ฟิลเลอร์คืออะไร

ฟิลเลอร์ Filler

ฟิลเลอร์ คือ การฉีดสารเติมเต็มผิวประเภทไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) สารตัวนี้มีคุณสมบัติช่วยกักเก็บน้ำและความชุ่มชื้น (Hydration) เติมเต็มหรือเสริมในชั้นผิวหนังและเพิ่มความยืดหยุ่นใต้ผิวหนัง (Increase Elasticity) เต่งตึง ดูสุขภาพดี เรียบเนียนและช่วยลดริ้วรอยได้ครับ

(ตัวอย่างการจำลองการฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มในชั้นผิว)

อีกคุณสมบัติอย่างหนึ่งของฟิลเลอร์คือ ไม่เพียงแต่ช่วยเติมเต็มร่องลึกอย่าง ร่องแก้ม ใต้ตา ขมับ เท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาใช้ในการปรับแก้ไขรูปหน้าให้สวยงาม เช่น ปรับคางให้ดูยาวขึ้น แก้ปัญหาคางตัด คางถอย และช่วยปรับรูปปากกระจับ ปากสายฝอ ปากสายเกา และทรงอื่นๆ ตามต้องการได้อีกด้วย

สำหรับใครที่อยากรู้ข้อมมูลเพิ่มเติมหมอจะให้ข้อมูลแบบเจาะลึก เกี่ยวกับฟิลเลอร์ มีกี่ประเภท? ฉีดตรงไหนได้บ้าง? แต่ละยี่ห้อเหมาะกับการฉีดจุดไหน? พร้อมตอบคำถามที่หลายคนสงสัย ในบทความนี้ครับ

เลือกอ่านหัวข้อการฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์มีกี่ประเภท ?

ฟิลเลอร์ (filler) ในทางการแพทย์ จะหมายถึง “สารฉีดเติมเต็ม” และในความหมายที่คนทั่วไปเข้าใจจะหมายถึงการฉีดฟิลเลอร์เพื่อเสริมความงามครับ ซึ่งหลักๆ แล้ว ฟิลเลอร์ที่ใช้เพื่อเสริมความงามจะมีด้วยกันอยู่ 2 ประเภท คือแบบ  Permanent fillers และ Non permanent fillers

1. Permanent fillers

 Permanent fillers เป็นฟิลเลอร์ที่อยู่แบบถาวรครับ อยู่ถาวรในที่นี้คือไม่สามารถสลายได้ หรืออธิบายแบบให้เข้าใจง่ายๆ คือเป็นฟิลเลอร์ปลอมที่ไม่ผ่าน อย.ไทยนั่นเองครับ เช่น Biosynthetic polymers จำพวกซิลิโคนเหลว,Calcium hydroxylapatite, polymethylmethacrylate เป็นต้น

ปัจจุบันฟิลเลอร์จำพวกนี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสารอันตราย คือเมื่อฉีดเข้าไปแล้วจะส่งผลเสียในรูปแบบต่างๆ เช่น ฉีดแล้วแข็งเป็นก้อน หรือไหลไปรวมกันเป็นกองในจุดอื่นที่ไม่ได้ฉีด จนยึดติดกับผิวและกลายเป็นพังผืดในที่สุด วิธีแก้ไขคือต้องผ่าออก หรือขูดออกเท่านั้น ไม่สามารถฉีดสลายได้ ไม่ปลอดภัย และหมอไม่แนะนำให้ใช้ครับ

2. Non permanent fillers

Non permanent fillers เป็นฟิลเลอร์ที่สามารถละลายได้ ตัวที่นิยมฉีดและได้รับการรับรองว่าปลอดภัย และเป็นฟิลเลอร์กลุ่มเดียวที่ผ่านอยฺ.ของไทย คือ  HA (Hyaluronic Acid) หรือที่เราเรียกกันว่า ไฮยาลูรอนหรือกรดไฮยาลูรอนิคนั่นเองครับ

HA (Hyaluronic Acid) เป็นฟิลเลอร์ที่ปลอดภัยและได้รับความนิยมมากที่สุด มีใช้แพร่หลายทั่วโลกสามารถย่อยสลายได้เอง และฉีดเติมใหม่ได้เรื่อยๆ เพราะโดยปกติแล้วร่างกายของคนเรามี สาร Hyaluronic Acid อยู่ในผิวหนัง เมื่อเรามีอายุมากขึ้น จำนวนคอลลาเจนก็ลดน้อยลง ผิวหนังชั้น SMAS ก็เปลี่ยนไป และ Retaining ligament หรือเส้นเอ็นยึดผิวต่างๆ ก็หย่อนคล้อยลง เราจึงสร้างสิ่งอื่นขึ้นมาทดแทน และสิ่งนั้นฟิลเลอร์นั่นเองครับ

ฟิลเลอร์ในทางการแพทย์ หมายถึง สารฉีดเติมเต็ม

ฉีดฟิลเลอร์ บริเวณไหนได้บ้าง ?

โดยทั่วไปนิยมฉีดฟิลเลอร์ บริเวณใบหน้าที่มีปัญหาริ้วรอย ร่องลึก หรือส่วนที่มีการยุบตัวของกระดูกเมื่ออายุมากขึ้นครับ ทั้งใต้ตา ร่องแก้ม คาง ปาก รวมไปถึงการฉีดเพื่อเสริมโหงวเฮ้ง เช่น หน้าผากหรือขมับ แต่ไม่ว่าจะต้องการฉีดเพื่อความสวยงามหรือเพื่อเสริมโหงวเฮ้ง ควรให้หมอช่วยประเมินเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเหมาะสม เข้ากับใบหน้าครับ

ฉีดฟิลเลอร์ บริเวณไหนได้บ้าง ?

