ฟิลเลอร์คืออะไร

ฟิลเลอร์ Filler

ฟิลเลอร์ คือ การฉีดสารเติมเต็มผิวประเภทไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ เรียกสั้นๆ ว่า “HA” เพื่อช่วยเติมเต็มหรือเสริมในชั้นผิวหนังและใต้ผิวหนัง ช่วยกักเก็บน้ำและความชุ่มชื้น ในชั้นผิวบริเวณจุดฉีดฟิลเลอร์ ทำให้ผิวเกิดความยืดหยุ่น ผิวเต่งตึง เนียนเรียบและช่วยลดริ้วรอยได้

หมอจะให้ข้อมูลแบบเจาะลึก เกี่ยวกับฟิลเลอร์ มีกี่ประเภท? ฉีดตรงไหนได้บ้าง? แต่ละยี่ห้อเหมาะกับการฉีดจุดไหน? พร้อมตอบคำถามที่หลายคนสงสัย ในบทความนี้ครับ

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

ฟิลเลอร์มีกี่ประเภท ?

ฟิลเลอร์ (filler) ในทางการแพทย์ จะหมายถึง “สารฉีดเติมเต็ม” และในความหมายที่คนทั่วไปเข้าใจ จะหมายถึงการฉีดฟิลเลอร์เพื่อเสริมความงามครับ ซึ่งในต่างประเทศฟิลเลอร์มีหลายประเภท ดังนี้

  1. HA (Hyaluronic Acid) เป็นฟิลเลอร์ที่ปลอดภัย และได้รับความนิยมมากที่สุดครับ สามารถย่อยสลายได้เอง ฉีดเติมใหม่ได้เรื่อยๆ มีใช้แพร่หลายทั่วโลก
  2. Collagen จากสัตว์ ไม่นิยมในปัจจุบัน เนื่องจากจะมีอาการแพ้ฟิลเลอร์ บวมแดงได้ง่าย
  3. Transplanted Fat (เติมไขมัน) เหมาะกับคนที่ต้องการฉีดครั้งละมากๆ 10-20 cc ขึ้นไป
  4. Biosynthetic Polymers จำพวก ซิลิโคนเหลว, Calcium Hydroxylapatite,  Polymethyl Methacrylate กลุ่มนี้จะเป็นฟิลเลอร์ที่ไม่สลาย ไม่ปลอดภัย ไม่แนะนำให้ใช้ และไม่ผ่าน อย.
ฟิลเลอร์ในทางการแพทย์ หมายถึง สารฉีดเติมเต็ม

ฉีดฟิลเลอร์ บริเวณไหนได้บ้าง ?

โดยทั่วไปนิยมฉีดฟิลเลอร์ บริเวณใบหน้าที่มีปัญหาริ้วรอย ร่องลึก หรือส่วนที่มีการยุบตัวของกระดูกเมื่ออายุมากขึ้นครับ ทั้งใต้ตา ร่องแก้ม คาง ปาก รวมไปถึงการฉีดเพื่อเสริมโหงวเฮ้ง เช่น หน้าผากหรือขมับ แต่ไม่ว่าจะต้องการฉีดเพื่อความสวยงามหรือเพื่อเสริมโหงวเฮ้ง ควรให้หมอช่วยประเมินเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเหมาะสม เข้ากับใบหน้าครับ

ฉีดฟิลเลอร์ บริเวณไหนได้บ้าง ?

ฟิลเลอร์ในทางการแพทย์ หมายถึง สารฉีดเติมเต็ม

โดยทั่วไปนิยมฉีดฟิลเลอร์ บริเวณใบหน้าที่มีปัญหาริ้วรอย ร่องลึก หรือส่วนที่มีการยุบตัวของกระดูกเมื่ออายุมากขึ้นครับ ทั้งใต้ตา ร่องแก้ม คาง ปาก รวมไปถึงการฉีดเพื่อเสริมโหงวเฮ้ง เช่น หน้าผากหรือขมับ แต่ไม่ว่าจะต้องการฉีดเพื่อความสวยงามหรือเพื่อเสริมโหงวเฮ้ง ควรให้หมอช่วยประเมินเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเหมาะสม เข้ากับใบหน้าครับ

ฟิลเลอร์ อันตรายไหม

อย่างที่หมอบอกว่าฟิลเลอร์ที่ปลอดภัย และนิยมใช้มากที่สุดคือ HA เป็นสารโพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharide) สร้างเลียนแบบสารที่มีในร่างกายมนุษย์ตามธรรมชาติ มีความปลอดภัยสูงมาก ฟิลเลอร์ HA จึงเป็นที่นิยมใช้ในคลินิกความงามครับ

เมื่อมั่นใจว่าฟิลเลอร์ที่นำมาฉีดเป็นฟิลเลอร์ HA แท้ ต่อมาที่ต้องระวังคือเทคนิคการฉีดของแพทย์ครับ ต้องเลือกฉีดกับแพทย์มีประสบการณ์ ใช้เทคนิคการฉีด เทคนิคการใช้เข็มที่ถูกต้อง เพื่อระวังไม่ให้ฉีดเข้าเส้นเลือด จนเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายครับ

ก่อนฉีดต้องตรวจสอบว่าเป็นฟิลเลอร์แท้

(เพื่อความมั่นใจว่าเป็นฟิลเลอร์แท้ แพทย์ควรแกะกล่องให้ดูต่อหน้าทุกครั้งก่อนฉีดฟิลเลอร์ครับ)

จุดฉีดฟิลเลอร์

(แม้ใช้เข็มทู่ขนาดเล็ก ก็มีโอกาสโดนเส้นเลือดได้ถ้าหมอไม่มีประสบการณ์มากพอ)

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์

  • ห้ามฉีดซิลิโคนเหลว ฟิลเลอร์ปลอม
  • ห้ามฉีดฟิลเลอร์กับคนที่ไม่ใช่หมอ หมอกระเป๋า
  • เลือกฉีดฟิลเลอร์ในคลินิกที่ได้มาตรฐานเท่านั้น

การฉีดฟิลเลอร์ แม้จะเป็นสารเติมเต็มที่ไม่อันตราย แต่ก็มีข้อควรระวังเรื่องบริเวณที่จะฉีด เช่น หน้าอก สะโพก ที่เมื่อฉีดเข้าไปแล้วอาจทำให้เกิดการอักเสบ ติดเชื้อได้ การแก้ไขก็อาจทำให้เต้านมผิดรูป ดังนั้นถ้าอยากเสริมหน้าอกหรือสะโพก หมอแนะนำให้ผ่าตัดศัลยกรรมครับ

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม : ฟิลเลอร์อันตรายไหม ? มาฟังคำตอบได้ที่นี่ บอกชัดทุกเรื่อง

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์

  • งดดื่มแอลกอฮอล์และกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด 24 ชั่วโมง ก่อนทำ
  • งดยา แอสไพริน, NSAIDs เช่น Ibruprofen Diclofenac Ponstan เป็นเวลา 1 อาทิตย์ก่อนทำ
  • งดวิตามิน St. Johns Wort, Ginko Biloba, Primrose Oil, Garlic, Ginseng, and Vitamin E
  • ควรงดยาทาชนิดผลัดเซลล์ผิว เช่น Tretinoin (Retin-A), Retinols, Retinoids, Glycolic Acid, หรือครีมในกลุ่ม “Anti-Aging” ทุกชนิด เป็นเวลา 3 วันก่อนทำหัตถการ
  • งดการแว็กผิว ผลัดเซลล์ผิว การดึงขนหรือโกนขนในบริเวณนั้นๆ เป็นเวลา 3 วันก่อนทำหัตถการ
รีวิวฟิลเลอร์ใต้ตา-ฟลุ๊ค-เกริกพล-ทำหน้า

ฟิลเลอร์ อันตรายไหม

ก่อนฉีดต้องตรวจสอบว่าเป็นฟิลเลอร์แท้

(เพื่อความมั่นใจว่าเป็นฟิลเลอร์แท้ แพทย์ควรแกะกล่องให้ดูต่อหน้าทุกครั้งก่อนฉีดฟิลเลอร์ครับ)

อย่างที่หมอบอกว่าฟิลเลอร์ที่ปลอดภัย และนิยมใช้มากที่สุดคือ HA เป็นสารโพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharide) สร้างเลียนแบบสารที่มีในร่างกายมนุษย์ตามธรรมชาติ มีความปลอดภัยสูงมาก ฟิลเลอร์ HA จึงเป็นที่นิยมใช้ในคลินิกความงามครับ

เมื่อมั่นใจว่าฟิลเลอร์ที่นำมาฉีดเป็นฟิลเลอร์ HA แท้ ต่อมาที่ต้องระวังคือเทคนิคการฉีดของแพทย์ครับ ต้องเลือกฉีดกับแพทย์มีประสบการณ์ ใช้เทคนิคการฉีด เทคนิคการใช้เข็มที่ถูกต้อง เพื่อระวังไม่ให้ฉีดเข้าเส้นเลือด จนเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายครับ

จุดฉีดฟิลเลอร์

(แม้ใช้เข็มทู่ขนาดเล็ก ก็มีโอกาสโดนเส้นเลือดได้ถ้าหมอไม่มีประสบการณ์มากพอ)

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์

รีวิวฟิลเลอร์ใต้ตา-ฟลุ๊ค-เกริกพล-ทำหน้า
  • ห้ามฉีดซิลิโคนเหลว ฟิลเลอร์ปลอม
  • ห้ามฉีดฟิลเลอร์กับคนที่ไม่ใช่หมอ หมอกระเป๋า
  • เลือกฉีดฟิลเลอร์ในคลินิกที่ได้มาตรฐานเท่านั้น

