ฟิลเลอร์คืออะไร

ฟิลเลอร์ Filler

ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มผิวประเภทไฮยาลูโรนิค แอซิด ( Hyaluronic Acid ) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “HA” สารตัวนี้มีคุณสมบัติช่วยกักเก็บน้ำและความชุ่มชื้น (Hydration) เติมเต็มหรือเสริมในชั้นผิวหนังและเพิ่มความยืดหยุ่นใต้ผิวหนัง (Increase Elasticity) เต่งตึง ดูสุขภาพดี เรียบเนียนและช่วยลดริ้วรอยได้ครับ

(ตัวอย่างการจำลองการฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มในชั้นผิว)

คุณสมบัติของฟิลเลอร์ไม่เพียงแต่ช่วยเติมเต็มร่องลึกอย่าง ร่องแก้ม ใต้ตา ขมับเท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาใช้ในการปรับแก้ไขรูปหน้าให้สวยงาม เช่น ปรับคางให้ดูยาวขึ้น แก้ปัญหาคางตัด คางถอย และช่วยปรับรูปปากกระจับ ปากสายฝอ ปากสายเกา และทรงอื่น ๆ ตามต้องการได้อีกด้วย

รีวิวฟิลเลอร์ใต้ตา+ร่องแก้ม+ร้อยไหม
รีวิวฟิลเลอร์ปาก

สำหรับใครที่อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมหมอจะให้ข้อมูลแบบเจาะลึก เกี่ยวกับฟิลเลอร์ มีกี่ประเภท ? ฉีดตรงไหนได้บ้าง ? แต่ละยี่ห้อเหมาะกับการฉีดจุดไหน ? พร้อมตอบคำถามที่หลายคนสงสัย ในบทความนี้ครับ

สารบัญ ฉีดฟิลเลอร์

  1. ฉีดฟิลเลอร์ราคาเท่าไหร่ ?
  2. ฉีดฟิลเลอร์ ยี่ห้อไหนดี ? แต่ละยี่ห้อต่างกันอย่างไร ?
  3. วิธีการดูฟิลเลอร์แท้ ฟิลเลอร์ปลอม ดูอย่างไร ?
  4. ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์
  5. ข้อควรระวังของการฉีดฟิลเลอร์
  6. การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์
  7. การฉีดสลายฟิลเลอร์ คืออะไร ?
  8. FAQ ถาม-ตอบ การฉีดฟิลเลอร์
  9. ไม่กล้าฉีดฟิลเลอร์กลัวไหลไปยังส่วนอื่นของใบหน้า เป็นได้จริงหรือไม่ ?
  10. หากเข้าใกล้กับความร้อนจะทำให้ ฟิลเลอร์ละลาย จริงหรือไม่ ?
  11. การฉีด Filler ต้องทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผล
  12. ถ้าฉีดฟิลเลอร์แล้วไม่ฉีดอีกจะทำให้หน้ายิ่งเหี่ยวหนักกว่าเดิม จริงหรือไม่ ?
  13. ฟิลเลอร์ ที่ได้มาตรฐานจะอยู่ได้นานแค่ไหน ?

ฟิลเลอร์ คืออะไร

ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มผิว ประเภทไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ HA ที่มีความปลอดภัย ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งด้วย 5 คุณสมบัติเด่น จีงทำให้การฉีดฟิลเลอร์ในคลินิกเสริมความงามเป็นที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน

  1. เติมเต็มร่องลึก หรือเสริมในชั้นผิวหนังและใต้ผิวหนัง
  2. ลดริ้วรอย และชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคตได้
  3. ปรับรูปหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ
  4. กักเก็บความชุ่มชื้น เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว
  5. ช่วยให้ผิวเรียบเนียน เต่งตึง และดูอ่อนเยาว์

ฟิลเลอร์เหมาะกับการฉีดบนใบหน้า บริเวณใต้ตา ร่องแก้ม ปาก คาง ขมับ ร่องแก้ม แก้มตอบ และหน้าผาก หลังฉีดเห็นผลทันที ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น สามารถเติมและปรับแต่งได้เรื่อย ๆ เนื่องจากฟิลเลอร์สลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่ทิ้งสารตกค้างในร่างกาย

การฉีดฟิลเลอร์ยังเป็นหัตถการที่สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่น เช่น โบท็อก, ร้อยไหม หรือใช้เครื่องมือ เช่น Hifu, Ulthera และ Thermage เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ก่อนฉีดฟิลเลอร์หมอจะประเมินปัญหาผิวของแต่ละคน และเลือกวิธีที่เหมาะสม เพื่อผลลัพธ์ที่ดี ดูเป็นธรรมชาติ และตรงกับความต้องการครับ

ฟิลเลอร์มีกี่ประเภท ?