ฟิลเลอร์ในทางการแพทย์ หมายถึง สารฉีดเติมเต็ม

โดยทั่วไปนิยมฉีดฟิลเลอร์ บริเวณใบหน้าที่มีปัญหาริ้วรอย ร่องลึก หรือส่วนที่มีการยุบตัวของกระดูกเมื่ออายุมากขึ้นครับ ทั้งใต้ตา ร่องแก้ม คาง ปาก รวมไปถึงการฉีดเพื่อเสริมโหงวเฮ้ง เช่น หน้าผากหรือขมับ แต่ไม่ว่าจะต้องการฉีดเพื่อความสวยงามหรือเพื่อเสริมโหงวเฮ้ง ควรให้หมอช่วยประเมินเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเหมาะสม เข้ากับใบหน้าครับ

ฟิลเลอร์ อันตรายไหม

อย่างที่หมอบอกว่าฟิลเลอร์ที่ปลอดภัย และนิยมใช้มากที่สุดคือ HA เป็นสารโพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharide) สร้างเลียนแบบสารที่มีในร่างกายมนุษย์ตามธรรมชาติ มีความปลอดภัยสูงมาก ฟิลเลอร์ HA จึงเป็นที่นิยมใช้ในคลินิกความงามครับ

เมื่อมั่นใจว่าฟิลเลอร์ที่นำมาฉีดเป็นฟิลเลอร์ HA แท้ ต่อมาที่ต้องระวังคือเทคนิคการฉีดของแพทย์ครับ ต้องเลือกฉีดกับแพทย์มีประสบการณ์ ใช้เทคนิคการฉีด เทคนิคการใช้เข็มที่ถูกต้อง เพื่อระวังไม่ให้ฉีดเข้าเส้นเลือด จนเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายครับ

ต่าย-เพ็ญพักตร์-ศิริกุล-ฉีดฟิลเลอร์

(คุณต่าย เพ็ญพักตร์ ไว้ใจฉีดฟิลเลอร์ที่ V Square Clinic)

จุดฉีดฟิลเลอร์

(แม้ใช้เข็มทู่ขนาดเล็ก ก็มีโอกาสโดนเส้นเลือดได้ถ้าหมอไม่มีประสบการณ์มากพอ)

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์

  • ห้ามฉีดซิลิโคนเหลว ฟิลเลอร์ปลอม
  • ห้ามฉีดฟิลเลอร์กับคนที่ไม่ใช่หมอ หมอกระเป๋า
  • เลือกฉีดฟิลเลอร์ในคลินิกที่ได้มาตรฐานเท่านั้น

การฉีดฟิลเลอร์ แม้จะเป็นสารเติมเต็มที่ไม่อันตราย แต่ก็มีข้อควรระวังเรื่องบริเวณที่จะฉีด เช่น หน้าอก สะโพก ที่เมื่อฉีดเข้าไปแล้วอาจทำให้เกิดการอักเสบ ติดเชื้อได้ การแก้ไขก็อาจทำให้เต้านมผิดรูป ดังนั้นถ้าอยากเสริมหน้าอกหรือสะโพก หมอแนะนำให้ผ่าตัดศัลยกรรมครับ

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม : ฟิลเลอร์อันตรายไหม ? มาฟังคำตอบได้ที่นี่ บอกชัดทุกเรื่อง

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์

  • งดดื่มแอลกอฮอล์และกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด 24 ชั่วโมง ก่อนทำ
  • งดยา แอสไพริน, NSAIDs เช่น Ibruprofen Diclofenac Ponstan เป็นเวลา 1 อาทิตย์ก่อนทำ
  • งดวิตามิน St. Johns Wort, Ginko Biloba, Primrose Oil, Garlic, Ginseng, and Vitamin E
  • ควรงดยาทาชนิดผลัดเซลล์ผิว เช่น Tretinoin (Retin-A), Retinols, Retinoids, Glycolic Acid, หรือครีมในกลุ่ม “Anti-Aging” ทุกชนิด เป็นเวลา 3 วันก่อนทำหัตถการ
  • งดการแว็กผิว ผลัดเซลล์ผิว การดึงขนหรือโกนขนในบริเวณนั้นๆ เป็นเวลา 3 วันก่อนทำหัตถการ
รีวิวฟิลเลอร์ใต้ตา-ฟลุ๊ค-เกริกพล-ทำหน้า

ฟิลเลอร์ อันตรายไหม

ต่าย-เพ็ญพักตร์-ศิริกุล-ฉีดฟิลเลอร์

(คุณต่าย เพ็ญพักตร์ ไว้ใจฉีดฟิลเลอร์ที่ V Square Clinic)

อย่างที่หมอบอกว่าฟิลเลอร์ที่ปลอดภัย และนิยมใช้มากที่สุดคือ HA เป็นสารโพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharide) สร้างเลียนแบบสารที่มีในร่างกายมนุษย์ตามธรรมชาติ มีความปลอดภัยสูงมาก ฟิลเลอร์ HA จึงเป็นที่นิยมใช้ในคลินิกความงามครับ

เมื่อมั่นใจว่าฟิลเลอร์ที่นำมาฉีดเป็นฟิลเลอร์ HA แท้ ต่อมาที่ต้องระวังคือเทคนิคการฉีดของแพทย์ครับ ต้องเลือกฉีดกับแพทย์มีประสบการณ์ ใช้เทคนิคการฉีด เทคนิคการใช้เข็มที่ถูกต้อง เพื่อระวังไม่ให้ฉีดเข้าเส้นเลือด จนเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายครับ

จุดฉีดฟิลเลอร์

(แม้ใช้เข็มทู่ขนาดเล็ก ก็มีโอกาสโดนเส้นเลือดได้ถ้าหมอไม่มีประสบการณ์มากพอ)

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์

รีวิวฟิลเลอร์ใต้ตา-ฟลุ๊ค-เกริกพล-ทำหน้า
  • ห้ามฉีดซิลิโคนเหลว ฟิลเลอร์ปลอม
  • ห้ามฉีดฟิลเลอร์กับคนที่ไม่ใช่หมอ หมอกระเป๋า
  • เลือกฉีดฟิลเลอร์ในคลินิกที่ได้มาตรฐานเท่านั้น