การฉีดฟิลเลอร์ แม้จะเป็นสารเติมเต็มที่ไม่อันตราย แต่ก็มีข้อควรระวังเรื่องบริเวณที่จะฉีด เช่น หน้าอก สะโพก ที่เมื่อฉีดเข้าไปแล้วอาจทำให้เกิดการอักเสบ ติดเชื้อได้ การแก้ไขก็อาจทำให้เต้านมผิดรูป ดังนั้นถ้าอยากเสริมหน้าอกหรือสะโพก หมอแนะนำให้ผ่าตัดศัลยกรรมครับ

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม : ฟิลเลอร์อันตรายไหม ? มาฟังคำตอบได้ที่นี่ บอกชัดทุกเรื่อง

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์

  • งดดื่มแอลกอฮอล์และกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด 24 ชั่วโมง ก่อนทำ
  • งดยา แอสไพริน, NSAIDs เช่น Ibruprofen Diclofenac Ponstan เป็นเวลา 1 อาทิตย์ก่อนทำ
  • งดวิตามิน St. Johns Wort, Ginko Biloba, Primrose Oil, Garlic, Ginseng, and Vitamin E
  • ควรงดยาทาชนิดผลัดเซลล์ผิว เช่น Tretinoin (Retin-A), Retinols, Retinoids, Glycolic Acid, หรือครีมในกลุ่ม “Anti-Aging” ทุกชนิด เป็นเวลา 3 วันก่อนทำหัตถการ
  • งดการแว็กผิว ผลัดเซลล์ผิว การดึงขนหรือโกนขนในบริเวณนั้นๆ เป็นเวลา 3 วันก่อนทำหัตถการ

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์

  1. ปรึกษาแพทย์ ก่อนตัดสินใจฉีดควรนัดเข้ามาปรึกษาปัญหาและให้หมอช่วยประเมินใบหน้า เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมที่สุด
  2. เลือกชนิดของฟิลเลอร์และรุ่นที่เหมาะสม แพทย์จะช่วยประเมินใบหน้า และแนะนำฟิลเลอร์ว่าควรใช้รุ่นไหน ยี่ห้อไหน ให้เหมาะสมกับจุดที่ฉีด
  3. ทำความสะอาดใบหน้าในจุดที่ฉีด ถ้าแต่งหน้ามาก็จะมีการเช็ดเครื่องสำอางในบริเวณที่จะฉีด เพื่อความสะอาดและปลอดภัยครับ
  4. ก่อนเริ่มฉีดฟิลเลอร์ ตรวจสอบว่าเป็นของแท้ ควรให้หมอแกะกล่องฟิลเลอร์ให้ดูต่อหน้า และตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นของแท้จริงๆ ครับ
  5. ประคบน้ำแข็งและฉีดฟิลเลอร์ การประคบน้ำแข็งจะช่วยลดความเจ็บจากเข็มครับ ส่วนในเนื้อฟิลเลอร์จะมียาชาผสมอยู่แล้ว
  6. หมอแนะนำวิธีดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ หลังจากฉีดฟิลเลอร์เรียบร้อยแล้วหมอจะแนะนำวิธีการดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อรักษาให้ฟิลเลอร์เข้าที่และอยู่ได้นานขึ้นครับ

อาการข้างเคียงหลังการฉีดฟิลเลอร์

หลังฉีดฟิลเลอร์จะมีอาการบวมเข็มเป็นปกติครับ อาการบวมจะค่อยๆ หายไปใน 1-2 สัปดาห์ และจะมีรอยเข็มเล็กๆ ในจุดที่ฉีด และจะหายไปเองใน 2-3 วัน ไม่ต้องกังวลครับ

ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี

การที่จะฉีดฟิลเลอร์ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี คุ้มค่าและปลอดภัย ควรศึกษาข้อมูลไว้พิจาณาในหัวข้อ ต่อไปนี้ครับ

  • เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือ ผ่านการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข
  • แพทย์มีประสบการณ์ด้านการปรับรูปหน้า สามารถวิเคราะห์ ประเมินใบหน้าและแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด
  • ใช้ฟิลเลอร์แท้ในการฉีดเท่านั้น ศึกษาวิธีตรวจสอบฟิลเลอร์แท้ด้วยตัวเอง
  • ดูรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ในแหล่งที่เป็นกลาง คลินิกเข้าไปลบโพสต์ไม่ได้

หมอเคยเขียนข้อแนะนำก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในบทความนี้ครับ ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย และผลออกมาดูเป็นธรรมชาติ

รีวิวการฉีดฟิลเลอร์

(รีวิว ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ที่ V Square Clinic)

(รีวิว ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ที่ V Square Clinic)

รีวิว ฟิลเลอร์ใต้ตา

(ปัญหาใต้ตาลึก ไม่สดใส แก้ด้วยการเติมฟิลเลอร์ใต้ตา)

รีวิว ฟิลเลอร์คาง

(ฉีดฟิลเลอร์คาง ปรับรูปหน้าเรียว ใบหน้าสมดุลมากขึ้น)

รีวิว ฉีดฟิลเลอร์ขมับ

(ปัญหาขมับตอบ ทำให้ใบหน้าดูโทรม อ่อนล้า แก้ไขด้วยการเติมฟิลเลอร์ขมับ)

ฉีดฟิลเลอร์ราคาเท่าไหร่ ?

