่ทำให้ร่างกายร้อน เช่น โสม   ก่อนการฉีดโบทอกซ์ 1 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเขียวช้ำหลังฉีด

การปฏิบัติตัวหลังฉีดโบท็อกซ์ เพื่อให้โบท็อกซ์สลายช้าที่สุด

เมื่อเราทราบข้อห้ามและข้อปฏิบัติก่อนการฉีดโบท็อกซ์แล้ว เราต้องควรทราบด้วยว่าหลังจากฉีด โบท็อกซ์เสร็จควรต้องปฏิบัติตัวอย่างไร เพื่อทำให้โบท็อกซ์สลายตัวช้าและอยู่ตัวได้นานที่สุด

7.หลังจากฉีดโบท็อกซ์ ควรรีบขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดโบท็อกทันทีสัก 2-3 ครั้ง และหลังฉีดเสร็จทุกจุดแล้ว ควรบริหารกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดโบท็อกอีกประมาณ 30 นาที เพื่อให้เซลล์ประสาทดูดซึม   โบท็อกซ์ไปให้มากที่สุด

ข้อห้ามหลังฉีด คือ หลังจากบริหารกล้ามเนื้อตรงที่ฉีดไม่ควรประคบเย็น เพราะความเย็นจะไปขัดขวางการดูดซึมของเซลล์ประสาท (ไม่เหมือนกับตอนขณะฉีดโบท็อกซ์ ที่ต้องประคบเย็นเข้าช่วย)

8.หลังฉีดโบท็อกซ์ห้ามนอนราบเด็ดขาด ประมาณ 3 ชั่วโมง และห้ามก้มหน้าต่ำกว่าหัวใจ เพราะการนอนราบและการก้มหน้าต่ำกว่าหัวใจ จะทำให้เลือดไหลเวียนที่บริเวณใบหน้าเยอะ ส่งผลทำให้โบท็อกซ์ปลิว

นอกจากนี้ ความร้อนก็เป็นอีกสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้โบท็อกสลายไว ดังนั้นจึงควรงดออกกำลังกายหนักๆประมาณ 2 วัน ไม่ควรอบซาวด์น่าหรือโดนความร้อนเป็นเวลานาน และไม่ควรทำเลเซอร์ หลังการฉีดโบท็อกซ์ประมาณ 2 สัปดาห์ด้วย

9.ห้ามกินและห้ามทำสิ่งต่อไปนี้ หลังจากฉีดโบท็อกซ์ 14 วัน เพราะจะส่งผลให้โบท็อกซ์สลายเร็วได้

ห้ามกินอาหารที่มีรสเผ็ด รสจัด ทำให้แสบๆร้อน

ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด

ห้ามสูบบุหรี่ เพราะสารในบุหรี่ จะให้หลอดเลือดขยายตัว

ห้ามกินอาหารที่ต้องกินร้อนๆ หน้าเตาเป็นเวลานาน เช่น อาหารปิ้งย่าง

ห้ามกินอาหารหมักดอง

บางคนอาจจะทำไม่ได้ เพราะเป็นสิ่งที่ทำเป็นประจำ หรือกินเป็นประจำอยู่แล้ว แต่เพื่อไม่ให้โบท็อกสลายเร็วเกินไป อย่างน้อยๆ ถ้างดไม่ได้ 14 วัน ก็ควรงดสิ่งเหล่านี้อย่างน้อยสัก 2 วัน หลังฉีด

อย่านวดกดบริเวณที่ฉีดโบท็อกซ์ เช่น สวมหมวกกันน็อค นวดหน้า หากต้องการจะไปนวดหน้า ต้องรอประมาณ 2 สัปดาห์ สามารถทำได้ตามปกติ นอกจากข้อห้ามและข้อปฏิบัติ ก่อนและหลังการฉีดโบท็อกซ์ ที่ต้องทำตามอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้ โบท็อกซ์ปลิว โบท็อกซ์สลายไปเร็วแล้ว

ควรไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง และดูแลตัวเองตามที่แพทย์แนะนำ เพื่อที่จะทำให้ได้ผลลัพธ์การฉีดโบท็อกซ์ออกมาดี เป็นที่น่าพอใจ และได้โครงหน้าสมส่วน

(V Square Clinic เรามีทีมแพทย์ พร้อมให้คำแนะนำและปรึกษาสอบถามทุกคำถามฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย)

การปฏิบัติตัวหลังฉีดโบท็อกซ์ เพื่อให้โบท็อกซ์สลายช้าที่สุด

เมื่อเราทราบข้อห้ามและข้อปฏิบัติก่อนการฉีดโบท็อกซ์แล้ว เราต้องรู้ควรทราบด้วยว่าหลังจากฉีดโบท็อกซ์เสร็จแล้วเราต้องปฏิบัติยังไงตัวอย่างไร โบท็อกถึซ์จึงจะสลายตัวช้าที่สุด และอยู่ตัวได้นานที่สุดด้วยค่ะ