การฉีดฟิลเลอร์ แม้จะเป็นสารเติมเต็มที่ไม่อันตราย แต่ก็มีข้อควรระวังเรื่องบริเวณที่จะฉีด เช่น หน้าอก สะโพก ที่เมื่อฉีดเข้าไปแล้วอาจทำให้เกิดการอักเสบ ติดเชื้อได้ การแก้ไขก็อาจทำให้เต้านมผิดรูป ดังนั้นถ้าอยากเสริมหน้าอกหรือสะโพก หมอแนะนำให้ผ่าตัดศัลยกรรมครับ

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม : ฟิลเลอร์อันตรายไหม ? มาฟังคำตอบได้ที่นี่ บอกชัดทุกเรื่อง

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์

  • งดดื่มแอลกอฮอล์และกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด 24 ชั่วโมง ก่อนทำ
  • งดยา แอสไพริน, NSAIDs เช่น Ibruprofen Diclofenac Ponstan เป็นเวลา 1 อาทิตย์ก่อนทำ
  • งดวิตามิน St. Johns Wort, Ginko Biloba, Primrose Oil, Garlic, Ginseng, and Vitamin E
  • ควรงดยาทาชนิดผลัดเซลล์ผิว เช่น Tretinoin (Retin-A), Retinols, Retinoids, Glycolic Acid, หรือครีมในกลุ่ม “Anti-Aging” ทุกชนิด เป็นเวลา 3 วันก่อนทำหัตถการ
  • งดการแว็กผิว ผลัดเซลล์ผิว การดึงขนหรือโกนขนในบริเวณนั้นๆ เป็นเวลา 3 วันก่อนทำหัตถการ

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์

  1. ปรึกษาแพทย์ ก่อนตัดสินใจฉีดควรนัดเข้ามาปรึกษาปัญหาและให้หมอช่วยประเมินใบหน้า เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมที่สุด
  2. เลือกชนิดของฟิลเลอร์และรุ่นที่เหมาะสม แพทย์จะช่วยประเมินใบหน้า และแนะนำฟิลเลอร์ว่าควรใช้รุ่นไหน ยี่ห้อไหน ให้เหมาะสมกับจุดที่ฉีด
  3. ทำความสะอาดใบหน้าในจุดที่ฉีด ถ้าแต่งหน้ามาก็จะมีการเช็ดเครื่องสำอางในบริเวณที่จะฉีด เพื่อความสะอาดและปลอดภัยครับ
  4. ก่อนเริ่มฉีดฟิลเลอร์ ตรวจสอบว่าเป็นของแท้ ควรให้หมอแกะกล่องฟิลเลอร์ให้ดูต่อหน้า และตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นของแท้จริงๆ ครับ
  5. ประคบน้ำแข็งและฉีดฟิลเลอร์ การประคบน้ำแข็งจะช่วยลดความเจ็บจากเข็มครับ ส่วนในเนื้อฟิลเลอร์จะมียาชาผสมอยู่แล้ว
  6. หมอแนะนำวิธีดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ หลังจากฉีดฟิลเลอร์เรียบร้อยแล้วหมอจะแนะนำวิธีการดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อรักษาให้ฟิลเลอร์เข้าที่และอยู่ได้นานขึ้นครับ

อาการข้างเคียงหลังการฉีดฟิลเลอร์

หลังฉีดฟิลเลอร์จะมีอาการบวมเข็มเป็นปกติครับ อาการบวมจะค่อยๆ หายไปใน 1-2 สัปดาห์ และจะมีรอยเข็มเล็กๆ ในจุดที่ฉีด และจะหายไปเองใน 2-3 วัน ไม่ต้องกังวลครับ

ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี

การที่จะฉีดฟิลเลอร์ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี คุ้มค่าและปลอดภัย ควรศึกษาข้อมูลไว้พิจาณาในหัวข้อ ต่อไปนี้ครับ

  • เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือ ผ่านการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข
  • แพทย์มีประสบการณ์ด้านการปรับรูปหน้า สามารถวิเคราะห์ ประเมินใบหน้าและแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด
  • ใช้ฟิลเลอร์แท้ในการฉีดเท่านั้น ศึกษาวิธีตรวจสอบฟิลเลอร์แท้ด้วยตัวเอง
  • ดูรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ในแหล่งที่เป็นกลาง คลินิกเข้าไปลบโพสต์ไม่ได้

หมอเคยเขียนข้อแนะนำก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในบทความนี้ครับ ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย และผลออกมาดูเป็นธรรมชาติ

รีวิวฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา-4-cc

(คุณแพท พาวเวอร์แพท ไว้ใจให้ V Square Clinic ดูแล)

รีวิวการฉีดฟิลเลอร์

(รีวิว ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ที่ V Square Clinic)

(รีวิว ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ที่ V Square Clinic)

รีวิว ฟิลเลอร์ใต้ตา

(ปัญหาใต้ตาลึก ไม่สดใส แก้ด้วยการเติมฟิลเลอร์ใต้ตา)

รีวิว ฟิลเลอร์คาง

(ฉีดฟิลเลอร์คาง ปรับรูปหน้าเรียว ใบหน้าสมดุลมากขึ้น)

รีวิว ฉีดฟิลเลอร์ขมับ

(ปัญหาขมับตอบ ทำให้ใบหน้าดูโทรม อ่อนล้า แก้ไขด้วยการเติมฟิลเลอร์ขมับ)

ฉีดฟิลเลอร์ราคาเท่าไหร่ ?

การฉีดฟิลเลอร์ ราคาขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่เลือกใช้และตำแหน่งที่ฉีดครับ สำหรับที่ V square Clinic ฟิลเลอร์แต่ละตำแหน่งมีราคา ดังนี้

ฉีดฟิลเลอร์ ยี่ห้อไหนดี? แต่ละยี่ห้อต่างกันอย่างไร ?

(ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี แตกต่างกันอย่างไร ?)