ฟิลเลอร์ (filler) ในทางการแพทย์ จะหมายถึง “สารฉีดเติมเต็ม” และในความหมายที่คนทั่วไปเข้าใจจะหมายถึงการฉีดฟิลเลอร์เพื่อเสริมความงามครับ ซึ่งหลัก ๆ แล้ว ฟิลเลอร์ที่ใช้เพื่อเสริมความงามจะมีด้วยกันอยู่ 2 ประเภท คือแบบ Permanent Fillers และ Non Permanent Fillers

1. Permanent Fillers

Permanent Fillers เป็นฟิลเลอร์ที่อยู่แบบถาวรครับ อยู่ถาวรในที่นี้คือไม่สามารถสลายได้ หรืออธิบายแบบให้เข้าใจง่าย ๆ คือเป็นฟิลเลอร์ปลอมที่ไม่ผ่าน อย.ไทยนั่นเองครับ เช่น Biosynthetic Polymers จำพวกซิลิโคนเหลว, Calcium Hydroxylapatite, Polymethylmethacrylate เป็นต้น

ปัจจุบันฟิลเลอร์จำพวกนี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสารอันตราย คือเมื่อฉีดเข้าไปแล้วจะส่งผลเสียในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ฉีดแล้วแข็งเป็นก้อน หรือไหลไปรวมกันเป็นกองในจุดอื่นที่ไม่ได้ฉีด จนยึดติดกับผิวและกลายเป็นพังผืดในที่สุด วิธีแก้ไขคือต้องผ่าออก หรือขูดออกเท่านั้น ไม่สามารถฉีดสลายได้ ไม่ปลอดภัย และหมอไม่แนะนำให้ใช้ครับ

2. Non Permanent Fillers

Non Permanent Fillers เป็นฟิลเลอร์ที่สามารถละลายได้ ตัวที่นิยมฉีดและได้รับการรับรองว่าปลอดภัย และเป็นฟิลเลอร์กลุ่มเดียวที่ผ่านอยฺ.ของไทย คือHA (Hyaluronic Acid) หรือที่เราเรียกกันว่า ไฮยาลูรอนหรือกรดไฮยาลูรอนิคนั่นเองครับ

filler

(ลักษณะของเนื้อฟิลเลอร์แท้)

HA (Hyaluronic Acid) เป็นฟิลเลอร์ที่ปลอดภัยและได้รับความนิยมมากที่สุด มีใช้แพร่หลายทั่วโลกสามารถย่อยสลายได้เอง และฉีดเติมใหม่ได้เรื่อย ๆ เพราะโดยปกติแล้วร่างกายของคนเรามี สาร Hyaluronic Acid อยู่ในผิวหนัง เมื่อเรามีอายุมากขึ้น จำนวนคอลลาเจนก็ลดน้อยลง ผิวหนังชั้น SMAS ก็เปลี่ยนไป และ Retaining ligaments หรือเส้นเอ็นยึดผิวต่าง ๆ ก็หย่อนคล้อยลง เราจึงสร้างสิ่งอื่นขึ้นมาทดแทน และสิ่งนั้นฟิลเลอร์นั่นเองครับ

ฉีดฟิลเลอร์ บริเวณไหนได้บ้าง ?

โดยทั่วไปนิยม ฉีดฟิลเลอร์ บริเวณใบหน้าที่มีปัญหาริ้วรอย ร่องลึก หรือส่วนที่มีการยุบตัวของกระดูกเมื่ออายุมากขึ้นครับ ทั้งใต้ตา ร่องแก้ม คาง ปาก รวมไปถึงการฉีดเพื่อเสริมโหงวเฮ้ง เช่น หน้าผากหรือขมับ แต่ไม่ว่าจะต้องการฉีดเพื่อความสวยงามหรือเพื่อเสริมโหงวเฮ้ง ควรให้หมอช่วยประเมินเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเหมาะสม เข้ากับใบหน้าครับ

7 ตำแหน่งฉีดฟิลเลอร์ยอดนิยม

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

1. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

“ช่วยเติมเต็มร่องลึก ลดริ้วรอย ทำให้ใบหน้าดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ”

เมื่อเราอายุมากขึ้น กระดูกใต้ตาจะยุบตัวลง เนื้อน้อยลง ทำให้ผิวหย่อนคล้อย หน้าโทรม ไม่สดใส ดังนั้นบริเวณใต้ตาจึงเป็นจุดแรกที่หมอจะแนะนำให้ฉีดเพื่อปรับรูปหน้าครับ

ฉีดฟิลเลอร์คาง

2. ฉีดฟิลเลอร์คาง

“ปรับรูปหน้าให้เรียวสวย วีเชฟ แก้คางสั้น คางตัด คางถอย”

