Reading Time: 3 minutes

ฟิลเลอร์ Filler

ฟิลเลอร์ คือ การฉีดสารเติมเต็มผิว ด้วยสารไฮยาลูโรนิค แอซิด ( Hyaluronic Acid ) หรือ เรียกว่า “HA” เพื่อช่วยเติมเต็มหรือเสริมในชั้นผิวหนังและใต้ผิวหนัง

HA จะช่วยกักเก็บน้ำให้แก่ชั้นใต้ผิว ในจุดที่ต้องการได้รับการแก้ไข เพื่อเติมเต็มช่องว่างให้กับเซลล์ผิวหนัง ทำให้ผิวเกิดความยืดหยุ่น เพิ่มความเต่งตึงเนียนเรียบ ปราศจากริ้วรอย

เราจะใช้ ฟิลเลอร์ ในส่วนที่เป็นริ้วรอยร่องลึก ที่เกิดขึ้นตามจุดต่างๆบนใบหน้าทำให้ร่องดูตื้นขึ้น และเป็นการเติมใยคอลลาเจนที่หายไป ให้กลับมาดูอิ่มเอิบ ส่งผลให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์กว่าวัย ได้อย่างชัดเจน ฟิลเลอร์แท้ สามารถสลายตัวไปได้เองตามธรรมชาติ

และยังสามารถนำ “ฟิลเลอร์ ” มาช่วยในการแก้ไขในปรับแต่งรูปหน้าได้อีกด้วย เช่น ฉีดเพื่อเติมเต็มริมฝีปาก หรือ ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มให้ตื้นขึ้นคนไข้ที่เริ่มมีอายุมากขึ้น ทำให้แก้มตอบลงหรือกระดูกยุบตัวลง ก็สามารถใช้ฟิลเลอร์ ในการแก้ปัญหาเหล่านี้ได้เช่นกัน แม้กระทั่งการนำฟิลเลอร์มาใช้ในการบำรุงผิวให้กระชับเปล่งปลั่ง หรือ ฉีดเพื่อเติมเต็มริมฝีปาก หรือ ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มให้ตื้นขึ้น

เลือกอ่านหัวข้อการฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ อันตรายไหม ?

การฉีดฟิลเลอร์ เป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน และขณะนี้มีฟิลเลอร์ให้เลือกใช้มากมายหลายยี่ห้อ หลายรุ่น สามารถฉีดได้หลายตำแหน่ง ถ้าใช้ฟิลเลอร์แท้ซึ่งเป็นสาร HA (Hyaluronic acid) 100% ฉีดด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง โดยแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญ ก็จะมีความปลอดภัยสูง

หากมีการใช้สารอื่นแทนฟิลเลอร์ เช่น ซิลิโคนเหลว ฟิลเลอร์ปลอม ก็อาจจะเกิดผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดและเป็นอันตรายได้ ปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากการทำฟิลเลอร์ กับแพทย์ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญพอ  และฟิลเลอร์ไม่มีมาตรฐาน

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม : ฟิลเลอร์ อันตรายไหม ? มาฟังคำตอบได้ที่นี่ บอกชัดทุกเรื่อง

ไม่กล้าฉีดฟิลเลอร์เพราะกลัวไหลไปยังส่วนอื่นของใบหน้า เป็นได้จริงหรือไม่ ?

1.ไม่ฉีดฟิลเลอร์ที่มีการอวดอ้างสรรพคุณ ว่าฟิลเลอร์ที่ฉีดให้เป็นแบบกึ่งถาวร หรือสามารถอยู่ได้นานเกินกว่า 5 ปี เพราะเป็นฟิลเลอร์ที่ไม่สามารถสลายเองได้ ฟิลเลอร์หากอยู่ใต้ผิวหนังเป็นระยะเวลานานเกินไป อาจจะมีการเคลื่อนตำแหน่งไปยังจุดอื่นบนใบหน้าได้

เมื่อคนไข้จะฉีดฟิลเลอร์ ควรศึกษา-วิธีการสังเกตฟิลเลอร์ของแท้ยี่ห้อต่างๆ ที่สำคัญคือ ก่อนฉีดฟิลเลอร์ควรให้หมอแกะกล่องฟิลเลอร์ให้ดูต่อหน้า และขอกล่องและหลอดกลับบ้าน หรือถ่ายรูปเก็บไว้ตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นฟิลเลอร์แท้ที่ได้มาตรฐานจะดีที่สุด