ฟิลเลอร์ Juvederm จากอเมริกา

  • Juvederm Ultra Plus
  • Juvederm Voluma
  • Juvederm Volbella
  • Juvederm Volift
  • Juvederm Volite

ฟิลเลอร์ Restylane จากสวีเดน

  • Restylane Perlane lyft
  • Restylane Vital light
  • Restylane Volyme
  • Restylane Defyne
  • Restylane Refyne

วิธีการดูฟิลเลอร์แท้ ฟิลเลอร์ปลอม ดูอย่างไร ?

วิธีดูฟิลเลอร์แท้

คนไข้ควรศึกษาวิธีดูฟิลเลอร์แท้แต่ละยี่ห้อ เพื่อให้สามารถตรวจสอบเองได้ในเบื้องต้น และมั่นใจได้ว่าฟิลเลอร์ที่นำมาฉีดนั้นเป็นของแท้จริงๆ โดยสังเกตจากเลขทะเบียนอย. เอกสารกำกับภาษาไทย เลข lot ที่กล่อง ฯลฯ อ่านบทความที่หมอเคยเขียนไว้ได้ที่นี้ครับ [ระวัง] วิธีเบื่องต้นในการสังเกตุฟิลเลอร์ของแท้ แต่ละยี่ห้อ ดูตรงไหน ต่างกันอย่างไร

Perfectha_Subskin_6square_2020 (1)

ฟิลเลอร์แท้ Perfectha Subskin

  • มีป้ายภาษาไทยข้างกล่อง และมีเอกสารกำกับภาษาไทยอยู่ภายในกล่อง
  • 1 กล่องมี 3 cc และเลข lot ต้องตรงกัน 4 จุด คือ
    1. มีเลข lot. ที่กล่อง
    2. มีเลข lot. ที่ซอง
    3. มีเลข lot. ที่สติกเกอร์
    4. มีเลข lot.ที่หลอด
  • สามารถสอบถามเลข lot. และคลินิกได้ที่ Interphama Center โทร. 02-6340225 ต่อ 10

ฟิลเลอร์แท้ Perfectha Subskin

ฟิลเลอร์แท้-Perfectha-subskin
  • มีป้ายภาษาไทยข้างกล่อง และมีเอกสารกำกับภาษาไทยอยู่ภายในกล่อง
  • 1 กล่องมี 3 cc และเลข lot ต้องตรงกัน 4 จุด คือ
    1. มีเลข lot. ที่กล่อง
    2. มีเลข lot. ที่ซอง
    3. มีเลข lot. ที่สติกเกอร์
    4. มีเลข lot.ที่หลอด
  • สามารถสอบถามเลข lot. และคลินิกได้ที่ Interphama Center โทร. 02-6340225 ต่อ 10

ฟิลเลอร์แท้ Juvederm Ultra Plus XC

  • มีป้ายภาษาไทยอยู่ที่ข้างกล่องและมีเอกสารกำกับภาษาไทยอยู่ภายในกล่อง
  • 1 กล่องมี 2 cc และเลข lot ต้องตรงกัน 4 จุด คือ
    1. เลข lot ที่กล่อง
    2. เลข lot ที่ซอง
    3. เลข lot ที่สติกเกอร์
    4. เลข lot ที่หลอด
  • สามารถโทรเช็คเลข lot. และคลินิกได้ที่ Allergan Thailand(DSKH) โทร. 02-6404999 ต่อ 1

ฟิลเลอร์แท้ Juvederm UltraPlus XC

ฟิลเลอร์แท้-Juvederm-Ultra-Plus
  • มีป้ายภาษาไทยอยู่ที่ข้างกล่องและมีเอกสารกำกับภาษาไทยอยู่ภายในกล่อง
  • 1 กล่องมี 2 cc และเลข lot ต้องตรงกัน 4 จุด คือ
    1. เลข lot ที่กล่อง
    2. เลข lot ที่ซอง
    3. เลข lot ที่สติกเกอร์
    4. เลข lot ที่หลอด
  • สามารถโทรเช็คเลข lot. และคลินิกได้ที่ Allergan Thailand(DSKH) โทร. 02-6404999 ต่อ 1

ฟิลเลอร์แท้ Juvedrem Voluma

  • มีเลขทะเบียน อย. และเอกสารกำกับภาษาไทย
  • 1 กล่องมี 2 cc และเลข lot ต้องตรงกัน 4 จุด คือ
    1. เลข lot ที่กล่อง
    2. เลข lot ที่ซอง
    3. เลข lot ที่สติกเกอร์
    4. เลข lot ที่หลอด
  • สามารถโทรเช็คเลข lot. และคลินิกได้ที่ Allergan Thailand(DSKH) โทร. 02-6404999 ต่อ 1

ฟิลเลอร์แท้ Juvedrem Voluma

ฟิลเลอร์แท้-Juvedrem-Voluma
  • มีเลขทะเบียน อย. และเอกสารกำกับภาษาไทย
  • 1 กล่องมี 2 cc และเลข lot ต้องตรงกัน 4 จุด คือ
    1. เลข lot ที่กล่อง
    2. เลข lot ที่ซอง
    3. เลข lot ที่สติกเกอร์
    4. เลข lot ที่หลอด
  • สามารถโทรเช็คเลข lot. และคลินิกได้ที่ Allergan Thailand(DSKH) โทร. 02-6404999 ต่อ 1

ฟิลเลอร์แท้ Juvedrem รุ่น Volbella

  • มีป้ายภาษาไทยที่ข้างกล่องและมีเอกสารกำกับภาษาไทยอยู่ภายในกล่อง
  • 1 กล่องมี 2 cc และเลข lot ต้องตรงกัน 4 จุด คือ
    1. เลข lot ที่กล่อง
    2. เลข lot ที่ซอง
    3. เลข lot ที่สติกเกอร์
    4. เลข lot ที่หลอด
  • สามารถโทรเช็คเลข lot. และคลินิกได้ที่ Allergan Thailand(DSKH) โทร. 02-6404999 ต่อ 1