การฉีดฟิลเลอร์คาง ช่วยเติมคาง ปรับรูปหน้าให้ดูเรียว สามารถทำให้คางยาวขึ้นได้มากเกินกว่า 1 cm เหมาะกับคนที่มีฐานคางเดิมอยู่แล้ว ต้องการเสริมเพียงเล็กน้อย หลังฉีดฟิลเลอร์ไม่มีแผล เห็นผลลัพธ์ได้ทันที

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

3. ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

“แก้ปัญหาร่องแก้มลึก เติมเต็มร่องริ้วรอย ให้ใบหน้าอ่อนกว่าวัย”

สาเหตุการเกิดร่องแก้ม มีทั้งการยุบตัวของกระดูกบนใบหน้า และการแสดงสีหน้ามาก ๆ ยิ้มเยอะจนแก้มเกิดรอยพับ เมื่อเวลาผ่านไปก็ลึกขึ้นเรื่อย ๆ การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม จึงเป็นการแก้ไขปัญหาร่องแก้มที่ตรงจุดและเห็นผลที่สุดครับ

ฉีดฟิลเลอร์ปาก

4. ฉีดฟิลเลอร์ปาก

“ปรับรูปทรงปาก ช่วยให้ริมฝีปากดูอวบอิ่ม ชุ่มชื้น”

การฉีดฟิลเลอร์ปากสามารถทำปากรูปทรงต่าง ๆ เช่น ปากกระจับ ปากสายเกา ปากสายฝอได้ โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น เมื่อสลายแล้วสามารถเติมใหม่หรือจะเปลี่ยนทรงปากใหม่ได้โดยไม่มีผลข้างเคียง

ฉีดฟิลเลอร์ขมับ

5. ฉีดฟิลเลอร์ขมับ

“แก้ปัญหาขมับลึก ขมับตอบ เติมเต็มใบหน้าให้มีมิติ”

การฉีดฟิลเลอร์ขมับ เป็นหัตถการที่ช่วยเติมเต็มใบหน้า แก้ไขโหนกแก้มเด่นน้อยลง ใบหน้าดูเรียวขึ้น หน้าดูอ่อนกว่าวัย นอกจากนี้การฉีดฟิลเลอร์ขมับ ตามหลักโหงวเฮ้งเชื่อว่าจะช่วยเสริมด้านการเงิน และคู่ครองครับ

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

6. ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

“แก้ปัญหาหน้าผากยุบ หน้าผากแบน เสริมโหงวเฮ้ง”

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ช่วยแก้ไขปัญหาหน้าผากยุบ บุ๋ม แบน หรือมีริ้วรอยร่องลึก ช่วยเสริมหน้าผากให้โหนกนูน ปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนสวยเข้ารูปมากขึ้นโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น อีกทั้งยังช่วยเสริมโหงวเฮ้งในด้านการเงินและการงาน

ฉีดฟิลเลอร์จมูก

7. ฉีดฟิลเลอร์จมูก

“เสริมจมูกให้ดูโด่ง เป็นทรงขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด”

การฉีดฟิลเลอร์จมูก สามารถปรับรูปดั้งและสันจมูกให้สูงขึ้น เพิ่มความคม เพิ่มสันจมูกหรือปลายจมูกให้โด่งขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงยังสามารถปรับแก้ไขทรงจมูกที่ไม่ได้สัดส่วน หรือจมูกเบี้ยวได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

ฟิลเลอร์ อันตรายไหม ?

อย่างที่หมอบอก ฟิลเลอร์ ที่ปลอดภัยและนิยมใช้มากที่สุดคือ HA เป็นสารโพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharide) สร้างเลียนแบบสารที่มีในร่างกายมนุษย์ตามธรรมชาติ มีความปลอดภัยสูงมาก ฟิลเลอร์ HA จึงเป็นที่นิยมใช้ในคลินิกความงามครับ

ฉีดฟิลเลอร์ อันตรายไหม

(แม้ใช้เข็มทู่ขนาดเล็ก ก็มีโอกาสโดนเส้นเลือดได้ถ้าหมอไม่มีประสบการณ์มากพอ)

เมื่อมั่นใจว่าฟิลเลอร์ที่นำมาฉีดเป็นฟิลเลอร์ HA แท้ ต่อมาที่ต้องระวังคือเทคนิคการฉีดของแพทย์ครับ ต้องเลือกฉีดกับแพทย์มีประสบการณ์ ใช้เทคนิคการฉีด เทคนิคการใช้เข็มที่ถูกต้อง เพื่อระวังไม่ให้ฉีดเข้าเส้นเลือดจนเกิดภาวะ Hematoma (ภาวะเลือดคั่ง) ได้ครับ

ฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน เกิดจากอะไร ?

ฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน

(ตัวอย่างเคสฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน เนื่องจากหมอใช้เทคนิคการฉีดที่ไม่ถูกต้อง)

ฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุครับ ทั้งปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ เทคนิคการฉีดของหมอ และลักษณะกล้ามเนื้อในบริเวณที่ฉีด แต่สาเหตุของการฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน ส่วนใหญ่คือหมอไม่มีประสบการณ์ และเทคนิคในการฉีดครับ คือฉีดฟิลเลอร์ตื้นเกินไป บริเวณที่พบบ่อยคือร่องแก้มและใต้ตาครับ

ฉีดฟิลเลอร์ปลอม อันตรายอย่างไร ?

ตัวอย่างเคสที่ฟิลเลอร์ไหล

(ตัวอย่างเคสที่ฟิลเลอร์ไหล เป็นก้อน เนื่องจากใช้ฟิลเลอร์ปลอม)

ผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์ปลอมคือทำให้ผิวบริเวณนั้นติดเชื้อ อักเสบ ผิวหนังเป็นผื่น คัน เป็นก้อน ไม่ Smoothness ทำให้ใบหน้าเสียทรง หรือที่ร้ายแรงกว่านั้นอาจทำให้เกิดการอุดตันในเส้นเลือด จนทำให้ผิวหนังบริเวณไม่มีเลือดไปหล่อเลี้ยง ผลที่ได้คือผิวหนังบริเวณนั้นเกิดภาวะ Skin Necrosis (ภาวะเนื้อตาย) ในที่สุดครับ

อ่านบทความเพิ่มเติม : อันตรายจากฟิลเลอร์ปลอม ไม่อยากเสี่ยง ควรอ่าน!

ฉีดฟิลเลอร์ แต่ละจุดใช้กี่ CC ?

ฉีดฟิลเลอร์ ใช้กี่ CC

การฉีดฟิลเลอร์แต่ละจุด จะใช้กี่ CC นั้น หมอจะเป็นคนประเมินให้ครับ โดยดูจากความลึกของผิว และความต้องการของคนไข้ หากปัญหาเกิดจากการยุบตัวของกระดูกเนื่องจากอายุ ก็จะใช้จำนวน CC มากขึ้นตามความเหมาะสม และสามารถทยอยฉีดได้เรื่อย ๆ จนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ไม่จำเป็นต้องเติมทีเดียวครับเป็นต้องเติมทีเดียวครับ

  • ฟิลเลอร์ขมับ 2-4 CC
  • ฟิลเลอร์แก้มส้ม 1-2 CC
  • ฟิลเลอร์ปาก 1-2 CC 
  • ฟิลเลอร์คาง 1-2 CC 
  • ฟิลเลอร์ร่องแก้ม 1-3 CC
  • ฟิลเลอร์ใต้ตา 2-4 CC
  • ฟิลเลอร์หน้าผาก 3-5 CC

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์

(V Square Clinic มีทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการปรับรูปหน้ามากกว่า 5-10 ปี และเป็นคลินิกที่ได้รับความไว้วางใจจากดาราหลายท่าน)

  • ห้ามฉีดซิลิโคนเหลว ฟิลเลอร์ปลอม
  • ห้ามฉีดฟิลเลอร์กับคนที่ไม่ใช่หมอ หมอเถื่อน หมอกระเป๋า
  • เลือกฉีดฟิลเลอร์ในคลินิกที่ได้มาตรฐาน และหมอที่มีประสบการณ์เท่านั้น

การฉีดฟิลเลอร์ แม้จะเป็นสารเติมเต็มที่ไม่อันตราย แต่ก็มีข้อควรระวังเรื่องบริเวณที่จะฉีด เช่น หน้าอก สะโพก ที่เมื่อฉีดเข้าไปแล้วอาจทำให้เกิดการอักเสบ ติดเชื้อได้ การแก้ไขก็อาจทำให้เต้านมผิดรูป ดังนั้นถ้าอยากเสริมหน้าอกหรือสะโพก หมอแนะนำให้ผ่าตัดศัลยกรรมครับ

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม : ฟิลเลอร์อันตรายไหม ? มาฟังคำตอบได้ที่นี่ บอกชัดทุกเรื่อง

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์

  • งดดื่มแอลกอฮอล์และกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด 24 ชั่วโมง ก่อนทำ
  • งดยา แอสไพริน, NSAIDs เช่น ibruprofen, diclofenac, ponstan เป็นเวลา 1 อาทิตย์ก่อนทำ
  • งดวิตามิน St. John’s Wort, ginko biloba, primrose oil, garlic, ginseng and Vitamin E
  • ควรงดยาทาชนิดผลัดเซลล์ผิว เช่น Tretinoin (Retin-A), Retinols, Retinoids, Glycolic Acid, หรือครีมในกลุ่ม “Anti-Aging” ทุกชนิด เป็นเวลา 3 วันก่อนทำหัตถการ
  • งดการแว็กซ์ผิว ผลัดเซลล์ผิว การดึงขนหรือโกนขนในบริเวณนั้น ๆ เป็นเวลา 3 วันก่อนทำหัตถการ
การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์
การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์
การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์
การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์