หรืออ่านข้อมูลเพิ่มเติม : วิธีการสังเกตุฟิลเลอร์ของแท้ยี่ห้อต่าง ๆ  

  1. ควรเลือกฟิลเลอร์ที่มีลักษณะโมเลกุลเล็ก มีความละเอียดเหมาะสมกับผิวหนังในบริเวณที่ต้องการฉีดแก้ไข เพราะถ้าฉีดฟิลเลอร์ชนิดที่มีความละเอียดของโมเลกุลใหญ่มากเกินไป จะไม่เหมาะกับผิวบริเวณที่ฉีด ส่งผลให้หนักและหน่วงผิว ทำให้ฟิลเลอร์เกิดการเคลื่อนที่ ยังบริเวณอื่นบนใบหน้าได้ (คนทั่วไปจะเรียกกันว่า ฟิลเลอร์ไหล)

ดังนั้นคนไข้ควรปรึกษากับแพทย์ผู้ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์สูงเฉพาะทาง ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยเลือกฟิลเลอร์ให้เหมาะสม โดยเลือกฟิลเลอร์ที่มีขนาดโมเลกุลละเอียดกับผิวบริเวณที่ต้องการฉีด

หากเข้าใกล้กับความร้อนจะทำให้ ฟิลเลอร์ ละลาย จริงหรือไม่ ?

ความร้อนมีผลต่อการสลายของฟิลเลอร์จริง แต่ต้องพิจารณาเป็นกรณีไปว่า บริเวณที่ได้รับการสัมผัสความร้อนโดยตรงและบริเวณที่ฉีดนั้นเกี่ยวข้องกัน เช่น คนที่เคยได้รับการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปริมฝีปาก และนิยมรับประทานของร้อนเป็นประจำ อาจมีส่วนทำให้ฟิลเลอร์บริเวณปากสลายไปได้เร็ว กว่าอายุของฟิลเลอร์จริง

สำหรับจุดอื่นๆบนใบหน้าส่วนมาก ยกเว้นบริเวณปาก มักจะไม่มีส่วนใดที่ได้รับการสัมผัสกับความความร้อนโดยตรงเป็นเวลานาน

การฉีด Filler ต้องทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผล ?

โดยทั่วไปฟิลเลอร์จะเห็นผลชัดเจน ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ จะอยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน บางคนอาจจะทำน้อยหรือมากกว่านี้ขึ้นกับอายุ การดูแลผิว และการดำเนินชีวิต

ถ้าฉีดฟิลเลอร์แล้วไม่ฉีดอีก จะทำให้หน้ายิ่งเหี่ยวหนักกว่าเดิม จริงหรือไม่ ?

คำตอบคือ ไม่จริง เพราะฟิลเลอร์แท้จะสลายหมด 100% ไม่มีสารตกค้าง ไม่มีผลทำให้ผิวหน้าเหี่ยวมากกว่าเดิม หากถ้าไม่ได้ฉีดฟิลเลอร์ต่อเนื่อง ผิวก็จะกลับคืนสภาพเดิม แต่ยังดีกว่าเดิม

เนื่องจากฟิลเลอร์จะทำให้ผิวบริเวณที่ฉีดและรอบๆ มีความชุ่นชื้น มีน้ำมาหล่อเลี้ยงมากขึ้น ทำให้ คอลลาเจนและอิลาสตินบริเวณนั้นถูกสร้างขึ้นมาด้วย ต่อให้ฟิลเลอร์สลายหมด คอลลาเจน และ

อิลาสตินของร่างกายก็ยังคงอยู่ แต่ที่มีการกล่าวว่า ถ้าไม่ฉีดต่อเนื่องจะทำให้หน้าเหี่ยวกว่าเดิม เป็นเพราะไม่คุ้นเคยกับลักษณะของผิวหน้าตัวเองในตอนที่ฟิลเลอร์สลายหมดแล้ว

หรืออาจเกิดจากลักษณะการใช้ชีวิต (lifestyle) ที่ไม่ดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง เช่น นอนดึก ดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ออกกำลังกาย ตากแดด โดยไม่ปกป้องผิวด้วยการทาครีมกันแดดหรือกางร่ม รวมทั้งอายุที่เพิ่มมากขึ้น