ฟิลเลอร์แท้ Juvedrem รุ่น Volbella

ฟิลเลอร์แท้-Juvedrem-รุ่น-Volbella
  • มีป้ายภาษาไทยที่ข้างกล่องและมีเอกสารกำกับภาษาไทยอยู่ภายในกล่อง
  • 1 กล่องมี 2 cc และเลข lot ต้องตรงกัน 4 จุด คือ
    1. เลข lot ที่กล่อง
    2. เลข lot ที่ซอง
    3. เลข lot ที่สติกเกอร์
    4. เลข lot ที่หลอด
  • สามารถโทรเช็คเลข lot. และคลินิกได้ที่ Allergan Thailand(DSKH) โทร. 02-6404999 ต่อ 1

ฟิลเลอร์แท้ Restylane Vital Light

  • มีรอยปรุสำหรับเปิดกล่อง
  • มีป้ายภาษาไทยที่ข้างกล่องและมีเอกสารกำกับภาษาไทยอยู่ภายในกล่อง
  • มีสติกเกอร์ โฮโลแกรม Restylane GALDERMA
  • เลข lot. ตรงกัน 2 จุดคือ
    1. เลข lot. ที่ข้างกล่อง
    2. เลข lot. ที่หลอด
  • สามารถสอบถามเลข lot. และคลินิกได้ที่ Galderma โทร. 02-0231800 ต่อ 402

ฟิลเลอร์แท้ Restylane Vital Light

ฟิลเลอร์แท้-Restylane-Vital-light
  • มีรอยปรุสำหรับเปิดกล่อง
  • มีป้ายภาษาไทยที่ข้างกล่องและมีเอกสารกำกับภาษาไทยอยู่ภายในกล่อง
  • มีสติกเกอร์ โฮโลแกรม Restylane GALDERMA
  • เลข lot. ตรงกัน 2 จุดคือ
    1. เลข lot. ที่ข้างกล่อง
    2. เลข lot. ที่หลอด
  • สามารถสอบถามเลข lot. และคลินิกได้ที่ Galderma โทร. 02-0231800 ต่อ 402
Restylane_Lyft_6square_2020

ฟิลเลอร์แท้ Restylane Perlane Lyft

  • มีรอยปรุสำหรับเปิดกล่อง
  • มีป้ายภาษาไทยที่ข้างกล่องและมีเอกสารกำกับภาษาไทยอยู่ภายในกล่อง
  • มีสติกเกอร์ โฮโลแกรม Restylane GALDERMA
  • เลข lot. ตรงกัน 2 จุดคือ
    1. เลข lot. ที่ข้างกล่อง
    2. เลข lot. ที่หลอด
  • สามารถสอบถามเลข lot. และคลินิกได้ที่ Galderma โทร. 02-0231800 ต่อ 402

ฟิลเลอร์แท้ Restylane Perlane Lyft

ฟิลเลอร์แท้-Restylane-Perlane-Lyft
  • มีรอยปรุสำหรับเปิดกล่อง
  • มีป้ายภาษาไทยที่ข้างกล่องและมีเอกสารกำกับภาษาไทยอยู่ภายในกล่อง
  • มีสติกเกอร์ โฮโลแกรม Restylane GALDERMA
  • เลข lot. ตรงกัน 2 จุดคือ
    1. เลข lot. ที่ข้างกล่อง
    2. เลข lot. ที่หลอด
  • สามารถสอบถามเลข lot. และคลินิกได้ที่ Galderma โทร. 02-0231800 ต่อ 402

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์

ข้อควรปฏิบัติตัวหลังฉีดฟิลเลอร์ หมอมีคำแนะนำดังนี้ครับ

  1. ภายใน 48 ชั่วโมง หลังฉีดฟิลเลอร์ไม่ควรออกกำลังกายที่ทำให้เหงื่อออกมากหรือไปตากแดดร้อนๆ เพราะอาจทำให้เกิดรอยแดงได้มากยิ่งขึ้นในบริเวณที่ฉีด
  2. ไม่ควรจับ ลูบคลำ นวด คลึง หรือปั้นให้เป็นรูปร่างเองในบริเวณที่ฉีด เพราะอาจส่งผลต่อการเคลื่อนตำแหน่งของตัวยาไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ต้องการได้
  3. หลังฉีดฟิลเลอร์ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์, การสูบบุหรี่, กรณีฉีดฟิลเลอร์ปาก ควรงดการดูดน้ำจากหลอดดูด และการจูบ
  4. ควรดื่มน้ำมากๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วง 4 วันแรกหลังการฉีด ควรดื่มน้ำให้ได้ปริมาณ 1.5-2 ลิตรต่อวัน หรือประมาณวันละ 8-10 แก้ว เพราะฟิลเลอร์เป็นสารอุ้มน้ำ (น้ำจะเข้าไปเติมเต็ม และไปจับกับโมเลกุลของฟิลเลอร์ที่ฉีด ส่งผลให้คงสภาพอยู่ได้นานขึ้น ทำให้การเติมฟิลเลอร์ดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น)
  5. หลังฉีด 2 สัปดาห์ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนในบริเวณที่ฉีด งดเข้าอบไอน้ำ อบซาวน่า ทำเลเซอร์ ทำ RF หรือ ไอออนโต (Ionto) ความร้อนในระดับที่สามารถสัมผัสได้ คือ ไดร์เป่าผม และแสงแดดที่ไม่แรงจ้าเกินไปได้ หลังจาก 2 สัปดาห์ขึ้นไปก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
  6. หลังจาก 24 ชั่วโมง สามารถทาแป้งแต่งหน้า ลง Concealer รองพื้นปกปิดบริเวณที่เขียวช้ำ หรือรอยแดงจากเข็มได้ตามปกติ
  7. เมื่อผ่านไป 2 สัปดาห์ สามารถทำ Treatment อื่นๆ ได้ตามปกติ

อ่านเพิ่มเติม : วิธีดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ห้ามกินอะไรบ้าง?