การฉีดฟิลเลอร์ ราคาขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่เลือกใช้และตำแหน่งที่ฉีดครับ สำหรับที่ V square Clinic ฟิลเลอร์แต่ละตำแหน่งมีราคา ดังนี้

ฉีดฟิลเลอร์ ยี่ห้อไหนดี? แต่ละยี่ห้อต่างกันอย่างไร ?

(ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี แตกต่างกันอย่างไร ?)

ฟิลเลอร์ Juvederm จากอเมริกา

  • Juvederm Ultra Plus
  • Juvederm Voluma
  • Juvederm Volbella
  • Juvederm Volift
  • Juvederm Volite

ฟิลเลอร์ Restylane จากสวีเดน

  • Restylane Perlane lyft
  • Restylane Vital light
  • Restylane Volyme
  • Restylane Defyne
  • Restylane Refyne

วิธีการดูฟิลเลอร์แท้ ฟิลเลอร์ปลอม ดูอย่างไร ?

วิธีดูฟิลเลอร์แท้

คนไข้ควรศึกษาวิธีดูฟิลเลอร์แท้แต่ละยี่ห้อ เพื่อให้สามารถตรวจสอบเองได้ในเบื้องต้น และมั่นใจได้ว่าฟิลเลอร์ที่นำมาฉีดนั้นเป็นของแท้จริงๆ โดยสังเกตจากเลขทะเบียนอย. เอกสารกำกับภาษาไทย เลข lot ที่กล่อง ฯลฯ อ่านบทความที่หมอเคยเขียนไว้ได้ที่นี้ครับ [ระวัง] วิธีเบื่องต้นในการสังเกตุฟิลเลอร์ของแท้ แต่ละยี่ห้อ ดูตรงไหน ต่างกันอย่างไร

ฟิลเลอร์แท้ Perfectha Subskin

  • มีป้ายภาษาไทยข้างกล่อง และมีเอกสารกำกับภาษาไทยอยู่ภายในกล่อง
  • 1 กล่องมี 3 cc และเลข lot ต้องตรงกัน 4 จุด คือ
    1. มีเลข lot. ที่กล่อง
    2. มีเลข lot. ที่ซอง
    3. มีเลข lot. ที่สติกเกอร์
    4. มีเลข lot.ที่หลอด
  • สามารถสอบถามเลข lot. และคลินิกได้ที่ Interphama Center โทร. 02-6340225 ต่อ 10

ฟิลเลอร์แท้ Perfectha Subskin

  • มีป้ายภาษาไทยข้างกล่อง และมีเอกสารกำกับภาษาไทยอยู่ภายในกล่อง
  • 1 กล่องมี 3 cc และเลข lot ต้องตรงกัน 4 จุด คือ
    1. มีเลข lot. ที่กล่อง
    2. มีเลข lot. ที่ซอง
    3. มีเลข lot. ที่สติกเกอร์
    4. มีเลข lot.ที่หลอด
  • สามารถสอบถามเลข lot. และคลินิกได้ที่ Interphama Center โทร. 02-6340225 ต่อ 10

ฟิลเลอร์แท้ Juvederm UltraPlus XC

  • มีป้ายภาษาไทยอยู่ที่ข้างกล่องและมีเอกสารกำกับภาษาไทยอยู่ภายในกล่อง
  • 1 กล่องมี 2 cc และเลข lot ต้องตรงกัน 4 จุด คือ
    1. เลข lot ที่กล่อง
    2. เลข lot ที่ซอง
    3. เลข lot ที่สติกเกอร์
    4. เลข lot ที่หลอด
  • สามารถโทรเช็คเลข lot. และคลินิกได้ที่ Allergan Thailand(DSKH) โทร. 02-6404999 ต่อ 1

ฟิลเลอร์แท้ Juvederm UltraPlus XC

  • มีป้ายภาษาไทยอยู่ที่ข้างกล่องและมีเอกสารกำกับภาษาไทยอยู่ภายในกล่อง
  • 1 กล่องมี 2 cc และเลข lot ต้องตรงกัน 4 จุด คือ
    1. เลข lot ที่กล่อง
    2. เลข lot ที่ซอง
    3. เลข lot ที่สติกเกอร์
    4. เลข lot ที่หลอด
  • สามารถโทรเช็คเลข lot. และคลินิกได้ที่ Allergan Thailand(DSKH) โทร. 02-6404999 ต่อ 1

ฟิลเลอร์แท้ Juvedrem Voluma

  • มีเลขทะเบียน อย. และเอกสารกำกับภาษาไทย
  • 1 กล่องมี 2 cc และเลข lot ต้องตรงกัน 4 จุด คือ
    1. เลข lot ที่กล่อง
    2. เลข lot ที่ซอง
    3. เลข lot ที่สติกเกอร์
    4. เลข lot ที่หลอด
  • สามารถโทรเช็คเลข lot. และคลินิกได้ที่ Allergan Thailand(DSKH) โทร. 02-6404999 ต่อ 1