ขั้นตอนฉีดฟิลเลอร์
  1. ปรึกษาแพทย์ ก่อนตัดสินใจฉีดควรนัดเข้ามาปรึกษาปัญหาและให้หมอช่วยประเมินใบหน้า เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมที่สุด
  2. เลือกชนิดของฟิลเลอร์และรุ่นที่เหมาะสม แพทย์จะช่วยประเมินใบหน้า และแนะนำฟิลเลอร์ว่าควรใช้รุ่นไหน ยี่ห้อไหน ให้เหมาะสมกับจุดที่ฉีด
  3. ทำความสะอาดใบหน้าในจุดที่ฉีด ถ้าแต่งหน้ามาก็จะมีการเช็ดเครื่องสำอางในบริเวณที่จะฉีด เพื่อความสะอาดและปลอดภัยครับ
  4. ก่อนเริ่มฉีดฟิลเลอร์ ตรวจสอบว่าเป็นของแท้ ควรให้หมอแกะกล่องฟิลเลอร์ให้ดูต่อหน้า และตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นของแท้จริง ๆ ครับ
  5. ฉีดฟิลเลอร์โดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ 5-10 ปี
  6. แปะยาชาและประคบน้ำแข็งก่อนฉีดฟิลเลอร์ เพื่อช่วยลดความเจ็บจากเข็ม แต่ในเนื้อฟิลเลอร์บางรุ่นจะมียาชาผสมอยู่แล้วก็จะช่วยลดความเจ็บจากเข็มได้ด้วยเช่นกันครับ
  7. หมอแนะนำวิธีดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ หลังจากฉีดฟิลเลอร์เรียบร้อยแล้วหมอจะแนะนำวิธีการดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อรักษาให้ฟิลเลอร์เข้าที่และอยู่ได้นานขึ้นครับ
  8. หลังฉีดฟิลเลอร์มีการนัดติดตามผลหลังทำทุกเคส

อาการข้างเคียงหลังการฉีดฟิลเลอร์

อาการข้างเคียงหลังฉีดฟิลเลอร์

หลังฉีดฟิลเลอร์หมอจะแปะพลาสเตอร์ปิดรอยเข็ม ในระหว่างนี้คนไข้อาจมีอาการบวมแดงจากเข็มเป็นปกติครับ อาการบวมจะค่อย ๆ หายไปใน 1-2 สัปดาห์ และจะมีรอยเข็มเล็ก ๆ ในจุดที่ฉีด และจะหายไปเองใน 2-3 วัน ไม่ต้องกังวลครับ

ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ?

การที่จะฉีดฟิลเลอร์ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี คุ้มค่าและปลอดภัย ควรศึกษาข้อมูลไว้พิจาณาในหัวข้อ ต่อไปนี้ครับ

  • เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือ ผ่านการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข
  • แพทย์มีประสบการณ์ด้านการปรับรูปหน้า สามารถวิเคราะห์ ประเมินใบหน้าและแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด
  • ใช้ฟิลเลอร์แท้ในการฉีดเท่านั้น ศึกษาวิธีตรวจสอบฟิลเลอร์แท้ด้วยตัวเอง
  • ดูรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ในแหล่งที่เป็นกลาง คลินิกเข้าไปลบโพสต์ไม่ได้

หมอเคยเขียนข้อแนะนำก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในบทความนี้ครับ ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย และผลออกมาดูเป็นธรรมชาติ

รีวิวการฉีดฟิลเลอร์

(รีวิว ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ที่ V Square Clinic)

รีวิว ฟิลเลอร์ใต้ตา

(เคสนี้มีปัญหาใต้ตาลึก ขอบตาดำ ไม่สดใส แก้ด้วยการเติมฟิลเลอร์ใต้ตา)

รีวิว ฟิลเลอร์คาง

(ฉีดฟิลเลอร์คาง ปรับรูปหน้าเรียว ใบหน้าสมดุลมากขึ้น)

รีวิว ฉีดฟิลเลอร์ขมับ

(เคสนี้มีมีปัญหาขมับตอบ ทำให้ใบหน้าดูโทรม อ่อนล้า แก้ไขด้วยการเติมฟิลเลอร์ขมับ)

ฉีดฟิลเลอร์ ราคาเท่าไหร่ ?

การฉีดฟิลเลอร์ ราคาขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่เลือกใช้และตำแหน่งที่ฉีดครับ สำหรับที่ V square Clinic ฟิลเลอร์แต่ละตำแหน่งมีราคา ดังนี้

ฉีดฟิลเลอร์ราคาเท่าไหร่

ฉีดฟิลเลอร์ ยี่ห้อไหนดี ? แต่ละยี่ห้อต่างกันอย่างไร ?

ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี แตกต่างกันอย่างไร ?

ฟิลเลอร์มีหลายยี่ห้อครับ แต่ละยี่ห้อฟิลเลอร์ก็จะมีรุ่นย่อย ๆ ลงไปอีก เหตุผลที่มีหลายรุ่น เนื่องจากผิวในแต่ละจุดก็ต้องการใช้ฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันไป เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด หมอแนะนำฟิลเลอร์แท้ที่ได้รับความนิยมหลัก ๆ จาก 4 ประเทศ คือ อเมริกา สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ และฝรั่งเศส

ฟิลเลอร์ Juvederm (อเมริกา)

ฟิลเลอร์ Juvederm
  • Juvederm Ultra Plus อยู่ได้ 12 เดือน
  • Juvederm Voluma อยู่ได้ 18 เดือน
  • Juvederm Volift อยู่ได้ 12 เดือน
  • Juvederm Volite อยู่ได้ 8-12 เดือน
  • Juvederm Volbella อยู่ได้ 12 เดือน
  • Juvederm Volux อยู่ได้ 18-24 เดือน

อ่านบทความเพิ่มเติม : ฟิลเลอร์ Juvederm แต่ละรุ่นต่างกันอย่างไร? เหมาะกับจุดไหนบ้าง?

ฟิลเลอร์ Restylane (สวีเดน)

ฟิลเลอร์ Restylane
  • Restylane Defyne อยู่ได้ 18 เดือน
  • Restylane Perlane lyft อยู่ได้ 12 เดือน
  • Restylane Vital light * lido อยู่ได้ 6-12 เดือน
  • Restylane Classic อยู่ได้ 12 เดือน
  • Restylane Volyme อยู่ได้ 18 เดือน
  • Restylane Refyne อยู่ได้ 12 เดือน

อ่านบทความเพิ่มเติม : ฟิลเลอร์ Restylane แต่ละรุ่นดีอย่างไร? เลือกรุ่นไหนดี?

ฟิลเลอร์ Belotero (สวิตเซอร์แลนด์)

ฟิลเลอร์ Belotero
  • Belotero Intense อยู่ได้ 18 เดือน
  • Belotero Volume อยู่ได้ 18 เดือน

อ่านเพิ่มเติม : [เจาะลึก] ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี? ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ใต้ตา คาง ควรเลือกใช้รุ่นไหน?

วิธีการดูฟิลเลอร์แท้ ฟิลเลอร์ปลอม ดูอย่างไร ?

คนไข้ควรศึกษาวิธีดูฟิลเลอร์แท้แต่ละยี่ห้อ เพื่อให้สามารถตรวจสอบเองได้ในเบื้องต้น และมั่นใจได้ว่าฟิลเลอร์ที่นำมาฉีดนั้นเป็นของแท้จริง ๆ โดยสังเกตจากเลขทะเบียนอย. เอกสารกำกับภาษาไทย เลข lot ที่กล่อง ฯลฯ หรืออ่านบทความที่หมอเคยเขียนได้ที่ สรุป ! ฟิลเลอร์ปลอม ฟิลเลอร์แท้ ดูอย่างไร

([🔍จุดสังเกต❗] โบท็อกซ์แท้ ฟิลเลอร์แท้ ยี่ห้อต่าง ๆ | V Square Clinic)

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์

  1. ฟิลเลอร์ช่วยชะลอวัย หลังฉีดเห็นผลทันที และไม่ต้องพักฟื้น
  2. ฟิลเลอร์เป็นวิธีที่ปลอดภัย และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง (เนื่องจากฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองจาก อย. จะมีความปลอดภัย ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้และไม่มีปัญหาเรื่องของสารตกค้างในร่างกาย สามารถสลายเองได้ตามธรรมชาติ)
  3. ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล ไม่มีรอยแผลเป็น
  4. ฟิลเลอร์สามารถเติมได้เรื่อย ๆ ปรับแต่งได้ (ถ้าไม่ชอบก็สามารถฉีดสลายออกได้ 100%)
  5. ฟิลเลอร์ให้ผลได้แม่นยำ สวยเป็นธรรมชาติกว่าการเติมเต็มด้วยวิธีอื่น ๆ
  6. ฟิลเลอร์เหมาะกับตำแหน่งที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม คาง
  7. ฟิลเลอร์ไม่มีความเสี่ยงในการวางยาสลบ

ข้อควรระวังของการฉีดฟิลเลอร์

  1. ฟิลเลอร์ ไม่สามารถอยู่ได้ถาวร
  2. ไม่เหมาะกับบางตำแหน่งในร่างกาย เช่น หน้าอก สะโพก เพราะถ้าใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ปลอดภัย จะต้องใช้ฟิลเลอร์ปริมาณมาก หลายร้อย cc ราคาอาจจะสูงเกิน 1 ล้านบาท (บริเวณเหล่านี้ ใช้การผ่าตัดเสริมจะดีที่สุด)
  3. ต้องฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์และใช้ฟิลเลอร์แท้เท่านั้น เพื่อความปลอดภัย

การฉีดสลายฟิลเลอร์ คืออะไร ?