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์

  1. ฟิลเลอร์ช่วยชะลอวัย หลังฉีดเห็นผลทันที และไม่ต้องพักฟื้น
  2. ฟิลเลอร์เป็นวิธีที่ปลอดภัย และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง (เนื่องจากฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองจาก อย. จะมีความปลอดภัย ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้และไม่มีปัญหาเรื่องของสารตกค้างในร่างกาย สามารถสลายเองได้ตามธรรมชาติ)
  3. ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล ไม่มีรอยแผลเป็น
  4. ฟิลเลอร์สามารถเติมได้เรื่อยๆ ปรับแต่งได้ (ถ้าไม่ชอบก็สามารถฉีดสลายออกได้ 100%)
  5. ฟิลเลอร์ให้ผลได้แม่นยำ สวยเป็นธรรมชาติกว่าการเติมเต็มด้วยวิธีอื่นๆ
  6. ฟิลเลอร์เหมาะกับตำแหน่งที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม คาง
  7. ฟิลเลอร์ไม่มีความเสี่ยงในการวางยาสลบ
ฉีดฟิลเลอร์กับแพทย์ที่มีประสบการณ์

(ควรฉีดฟิลเลอร์กับแพทย์ที่มีประสบการณ์เพื่อความปลอดภัยครับ)

ข้อควรระวังของการฉีดฟิลเลอร์

  1. ฟิลเลอร์ ไม่สามารถอยู่ได้ถาวร
  2. ไม่เหมาะกับบางตำแหน่งในร่างกาย เช่น หน้าอก สะโพก เพราะถ้าใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ปลอดภัย จะต้องใช้ฟิลเลอร์ปริมาณมาก หลายร้อย cc ราคาอาจจะสูงเกิน 1 ล้านบาท (บริเวณเหล่านี้ ใช้การผ่าตัดเสริมจะดีที่สุด)
  3. ต้องฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์และใช้ฟิลเลอร์แท้เท่านั้น เพื่อความปลอดภัย

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์

ข้อควรปฏิบัติตัวหลังฉีดฟิลเลอร์ หมอมีคำแนะนำดังนี้ครับ

  1. ภายใน 48 ชั่วโมง หลังฉีดฟิลเลอร์ไม่ควรออกกำลังกายที่ทำให้เหงื่อออกมากหรือไปตากแดดร้อนๆ เพราะอาจทำให้เกิดรอยแดงได้มากยิ่งขึ้นในบริเวณที่ฉีด
  2. ไม่ควรจับ ลูบคลำ นวด คลึง หรือปั้นให้เป็นรูปร่างเองในบริเวณที่ฉีด เพราะอาจส่งผลต่อการเคลื่อนตำแหน่งของตัวยาไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ต้องการได้
  3. หลังฉีดฟิลเลอร์ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์, การสูบบุหรี่, กรณีฉีดฟิลเลอร์ปาก ควรงดการดูดน้ำจากหลอดดูด และการจูบ
  4. ควรดื่มน้ำมากๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วง 4 วันแรกหลังการฉีด ควรดื่มน้ำให้ได้ปริมาณ 1.5-2 ลิตรต่อวัน หรือประมาณวันละ 8-10 แก้ว เพราะฟิลเลอร์เป็นสารอุ้มน้ำ (น้ำจะเข้าไปเติมเต็ม และไปจับกับโมเลกุลของฟิลเลอร์ที่ฉีด ส่งผลให้คงสภาพอยู่ได้นานขึ้น ทำให้การเติมฟิลเลอร์ดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น)
  5. หลังฉีด 2 สัปดาห์ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนในบริเวณที่ฉีด งดเข้าอบไอน้ำ อบซาวน่า ทำเลเซอร์ ทำ RF หรือ ไอออนโต (Ionto) ความร้อนในระดับที่สามารถสัมผัสได้ คือ ไดร์เป่าผม และแสงแดดที่ไม่แรงจ้าเกินไปได้ หลังจาก 2 สัปดาห์ขึ้นไปก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
  6. หลังจาก 24 ชั่วโมง สามารถทาแป้งแต่งหน้า ลง Concealer รองพื้นปกปิดบริเวณที่เขียวช้ำ หรือรอยแดงจากเข็มได้ตามปกติ
  7. เมื่อผ่านไป 2 สัปดาห์ สามารถทำ Treatment อื่นๆ ได้ตามปกติ

อ่านเพิ่มเติม : วิธีดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ห้ามกินอะไรบ้าง?

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์

  1. ฟิลเลอร์ช่วยชะลอวัย หลังฉีดเห็นผลทันที และไม่ต้องพักฟื้น
  2. ฟิลเลอร์เป็นวิธีที่ปลอดภัย และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง (เนื่องจากฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองจาก อย. จะมีความปลอดภัย ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้และไม่มีปัญหาเรื่องของสารตกค้างในร่างกาย สามารถสลายเองได้ตามธรรมชาติ)
  3. ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล ไม่มีรอยแผลเป็น
  4. ฟิลเลอร์สามารถเติมได้เรื่อยๆ ปรับแต่งได้ (ถ้าไม่ชอบก็สามารถฉีดสลายออกได้ 100%)
  5. ฟิลเลอร์ให้ผลได้แม่นยำ สวยเป็นธรรมชาติกว่าการเติมเต็มด้วยวิธีอื่นๆ
  6. ฟิลเลอร์เหมาะกับตำแหน่งที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม คาง
  7. ฟิลเลอร์ไม่มีความเสี่ยงในการวางยาสลบ

ข้อควรระวังของการฉีดฟิลเลอร์

ฉีดฟิลเลอร์กับแพทย์ที่มีประสบการณ์

(ควรฉีดฟิลเลอร์กับแพทย์ที่มีประสบการณ์เพื่อความปลอดภัยครับ)