หลังจากฉีดฟิลเลอร์ต้องดูแลตัวเองอย่างไร แนะนำขั้นตอนการดูแลตัวเอง โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เพื่อการฉีดฟิลเลอร์ที่มีประสิทธิภาพดีมากยิ่งขึ้น

 

หลังจากฉีดฟิลเลอร์ ดูแลยังไง

ขั้นตอนการดูแลตัวเอง หลังฉีดฟิลเลอร์ เพื่อประสิทธิภาพ ที่ดีมากยิ่งขึ้น แนะนำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์

ข้อควรปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัด ตามคำแนะนำของแพทย์ ดังนี้

1.ภายใน 48 ชั่วโมง หลังฉีดฟิลเลอร์ ไม่ควรออกกำลังกายหนัก ที่ทำให้เหงื่อออกมาก หรือไปตากแดดร้อน ๆ เพราะอาจทำให้เกิดรอยแดงได้มากยิ่งขึ้นในบริเวณที่ฉีด ไม่ควรจับ ลูบคลำ นวด คลึง หรือปั้นให้เป็นรูปร่างเองในบริเวณที่ฉีด เพราะอาจส่งผลต่อการเคลื่อนตำแหน่งของตัวยา ไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ต้องการได้

2.ภายใน 48 ชั่วโมง หลังฉีดฟิลเลอร์ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์, การสูบบุหรี่, กรณีฟิลเลอร์      ริมฝีปาก ควรงดการดูดจากหลอดดูด และการจูบ

3.ควรดื่มน้ำมากๆอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วง 4 วันแรกหลังการฉีด ควรดื่มน้ำให้ได้ปริมาณ 1.5-2 ลิตรต่อวัน หรือ ประมาณวันละ 8-10 แก้ว เพราะฟิลเลอร์เป็นสารอุ้มน้ำ (น้ำ จะเข้าไปเติมเต็มและไปจับกับโมเลกุลของฟิลเลอร์ที่ฉีด ส่งผลให้คงสภาพอยู่ได้นานขึ้น ทำให้การเติมฟิลเลอร์ดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น)

4.ภายใน 2 สัปดาห์ หลังฉีด ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำอุ่น หรือน้ำร้อนในบริเวณที่ฉีด งดเข้าอบไอน้ำ อบซาวน่า ทำเลเซอร์ ทำ RF หรือ ไอออนโต (Ionto)  เพราะการสัมผัสความร้อนเฉพาะจุด เป็นเวลานานอาจส่งผลต่อฟิลเลอร์ได้ ความร้อนในระดับที่สามารถสัมผัสได้ คือ ไดร์เป่าผม และแสงแดดที่ไม่แรงจ้าเกินไปได้ หลังจาก 2 สัปดาห์ขึ้นไป ก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

5.หลังจาก 24 ชั่วโมง สามารถทาแป้งแต่งหน้า, ลง Concealer หรือ รองพื้นปกปิดบริเวณที่เขียวช้ำ หรือรอยแดงจากเข็มได้ตามปกติ

6.เมื่อผ่านไป 1 สัปดาห์ สามารถทำTreatment อื่นๆได้ตามปกติ (ยกเว้น Laser, Rf และ Ionto ต้องรอ 2 สัปดาห์)

ฟิลเลอร์ ที่ได้มาตรฐานจะอยู่ได้นานแค่ไหน?

ปกติการฉีดฟิลเลอร์เมื่อฉีดเข้าไปจะไม่อยู่ถาวร ซึ่งสารไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) จะย่อยสลายได้เอง ตามกระบวนการทางธรรมชาติของร่างกาย ส่วนใหญ่แล้วหากฉีดฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานครั้งหนึ่ง จะอยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน แล้วแต่รุ่นของฟิลเลอร์

สิ่งที่ต้องระวังคือ ถ้าหากเป็นฟิลเลอร์ปลอมที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น ซิลิโคนเหลว หรือพาราฟิน สารเหล่านี้จะไม่สามารถย่อยสลายไปได้เองหากฉีดเข้าไปหลายๆครั้ง เมื่อหมดอายุแล้ว จะทำให้เกิดการไหลไปกองรวมกันเป็นพังผืด ซึ่งไม่สามารถฉีดสลายออกได้ การจะเอาออกต้องผ่าตัดขูดออกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