การฉีดสลายฟิลเลอร์ คือการใช้ตัวยาไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase : HYAL) ฉีดเพื่อสลายฟิลเลอร์ออกไปครับ ส่วนใหญ่จะเกิดจากไปฉีดฟิลเลอร์มาแล้วเป็นก้อน ไม่สวย จากการที่แพทย์ใช้เทคนิคที่ผิดพลาด ฉีดฟิลเลอร์ตื้นเกินไป หรือหากฉีดฟิลเลอร์แล้ว ไม่พอใจในรูปทรง ก็สามารถฉีดสลายแล้วฉีดใหม่ได้ครับ

ก่อนหน้านี้หมอมีบทความเกี่ยวกับการฉีดสลายฟิลเลอร์ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ครับ ฉีดฟิลเลอร์ผิดพลาด เป็นก้อน ฉีดสลายฟิลเลอร์ได้หรือไม่ มีความเสี่ยงอะไรบ้าง?

ฉีดฟิลเลอร์กับแพทย์ที่มีประสบการณ์

(ควรฉีดฟิลเลอร์กับแพทย์ที่มีประสบการณ์เพื่อความปลอดภัยครับ)

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์

ข้อควรปฏิบัติตัวหลังฉีดฟิลเลอร์ หมอมีคำแนะนำดังนี้ครับ

  1. ภายใน 48 ชั่วโมง หลังฉีดฟิลเลอร์ ไม่ควรออกกำลังกายหนักที่ทำให้เหงื่อออกมาก หรือไปตากแดดร้อน ๆ เพราะอาจทำให้เกิดรอยแดงได้มากยิ่งขึ้นในบริเวณที่ฉีด 
  2. ไม่ควรจับ ลูบคลำ นวด คลึง หรือปั้นให้เป็นรูปร่างเองในบริเวณที่ฉีด เพราะอาจส่งผลต่อการเคลื่อนตำแหน่งของตัวยา ไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ต้องการได้
  3. หลังฉีดฟิลเลอร์ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์, การสูบบุหรี่, กรณีฟิลเลอร์ปาก ควรงดการดูดน้ำจากหลอดดูดและการจูบ
  4. ควรดื่มน้ำมาก ๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วง 4 วันแรกหลังการฉีด ควรดื่มน้ำให้ได้ปริมาณ 1.5-2 ลิตรต่อวัน หรือ ประมาณวันละ 8-10 แก้ว เพราะฟิลเลอร์เป็นสารอุ้มน้ำ (น้ำจะเข้าไปเติมเต็มและไปจับกับโมเลกุลของฟิลเลอร์ที่ฉีด ส่งผลให้คงสภาพอยู่ได้นานขึ้น ทำให้การเติมฟิลเลอร์ดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น)
  5.  หลังฉีด 2 สัปดาห์ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนในบริเวณที่ฉีด งดเข้าอบไอน้ำ อบซาวน่า ทำเลเซอร์ ทำ RF หรือ ไอออนโต (Ionto) ความร้อนในระดับที่สามารถสัมผัสได้ คือ ไดร์เป่าผมและแสงแดดที่ไม่แรงจ้าเกินไปได้ หลังจาก 2 สัปดาห์ขึ้นไป ก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
  6. หลังจาก 24 ชั่วโมง สามารถทาแป้งแต่งหน้า, ลง Concealer หรือรองพื้นปกปิดบริเวณที่เขียวช้ำหรือรอยแดงจากเข็มได้ตามปกติ
  7. เมื่อผ่านไป 2 สัปดาห์ สามารถทำ Treatment อื่น ๆ ได้ตามปกติ
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์
การดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์

FAQ : ถาม-ตอบ การฉีดฟิลเลอร์

ฉีดฟิลเลอร์-v-square-clinic

Q : ไม่กล้าฉีดฟิลเลอร์เพราะกลัวไหลไปยังส่วนอื่นของใบหน้า เป็นได้จริงหรือไม่ ?