  1. ฟิลเลอร์ ไม่สามารถอยู่ได้ถาวร
  2. ไม่เหมาะกับบางตำแหน่งในร่างกาย เช่น หน้าอก สะโพก เพราะถ้าใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ปลอดภัย จะต้องใช้ฟิลเลอร์ปริมาณมาก หลายร้อย cc ราคาอาจจะสูงเกิน 1 ล้านบาท (บริเวณเหล่านี้ ใช้การผ่าตัดเสริมจะดีที่สุด)
  3. ต้องฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์และใช้ฟิลเลอร์แท้เท่านั้น เพื่อความปลอดภัย

การฉีดสลายฟิลเลอร์ คืออะไร

การฉีดสลายฟิลเลอร์ คือการใช้ตัวยาไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase:HYAL) ฉีดเพื่อสลายฟิลเลอร์ออกไปครับ ส่วนใหญ่จะเกิดจากไปฉีดฟิลเลอร์มาแล้วเป็นก้อน ไม่สวย จากการที่แพทย์ใช้เทคนิคที่ผิดพลาด ฉีดฟิลเลอร์ตื้นเกินไป หรือหากฉีดฟิลเลอร์แล้ว ไม่พอใจในรูปทรง ก็สามารถฉีดสลายแล้วฉีดใหม่ได้ครับ

ก่อนหน้านี้หมอมีบทความเกี่ยวกับการฉีดสลายฟิลเลอร์ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ครับ ฉีดฟิลเลอร์ผิดพลาด เป็นก้อน ฉีดสลายฟิลเลอร์ได้หรือไม่ มีความเสี่ยงอะไรบ้าง?

Q&A : ถาม-ตอบ การฉีดฟิลเลอร์

ไม่กล้าฉีดฟิลเลอร์เพราะกลัวไหลไปยังส่วนอื่นของใบหน้า เป็นได้จริงหรือไม่ ?

หากฉีดฟิลเลอร์แท้และแพทย์ที่มีความชำนาญก็จะไม่เกิดปัญหาเหล่านี้ครับ อาการหลังฉีดฟิลเลอร์แล้วไหล ย้อย ไม่เป็นทรง เกิดได้จากหลายปัจจัย ดังนี้

  1. ฟิลเลอร์ปลอม จะมีการโฆษณาอวดอ้างว่าฟิลเลอร์ที่ฉีดให้เป็นแบบกึ่งถาวร หรือสามารถอยู่ได้นานเกินกว่า 5 ปี ซึ่งความจริงไม่ใช้สาร Hyaluronic Acid ครับ หากอยู่ใต้ผิวหนังเป็นระยะเวลานานเกินไป อาจจะมีการเคลื่อนตำแหน่งไปยังจุดอื่นบนใบหน้าได้
  2. การเลือกใช้ฟิลเลอร์ให้ถูกกับปัญหา ฟิลเลอร์มีหลายรุ่น หลายยี่ห้อ มีจุดเล่นและคุณสมบัติแตกต่างกัน มีทั้งเนื้อแข็ง เนื้ออ่อน ที่เหมาะสมกับผิวหนังในบริเวณที่ต้องการฉีดแตกต่างกันไปครับ หมอจะต้องเลือกเนื้อฟิลเลอร์ให้เหมาะกับผิวบริเวณที่ฉีด หากใช้ฟิลเลอร์ที่มีความละเอียดของโมเลกุลใหญ่มากเกินไปฉีดในจุดที่ผิวอ่อน มีการเคลื่อนไหวมาก ส่งผลให้เกิดการหน่วงผิว ทำให้ฟิลเลอร์เกิดการเคลื่อนที่ไปยังบริเวณอื่นบนใบหน้าได้ (คนทั่วไปจะเรียกกันว่า ฟิลเลอร์ไหล)

หากเข้าใกล้ความร้อนจะทำให้ ฟิลเลอร์ละลาย จริงหรือไม่ ?

ความร้อนมีผลต่อการสลายของฟิลเลอร์จริง แต่ต้องพิจารณาเป็นกรณีไปว่าบริเวณที่สัมผัสความร้อนโดยตรงนั้นคือส่วนไหน เช่น คนที่เคยได้รับการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปริมฝีปาก และนิยมรับประทานของร้อนเป็นประจำ อาจมีส่วนทำให้ฟิลเลอร์บริเวณปากสลายไปได้เร็วกว่าอายุของฟิลเลอร์จริง

สำหรับจุดอื่นๆ บนใบหน้าส่วนมาก ความร้อนทั่วไปจะไม่ค่อยมีผลเนื่องจากไม่มีส่วนใดที่ได้รับการสัมผัสกับความความร้อนโดยตรงเป็นเวลานานครับ

การฉีด Filler ต้องทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผล

โดยทั่วไปฟิลเลอร์จะเห็นผลชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ แต่จะอยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นกับยี่ห้อที่เลือกใช้และการดูแลตัวเอง รวมไปถึงสภาพผิวของแต่ละคนครับ

ถ้าฉีดฟิลเลอร์แล้วไม่ฉีดอีก จะทำให้หน้ายิ่งเหี่ยวหนักกว่าเดิม จริงหรือไม่

หลายคนมีความเชื่อว่าถ้าไม่ฉีดฟิลเลอร์เรื่อยๆ จะทำให้หน้าแก่ลง ซึ่งไม่จริงครับ แต่อาจเป็นเพราะไม่คุ้นเคยกับลักษณะของผิวหน้าตัวเองในตอนที่ฟิลเลอร์สลายหมดแล้ว

เนื่องจากฟิลเลอร์จะทำให้ผิวบริเวณที่ฉีดและรอบๆ มีความชุ่นชื้น มีน้ำมาหล่อเลี้ยงมากขึ้น ทำให้คอลลาเจนและอิลาสตินบริเวณนั้นถูกสร้างขึ้นมาด้วย ต่อให้ฟิลเลอร์สลายหมดคอลลาเจนและอิลาสตินของร่างกายก็ยังคงอยู่ ช่วยชะลออายุของผิวได้ครับ

ฟิลเลอร์ ที่ได้มาตรฐานจะอยู่ได้นานแค่ไหน ?