ฟิลเลอร์แท้ Juvedrem Voluma

  • มีเลขทะเบียน อย. และเอกสารกำกับภาษาไทย
  • 1 กล่องมี 2 cc และเลข lot ต้องตรงกัน 4 จุด คือ
    1. เลข lot ที่กล่อง
    2. เลข lot ที่ซอง
    3. เลข lot ที่สติกเกอร์
    4. เลข lot ที่หลอด
  • สามารถโทรเช็คเลข lot. และคลินิกได้ที่ Allergan Thailand(DSKH) โทร. 02-6404999 ต่อ 1

ฟิลเลอร์แท้ Juvedrem รุ่น Volbella

  • มีป้ายภาษาไทยที่ข้างกล่องและมีเอกสารกำกับภาษาไทยอยู่ภายในกล่อง
  • 1 กล่องมี 2 cc และเลข lot ต้องตรงกัน 4 จุด คือ
    1. เลข lot ที่กล่อง
    2. เลข lot ที่ซอง
    3. เลข lot ที่สติกเกอร์
    4. เลข lot ที่หลอด
  • สามารถโทรเช็คเลข lot. และคลินิกได้ที่ Allergan Thailand(DSKH) โทร. 02-6404999 ต่อ 1

ฟิลเลอร์แท้ Juvedrem รุ่น Volbella

  • มีป้ายภาษาไทยที่ข้างกล่องและมีเอกสารกำกับภาษาไทยอยู่ภายในกล่อง
  • 1 กล่องมี 2 cc และเลข lot ต้องตรงกัน 4 จุด คือ
    1. เลข lot ที่กล่อง
    2. เลข lot ที่ซอง
    3. เลข lot ที่สติกเกอร์
    4. เลข lot ที่หลอด
  • สามารถโทรเช็คเลข lot. และคลินิกได้ที่ Allergan Thailand(DSKH) โทร. 02-6404999 ต่อ 1

ฟิลเลอร์แท้ Restylane Vital Light

  • มีรอยปรุสำหรับเปิดกล่อง
  • มีป้ายภาษาไทยที่ข้างกล่องและมีเอกสารกำกับภาษาไทยอยู่ภายในกล่อง
  • มีสติกเกอร์ โฮโลแกรม Restylane GALDERMA
  • เลข lot. ตรงกัน 2 จุดคือ
    1. เลข lot. ที่ข้างกล่อง
    2. เลข lot. ที่หลอด
  • สามารถสอบถามเลข lot. และคลินิกได้ที่ Galderma โทร. 02-0231800 ต่อ 402

ฟิลเลอร์แท้ Restylane Vital Light

  • มีรอยปรุสำหรับเปิดกล่อง
  • มีป้ายภาษาไทยที่ข้างกล่องและมีเอกสารกำกับภาษาไทยอยู่ภายในกล่อง
  • มีสติกเกอร์ โฮโลแกรม Restylane GALDERMA
  • เลข lot. ตรงกัน 2 จุดคือ
    1. เลข lot. ที่ข้างกล่อง
    2. เลข lot. ที่หลอด
  • สามารถสอบถามเลข lot. และคลินิกได้ที่ Galderma โทร. 02-0231800 ต่อ 402
ฟิลเลอร์แท้-Restylane-Perlane-Lyft

ฟิลเลอร์แท้ Restylane Perlane Lyft

  • มีรอยปรุสำหรับเปิดกล่อง
  • มีป้ายภาษาไทยที่ข้างกล่องและมีเอกสารกำกับภาษาไทยอยู่ภายในกล่อง
  • มีสติกเกอร์ โฮโลแกรม Restylane GALDERMA
  • เลข lot. ตรงกัน 2 จุดคือ
    1. เลข lot. ที่ข้างกล่อง
    2. เลข lot. ที่หลอด
  • สามารถสอบถามเลข lot. และคลินิกได้ที่ Galderma โทร. 02-0231800 ต่อ 402

ฟิลเลอร์แท้ Restylane Perlane Lyft

ฟิลเลอร์แท้-Restylane-Perlane-Lyft
  • มีรอยปรุสำหรับเปิดกล่อง
  • มีป้ายภาษาไทยที่ข้างกล่องและมีเอกสารกำกับภาษาไทยอยู่ภายในกล่อง
  • มีสติกเกอร์ โฮโลแกรม Restylane GALDERMA
  • เลข lot. ตรงกัน 2 จุดคือ
    1. เลข lot. ที่ข้างกล่อง
    2. เลข lot. ที่หลอด
  • สามารถสอบถามเลข lot. และคลินิกได้ที่ Galderma โทร. 02-0231800 ต่อ 402