7.หลังจากฉีดโบท็อก เราควรรีบขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดโบท็อกทันทีสัก 2-3 ครั้ง และหลังฉีดเสร็จทุกจุดแล้ว บริหารกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดโบท็อกอีกประมาณ 30 นาที เพื่อให้เซลล์ประสาทดูดซึมโบท็อกซ์ไปให้มากที่สุด

แต่มีข้อห้ามหลังฉีดคือ หลังจากบริหารกล้ามเนื้อตรงที่ฉีดแล้วไม่ควรประคบเย็นเพราะความเย็นจะไปขัดขวางการดูดซึมของเซลล์ประสาท ไม่เหมือนกับตอนขณะฉีดโบท็อกซ์ที่ต้องประคบเย็นเข้าช่วย

8.หลังฉีดโบท็อกซ์ห้ามนอนราบเด็ดขาด ประมาณ 3 ชั่วโมง และห้ามก้มหน้าต่ำกว่าหัวใจ เพราะการนอนราบและการก้มหน้าต่ำกว่าหัวใจจะทำให้เลือดไหลเวียนที่บริเวณใบหน้าเยอะ ส่งผลทำให้โบท็อกซ์ปลิ

นอกจากนี้ความร้อนก็เป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้โบท็อกสลายไว ดังนั้นนอกจากไม่ควรนอนราบและก้มหน้าต่ำกว่าหัวใจแล้ว ควรงดออก ไม่ควรออกกำลังกายหนักๆ ไม่ควรอบซาวด์น่า และทำเลเซอร์ หลังการฉีดโบท็อกซ์ด้วย

9.ห้ามกินและห้ามทำสิ่งต่อไปนี้ หลังจากฉีดโบท็อก 14 วัน เพราะจะส่งผลให้โบท็อกสลายเร็วได้

  • ห้ามกินอาหารที่มีรสเผ็ด รสจัด ทำให้แสบๆร้อน
  • ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
  • ห้ามสูบบุหรี่ เพราะสารในบุหรี่จะให้หลอดเลือดขยายตัว
  • ห้ามกินอาหารที่ต้องกินร้อนๆหน้าเตาเป็นเวลานาน เช่น อาหารปิ้งย่าง
  • ห้ามกินอาหารหมักดอง

บางคนอาจจะทำไม่ได้ เพราะเป็นสิ่งที่ทำเป็นประจำ หรือกินเป็นประจำอยู่แล้ว แต่เพื่อไม่ให้โบท็อกสลายเร็วเกินไป อย่างน้อยๆ ถ้างดไม่ได้ 14 วัน ก็ควรงดสิ่งเหล่านี้อย่างน้อยสัก 2 วัน หลังฉีดก็ได้ค่ะ

อย่านวดกด บริเวณที่ฉีดโบท็อกซ์ เช่น สวมหมวกกันน็อค นวดหน้า  หากต้องการจะไปนวดหน้าต้องรอประมาณ 2สัปดาห์ สามารถทำได้ตามปกติ

นอกจากข้อห้ามและข้อปฏิบัติ ก่อนและหลังการฉีดโบท็อกที่ต้องทำตามอย่าเคร่งครัด เพื่อไม่ให้โบท็อกปลิว โบท็อกสลายไปเร็วแล้ว ก็ควรจะไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง และดูแลตัวเองตามที่แพทย์แนะนำเป็นอย่างดี เพื่อที่จะทำให้ได้ผลลัพธ์ออกมาดีเป็นที่น่าพอใจ สวยเป๊ะ ตามที่ต้องการ และไม่มีอันตราย

ถ้าไม่รู้จะไปฉีดโบท็อก ที่ไหนดีละก็ ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ ฉีดโบท็อกที่ไหนดี ก่อนฉีดควรพิจารณาอะไรบ้าง ถ้าไม่อยากดื้อโบท็อกต้องอ่าน !

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องกับการฉีดโบท็อก

เป็นยังไงกันบ้างสำหรับ 9 ข้อห้ามการฉีดโบท็อก หวังว่าบทความนี้คงจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะคะ สำหรับวันนี้ขอตัวลาไปก่อน สวัสดีค่ะ

สนใจติดต่อสอบถาม V Square Clinic
เปิดบริการทุกวัน 11.00-20.00 น.

หรือโทร : 091-913-7000

FB : fb.com/VsquareClinic
Line@ : @vsquareclinic

  

ขอบคุณที่อ่านครับ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนครับ
(1 ดาว – น้อย / 5 ดาว – มาก)
[ผู้โหวตทั้งหมด: 9 เฉลี่ย : 4.4/5]