การฉีดฟิลเลอร์ไม่ใช่หัตถการที่อยู่ได้ถาวรครับ เมื่อเวลาผ่านไปสารไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) จะย่อยสลายได้เองตามกระบวนการทางธรรมชาติของร่างกาย ส่วนใหญ่แล้วหากฉีดฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานครั้งหนึ่ง จะอยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน แล้วแต่รุ่นของฟิลเลอร์

สิ่งที่ต้องระวังคือ ถ้าหากเป็นฟิลเลอร์ปลอมที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น ซิลิโคนเหลว หรือพาราฟิน สารเหล่านี้จะไม่สามารถย่อยสลายไปได้เอง

Q&A : ถาม-ตอบ การฉีดฟิลเลอร์

ไม่กล้าฉีดฟิลเลอร์เพราะกลัวไหลไปยังส่วนอื่นของใบหน้า เป็นได้จริงหรือไม่ ?

หากฉีดฟิลเลอร์แท้และแพทย์ที่มีความชำนาญก็จะไม่เกิดปัญหาเหล่านี้ครับ อาการหลังฉีดฟิลเลอร์แล้วไหล ย้อย ไม่เป็นทรง เกิดได้จากหลายปัจจัย ดังนี้

  1. ฟิลเลอร์ปลอม จะมีการโฆษณาอวดอ้างว่าฟิลเลอร์ที่ฉีดให้เป็นแบบกึ่งถาวร หรือสามารถอยู่ได้นานเกินกว่า 5 ปี ซึ่งความจริงไม่ใช้สาร Hyaluronic Acid ครับ หากอยู่ใต้ผิวหนังเป็นระยะเวลานานเกินไป อาจจะมีการเคลื่อนตำแหน่งไปยังจุดอื่นบนใบหน้าได้
  2. การเลือกใช้ฟิลเลอร์ให้ถูกกับปัญหา ฟิลเลอร์มีหลายรุ่น หลายยี่ห้อ มีจุดเล่นและคุณสมบัติแตกต่างกัน มีทั้งเนื้อแข็ง เนื้ออ่อน ที่เหมาะสมกับผิวหนังในบริเวณที่ต้องการฉีดแตกต่างกันไปครับ หมอจะต้องเลือกเนื้อฟิลเลอร์ให้เหมาะกับผิวบริเวณที่ฉีด หากใช้ฟิลเลอร์ที่มีความละเอียดของโมเลกุลใหญ่มากเกินไปฉีดในจุดที่ผิวอ่อน มีการเคลื่อนไหวมาก ส่งผลให้เกิดการหน่วงผิว ทำให้ฟิลเลอร์เกิดการเคลื่อนที่ไปยังบริเวณอื่นบนใบหน้าได้ (คนทั่วไปจะเรียกกันว่า ฟิลเลอร์ไหล)

หากเข้าใกล้ความร้อนจะทำให้ ฟิลเลอร์ละลาย จริงหรือไม่ ?

ความร้อนมีผลต่อการสลายของฟิลเลอร์จริง แต่ต้องพิจารณาเป็นกรณีไปว่าบริเวณที่สัมผัสความร้อนโดยตรงนั้นคือส่วนไหน เช่น คนที่เคยได้รับการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปริมฝีปาก และนิยมรับประทานของร้อนเป็นประจำ อาจมีส่วนทำให้ฟิลเลอร์บริเวณปากสลายไปได้เร็วกว่าอายุของฟิลเลอร์จริง

สำหรับจุดอื่นๆ บนใบหน้าส่วนมาก ความร้อนทั่วไปจะไม่ค่อยมีผลเนื่องจากไม่มีส่วนใดที่ได้รับการสัมผัสกับความความร้อนโดยตรงเป็นเวลานานครับ

การฉีด Filler ต้องทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผล

โดยทั่วไปฟิลเลอร์จะเห็นผลชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ แต่จะอยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นกับยี่ห้อที่เลือกใช้และการดูแลตัวเอง รวมไปถึงสภาพผิวของแต่ละคนครับ

ถ้าฉีดฟิลเลอร์แล้วไม่ฉีดอีก จะทำให้หน้ายิ่งเหี่ยวหนักกว่าเดิม จริงหรือไม่

หลายคนมีความเชื่อว่าถ้าไม่ฉีดฟิลเลอร์เรื่อยๆ จะทำให้หน้าแก่ลง ซึ่งไม่จริงครับ แต่อาจเป็นเพราะไม่คุ้นเคยกับลักษณะของผิวหน้าตัวเองในตอนที่ฟิลเลอร์สลายหมดแล้ว

เนื่องจากฟิลเลอร์จะทำให้ผิวบริเวณที่ฉีดและรอบๆ มีความชุ่นชื้น มีน้ำมาหล่อเลี้ยงมากขึ้น ทำให้คอลลาเจนและอิลาสตินบริเวณนั้นถูกสร้างขึ้นมาด้วย ต่อให้ฟิลเลอร์สลายหมดคอลลาเจนและอิลาสตินของร่างกายก็ยังคงอยู่ ช่วยชะลออายุของผิวได้ครับ

ฟิลเลอร์ ที่ได้มาตรฐานจะอยู่ได้นานแค่ไหน ?

การฉีดฟิลเลอร์ไม่ใช่หัตถการที่อยู่ได้ถาวรครับ เมื่อเวลาผ่านไปสารไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) จะย่อยสลายได้เองตามกระบวนการทางธรรมชาติของร่างกาย ส่วนใหญ่แล้วหากฉีดฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานครั้งหนึ่ง จะอยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน แล้วแต่รุ่นของฟิลเลอร์

สิ่งที่ต้องระวังคือ ถ้าหากเป็นฟิลเลอร์ปลอมที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น ซิลิโคนเหลว หรือพาราฟิน สารเหล่านี้จะไม่สามารถย่อยสลายไปได้เอง

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้ง 14 สาขา หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

สามารถ Comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