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์

ข้อควรปฏิบัติตัวหลังฉีดฟิลเลอร์ หมอมีคำแนะนำดังนี้ครับ

  1. ภายใน 48 ชั่วโมง หลังฉีดฟิลเลอร์ไม่ควรออกกำลังกายที่ทำให้เหงื่อออกมากหรือไปตากแดดร้อนๆ เพราะอาจทำให้เกิดรอยแดงได้มากยิ่งขึ้นในบริเวณที่ฉีด
  2. ไม่ควรจับ ลูบคลำ นวด คลึง หรือปั้นให้เป็นรูปร่างเองในบริเวณที่ฉีด เพราะอาจส่งผลต่อการเคลื่อนตำแหน่งของตัวยาไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ต้องการได้
  3. หลังฉีดฟิลเลอร์ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์, การสูบบุหรี่, กรณีฉีดฟิลเลอร์ปาก ควรงดการดูดน้ำจากหลอดดูด และการจูบ
  4. ควรดื่มน้ำมากๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วง 4 วันแรกหลังการฉีด ควรดื่มน้ำให้ได้ปริมาณ 1.5-2 ลิตรต่อวัน หรือประมาณวันละ 8-10 แก้ว เพราะฟิลเลอร์เป็นสารอุ้มน้ำ (น้ำจะเข้าไปเติมเต็ม และไปจับกับโมเลกุลของฟิลเลอร์ที่ฉีด ส่งผลให้คงสภาพอยู่ได้นานขึ้น ทำให้การเติมฟิลเลอร์ดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น)
  5. หลังฉีด 2 สัปดาห์ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนในบริเวณที่ฉีด งดเข้าอบไอน้ำ อบซาวน่า ทำเลเซอร์ ทำ RF หรือ ไอออนโต (Ionto) ความร้อนในระดับที่สามารถสัมผัสได้ คือ ไดร์เป่าผม และแสงแดดที่ไม่แรงจ้าเกินไปได้ หลังจาก 2 สัปดาห์ขึ้นไปก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
  6. หลังจาก 24 ชั่วโมง สามารถทาแป้งแต่งหน้า ลง Concealer รองพื้นปกปิดบริเวณที่เขียวช้ำ หรือรอยแดงจากเข็มได้ตามปกติ
  7. เมื่อผ่านไป 2 สัปดาห์ สามารถทำ Treatment อื่นๆ ได้ตามปกติ

อ่านเพิ่มเติม : วิธีดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ห้ามกินอะไรบ้าง?

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์

  1. ฟิลเลอร์ช่วยชะลอวัย หลังฉีดเห็นผลทันที และไม่ต้องพักฟื้น
  2. ฟิลเลอร์เป็นวิธีที่ปลอดภัย และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง (เนื่องจากฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองจาก อย. จะมีความปลอดภัย ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้และไม่มีปัญหาเรื่องของสารตกค้างในร่างกาย สามารถสลายเองได้ตามธรรมชาติ)
  3. ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล ไม่มีรอยแผลเป็น
  4. ฟิลเลอร์สามารถเติมได้เรื่อยๆ ปรับแต่งได้ (ถ้าไม่ชอบก็สามารถฉีดสลายออกได้ 100%)
  5. ฟิลเลอร์ให้ผลได้แม่นยำ สวยเป็นธรรมชาติกว่าการเติมเต็มด้วยวิธีอื่นๆ
  6. ฟิลเลอร์เหมาะกับตำแหน่งที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม คาง
  7. ฟิลเลอร์ไม่มีความเสี่ยงในการวางยาสลบ
ฉีดฟิลเลอร์กับแพทย์ที่มีประสบการณ์

(ควรฉีดฟิลเลอร์กับแพทย์ที่มีประสบการณ์เพื่อความปลอดภัยครับ)

ข้อควรระวังของการฉีดฟิลเลอร์

  1. ฟิลเลอร์ ไม่สามารถอยู่ได้ถาวร
  2. ไม่เหมาะกับบางตำแหน่งในร่างกาย เช่น หน้าอก สะโพก เพราะถ้าใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ปลอดภัย จะต้องใช้ฟิลเลอร์ปริมาณมาก หลายร้อย cc ราคาอาจจะสูงเกิน 1 ล้านบาท (บริเวณเหล่านี้ ใช้การผ่าตัดเสริมจะดีที่สุด)
  3. ต้องฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์และใช้ฟิลเลอร์แท้เท่านั้น เพื่อความปลอดภัย