หากฉีดฟิลเลอร์แท้และแพทย์ที่มีความชำนาญก็จะไม่เกิดปัญหาเหล่านี้ครับ อาการหลังฉีดฟิลเลอร์แล้วไหล ย้อย ไม่เป็นทรง เกิดได้จากหลายปัจจัย ดังนี้

1. ฟิลเลอร์ปลอม

จะมีการโฆษณาอวดอ้างว่าฟิลเลอร์ที่ฉีดให้เป็นแบบกึ่งถาวร หรือสามารถอยู่ได้นานเกินกว่า 5 ปี ซึ่งความจริงไม่ใช้สาร Hyaluronic Acid ครับ หากอยู่ใต้ผิวหนังเป็นระยะเวลานานเกินไป อาจจะมีการเคลื่อนตำแหน่งไปยังจุดอื่นบนใบหน้าได้

2. การเลือกใช้ฟิลเลอร์ให้ถูกกับปัญหา

ฟิลเลอร์ มีหลายรุ่น หลายยี่ห้อ มีจุดเด่นและคุณสมบัติแตกต่างกัน มีทั้งเนื้อแข็ง เนื้ออ่อน ที่เหมาะสมกับผิวหนังในบริเวณที่ต้องการฉีดแตกต่างกันไปครับ หมอจะต้องเลือกเนื้อฟิลเลอร์ให้เหมาะกับผิวบริเวณที่ฉีด หากใช้ฟิลเลอร์ที่มีความละเอียดของโมเลกุลใหญ่มากเกินไปฉีดในจุดที่ผิวอ่อน มีการเคลื่อนไหวมาก ส่งผลให้เกิดการหน่วงผิว ทำให้ฟิลเลอร์เกิดการเคลื่อนที่ไปยังบริเวณอื่นบนใบหน้าได้ (คนทั่วไปจะเรียกกันว่า ฟิลเลอร์ไหล)

Q : หากเข้าใกล้ความร้อนจะทำให้ ฟิลเลอร์ละลาย จริงหรือไม่ ?

ความร้อนมีผลต่อการสลายของฟิลเลอร์จริง แต่ต้องพิจารณาเป็นกรณีไปว่าบริเวณที่สัมผัสความร้อนโดยตรงนั้นคือส่วนไหน เช่น คนที่เคยได้รับการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปริมฝีปาก และนิยมรับประทานของร้อนเป็นประจำ อาจมีส่วนทำให้ฟิลเลอร์บริเวณปากสลายไปได้เร็วกว่าอายุของฟิลเลอร์จริง

สำหรับจุดอื่น ๆ บนใบหน้าส่วนมาก ความร้อนทั่วไปจะไม่ค่อยมีผลเนื่องจากไม่มีส่วนใดที่ได้รับการสัมผัสกับความความร้อนโดยตรงเป็นเวลานานครับ

Q : การฉีด Filler ต้องทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผล ?

โดยทั่วไปฟิลเลอร์จะเห็นผลชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ แต่จะอยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นกับยี่ห้อที่เลือกใช้และการดูแลตัวเอง รวมไปถึงสภาพผิวของแต่ละคนครับ

Q : ถ้าฉีดฟิลเลอร์แล้วไม่ฉีดอีก จะทำให้หน้ายิ่งเหี่ยวหนักกว่าเดิม จริงหรือไม่ ?

หลายคนมีความเชื่อว่าถ้าไม่ฉีดฟิลเลอร์เรื่อย ๆ จะทำให้หน้าแก่ลง ซึ่งไม่จริงครับ แต่อาจเป็นเพราะไม่คุ้นเคยกับลักษณะของผิวหน้าตัวเองในตอนที่ฟิลเลอร์สลายหมดแล้ว

เนื่องจากฟิลเลอร์จะทำให้ผิวบริเวณที่ฉีดและรอบ ๆ มีความชุ่นชื้น มีน้ำมาหล่อเลี้ยงมากขึ้น ทำให้คอลลาเจนและอิลาสตินบริเวณนั้นถูกสร้างขึ้นมาด้วย ต่อให้ฟิลเลอร์สลายหมดคอลลาเจนและอิลาสตินของร่างกายก็ยังคงอยู่ ช่วยชะลออายุของผิวได้ครับ

Q : ฟิลเลอร์ ที่ได้มาตรฐานจะอยู่ได้นานแค่ไหน ?

การฉีดฟิลเลอร์ไม่ใช่หัตถการที่อยู่ได้ถาวรครับ เมื่อเวลาผ่านไปสารไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) จะย่อยสลายได้เองตามกระบวนการทางธรรมชาติของร่างกาย ส่วนใหญ่แล้วหากฉีดฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานครั้งหนึ่ง จะอยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน แล้วแต่รุ่นของฟิลเลอร์

สิ่งที่ต้องระวังคือ ถ้าหากเป็นฟิลเลอร์ปลอมที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น ซิลิโคนเหลว หรือพาราฟิน สารเหล่านี้จะไม่สามารถย่อยสลายไปได้เอง

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้ง 16 สาขา หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

Banner_Web_หมอให้คำปรึกษา

สามารถ Comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