สำหรับคนที่กำลังมองหาว่า จะเลือกฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี คลินิกไหนดี ควรศึกษา-วิธีการสังเกตฟิลเลอร์ของแท้ยี่ห้อต่างๆและที่สำคัญ คือ ก่อนฉีดควรให้หมอแกะกล่องฟิลเลอร์ให้ดูต่อหน้า และขอกล่องและหลอดกลับบ้าน หรือถ่ายรูปเก็บไว้ตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นฟิลเลอร์แท้ที่ได้มาตรฐานจะดีที่สุด

หากทางคลินิกหรือหมอไม่ให้ตรวจสอบ ก็ไม่ควรฉีด เพราะถ้าเจอฟิลเลอร์ปลอม ก็จะส่งผลโดยตรงต่อใบหน้า เป็นอันตรายได้

ฉีดฟิลเลอร์ ได้ที่บริเวณไหนบ้าง

สามารถฉีดฟิลเลอร์ได้ ทุกบริเวณของผิวที่เกิดข้อบกพร่อง โดยทั่วไปมักจะนิยมฉีดฟิลเลอร์ เฉพาะที่ใบหน้าหากคนไข้มีปัญหาผิวที่เกิดข้อบกพร่องเรื่องริ้วรอย ร่องลึก เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม แพทย์จะพิจารณาเป็นรายบุคคล เช่น ช่วยยกกระชับผิวหน้า หรือช่วยปรับแต่งรูปหน้าบริเวณ คาง หน้าผาก ขมับ  

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์

1.ฟิลเลอร์ช่วยชะลอวัย ฉีดเสร็จสามารถเดินทางกลับบ้านได้เลย

2.ฟิลเลอร์เป็นวิธีที่ปลอดภัย และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง

(เนื่องจากฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองจาก อย. จะมีความปลอดภัย ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ และไม่มีปัญหาเรื่องของสารตกค้างในร่างกาย สามารถสลายเองได้ตามธรรมชาติ)

3.ฟิลเลอร์ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น ไม่มีรอยแผลเป็น

4.ฟิลเลอร์สามารถเติมได้เรื่อยๆ ปรับแต่งได้ (ถ้าไม่ชอบก็สามารถฉีดสลายออกได้100%)

5.ฟิลเลอร์ให้ผลได้แม่นยำ สวยเป็นธรรมชาติกว่าการเติมเต็มด้วยวิธีอื่นๆ

6.ฟิลเลอร์เหมาะกับตำแหน่งที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม คาง

7.ฟิลเลอร์ไม่มีความเสี่ยงในการวางยาสลบ

ข้อควรระวังของการฉีดฟิลเลอร์

1.ฟิลเลอร์ ไม่สามารถอยู่ได้ถาวร

2.ฟิลเลอร์ ราคาค่อนข้างสูง

3.ฟิลเลอร์ ไม่เหมาะกับบางตำแหน่งในร่างกาย เช่น หน้าอก สะโพก เพราะถ้าใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ปลอดภัย จะต้องใช้ฟิลเลอร์ปริมาณมาก หลายร้อย cc ราคาอาจจะสูงเกิน 1ล้านบาท (บริเวณเหล่านี้ ใช้การผ่าตัดเสริมจะดีที่สุด)

(V Square Clinic เรามีทีมแพทย์ พร้อมให้คำแนะนำและปรึกษาสอบถามทุกคำถามฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย)

รีวิวการฉีดฟิลเลอร์

เป็นยังไงกันบ้างสำหรับความรู้เกี่ยวกับ ฟิลเลอร์  หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถปรึกษาคุณหมอได้ตลอดในเวลาทำการได้ทันทีนะคะ

สนใจติดต่อสอบถาม V Square Clinic
เปิดบริการทุกวัน 11.00-20.00 น.

หรือโทร : 091-913-7000

FB : fb.com/VsquareClinic
Line@ : @vsquareclinic

ขอบคุณที่อ่านครับ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนครับ
(1 ดาว – น้อย / 5 ดาว – มาก)
[ผู้โหวตทั้งหมด: 16 เฉลี่ย : 4.4/5]