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์

ข้อควรปฏิบัติตัวหลังฉีดฟิลเลอร์ หมอมีคำแนะนำดังนี้ครับ

  1. ภายใน 48 ชั่วโมง หลังฉีดฟิลเลอร์ไม่ควรออกกำลังกายที่ทำให้เหงื่อออกมากหรือไปตากแดดร้อนๆ เพราะอาจทำให้เกิดรอยแดงได้มากยิ่งขึ้นในบริเวณที่ฉีด
  2. ไม่ควรจับ ลูบคลำ นวด คลึง หรือปั้นให้เป็นรูปร่างเองในบริเวณที่ฉีด เพราะอาจส่งผลต่อการเคลื่อนตำแหน่งของตัวยาไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ต้องการได้
  3. หลังฉีดฟิลเลอร์ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์, การสูบบุหรี่, กรณีฉีดฟิลเลอร์ปาก ควรงดการดูดน้ำจากหลอดดูด และการจูบ
  4. ควรดื่มน้ำมากๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วง 4 วันแรกหลังการฉีด ควรดื่มน้ำให้ได้ปริมาณ 1.5-2 ลิตรต่อวัน หรือประมาณวันละ 8-10 แก้ว เพราะฟิลเลอร์เป็นสารอุ้มน้ำ (น้ำจะเข้าไปเติมเต็ม และไปจับกับโมเลกุลของฟิลเลอร์ที่ฉีด ส่งผลให้คงสภาพอยู่ได้นานขึ้น ทำให้การเติมฟิลเลอร์ดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น)
  5. หลังฉีด 2 สัปดาห์ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนในบริเวณที่ฉีด งดเข้าอบไอน้ำ อบซาวน่า ทำเลเซอร์ ทำ RF หรือ ไอออนโต (Ionto) ความร้อนในระดับที่สามารถสัมผัสได้ คือ ไดร์เป่าผม และแสงแดดที่ไม่แรงจ้าเกินไปได้ หลังจาก 2 สัปดาห์ขึ้นไปก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
  6. หลังจาก 24 ชั่วโมง สามารถทาแป้งแต่งหน้า ลง Concealer รองพื้นปกปิดบริเวณที่เขียวช้ำ หรือรอยแดงจากเข็มได้ตามปกติ
  7. เมื่อผ่านไป 2 สัปดาห์ สามารถทำ Treatment อื่นๆ ได้ตามปกติ

อ่านเพิ่มเติม : วิธีดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ห้ามกินอะไรบ้าง?

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์

  1. ฟิลเลอร์ช่วยชะลอวัย หลังฉีดเห็นผลทันที และไม่ต้องพักฟื้น
  2. ฟิลเลอร์เป็นวิธีที่ปลอดภัย และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง (เนื่องจากฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองจาก อย. จะมีความปลอดภัย ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้และไม่มีปัญหาเรื่องของสารตกค้างในร่างกาย สามารถสลายเองได้ตามธรรมชาติ)
  3. ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล ไม่มีรอยแผลเป็น
  4. ฟิลเลอร์สามารถเติมได้เรื่อยๆ ปรับแต่งได้ (ถ้าไม่ชอบก็สามารถฉีดสลายออกได้ 100%)
  5. ฟิลเลอร์ให้ผลได้แม่นยำ สวยเป็นธรรมชาติกว่าการเติมเต็มด้วยวิธีอื่นๆ
  6. ฟิลเลอร์เหมาะกับตำแหน่งที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม คาง
  7. ฟิลเลอร์ไม่มีความเสี่ยงในการวางยาสลบ

ข้อควรระวังของการฉีดฟิลเลอร์

ฉีดฟิลเลอร์กับแพทย์ที่มีประสบการณ์

(ควรฉีดฟิลเลอร์กับแพทย์ที่มีประสบการณ์เพื่อความปลอดภัยครับ)

  1. ฟิลเลอร์ ไม่สามารถอยู่ได้ถาวร
  2. ไม่เหมาะกับบางตำแหน่งในร่างกาย เช่น หน้าอก สะโพก เพราะถ้าใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ปลอดภัย จะต้องใช้ฟิลเลอร์ปริมาณมาก หลายร้อย cc ราคาอาจจะสูงเกิน 1 ล้านบาท (บริเวณเหล่านี้ ใช้การผ่าตัดเสริมจะดีที่สุด)
  3. ต้องฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์และใช้ฟิลเลอร์แท้เท่านั้น เพื่อความปลอดภัย

การฉีดสลายฟิลเลอร์ คืออะไร

การฉีดสลายฟิลเลอร์ คือการใช้ตัวยาไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase:HYAL) ฉีดเพื่อสลายฟิลเลอร์ออกไปครับ ส่วนใหญ่จะเกิดจากไปฉีดฟิลเลอร์มาแล้วเป็นก้อน ไม่สวย จากการที่แพทย์ใช้เทคนิคที่ผิดพลาด ฉีดฟิลเลอร์ตื้นเกินไป หรือหากฉีดฟิลเลอร์แล้ว ไม่พอใจในรูปทรง ก็สามารถฉีดสลายแล้วฉีดใหม่ได้ครับ

ก่อนหน้านี้หมอมีบทความเกี่ยวกับการฉีดสลายฟิลเลอร์ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ครับ ฉีดฟิลเลอร์ผิดพลาด เป็นก้อน ฉีดสลายฟิลเลอร์ได้หรือไม่ มีความเสี่ยงอะไรบ้าง?

Q&A : ถาม-ตอบ การฉีดฟิลเลอร์

ไม่กล้าฉีดฟิลเลอร์เพราะกลัวไหลไปยังส่วนอื่นของใบหน้า เป็นได้จริงหรือไม่ ?

หากฉีดฟิลเลอร์แท้และแพทย์ที่มีความชำนาญก็จะไม่เกิดปัญหาเหล่านี้ครับ อาการหลังฉีดฟิลเลอร์แล้วไหล ย้อย ไม่เป็นทรง เกิดได้จากหลายปัจจัย ดังนี้

  1. ฟิลเลอร์ปลอม จะมีการโฆษณาอวดอ้างว่าฟิลเลอร์ที่ฉีดให้เป็นแบบกึ่งถาวร หรือสามารถอยู่ได้นานเกินกว่า 5 ปี ซึ่งความจริงไม่ใช้สาร Hyaluronic Acid ครับ หากอยู่ใต้ผิวหนังเป็นระยะเวลานานเกินไป อาจจะมีการเคลื่อนตำแหน่งไปยังจุดอื่นบนใบหน้าได้
  2. การเลือกใช้ฟิลเลอร์ให้ถูกกับปัญหา ฟิลเลอร์มีหลายรุ่น หลายยี่ห้อ มีจุดเล่นและคุณสมบัติแตกต่างกัน มีทั้งเนื้อแข็ง เนื้ออ่อน ที่เหมาะสมกับผิวหนังในบริเวณที่ต้องการฉีดแตกต่างกันไปครับ หมอจะต้องเลือกเนื้อฟิลเลอร์ให้เหมาะกับผิวบริเวณที่ฉีด หากใช้ฟิลเลอร์ที่มีความละเอียดของโมเลกุลใหญ่มากเกินไปฉีดในจุดที่ผิวอ่อน มีการเคลื่อนไหวมาก ส่งผลให้เกิดการหน่วงผิว ทำให้ฟิลเลอร์เกิดการเคลื่อนที่ไปยังบริเวณอื่นบนใบหน้าได้ (คนทั่วไปจะเรียกกันว่า ฟิลเลอร์ไหล)

หากเข้าใกล้ความร้อนจะทำให้ ฟิลเลอร์ละลาย จริงหรือไม่ ?

ความร้อนมีผลต่อการสลายของฟิลเลอร์จริง แต่ต้องพิจารณาเป็นกรณีไปว่าบริเวณที่สัมผัสความร้อนโดยตรงนั้นคือส่วนไหน เช่น คนที่เคยได้รับการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปริมฝีปาก และนิยมรับประทานของร้อนเป็นประจำ อาจมีส่วนทำให้ฟิลเลอร์บริเวณปากสลายไปได้เร็วกว่าอายุของฟิลเลอร์จริง

สำหรับจุดอื่นๆ บนใบหน้าส่วนมาก ความร้อนทั่วไปจะไม่ค่อยมีผลเนื่องจากไม่มีส่วนใดที่ได้รับการสัมผัสกับความความร้อนโดยตรงเป็นเวลานานครับ

การฉีด Filler ต้องทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผล

โดยทั่วไปฟิลเลอร์จะเห็นผลชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ แต่จะอยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นกับยี่ห้อที่เลือกใช้และการดูแลตัวเอง รวมไปถึงสภาพผิวของแต่ละคนครับ

ถ้าฉีดฟิลเลอร์แล้วไม่ฉีดอีก จะทำให้หน้ายิ่งเหี่ยวหนักกว่าเดิม จริงหรือไม่

หลายคนมีความเชื่อว่าถ้าไม่ฉีดฟิลเลอร์เรื่อยๆ จะทำให้หน้าแก่ลง ซึ่งไม่จริงครับ แต่อาจเป็นเพราะไม่คุ้นเคยกับลักษณะของผิวหน้าตัวเองในตอนที่ฟิลเลอร์สลายหมดแล้ว

เนื่องจากฟิลเลอร์จะทำให้ผิวบริเวณที่ฉีดและรอบๆ มีความชุ่นชื้น มีน้ำมาหล่อเลี้ยงมากขึ้น ทำให้คอลลาเจนและอิลาสตินบริเวณนั้นถูกสร้างขึ้นมาด้วย ต่อให้ฟิลเลอร์สลายหมดคอลลาเจนและอิลาสตินของร่างกายก็ยังคงอยู่ ช่วยชะลออายุของผิวได้ครับ

ฟิลเลอร์ ที่ได้มาตรฐานจะอยู่ได้นานแค่ไหน ?

การฉีดฟิลเลอร์ไม่ใช่หัตถการที่อยู่ได้ถาวรครับ เมื่อเวลาผ่านไปสารไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) จะย่อยสลายได้เองตามกระบวนการทางธรรมชาติของร่างกาย ส่วนใหญ่แล้วหากฉีดฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานครั้งหนึ่ง จะอยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน แล้วแต่รุ่นของฟิลเลอร์

สิ่งที่ต้องระวังคือ ถ้าหากเป็นฟิลเลอร์ปลอมที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น ซิลิโคนเหลว หรือพาราฟิน สารเหล่านี้จะไม่สามารถย่อยสลายไปได้เอง

Q&A : ถาม-ตอบ การฉีดฟิลเลอร์

ไม่กล้าฉีดฟิลเลอร์เพราะกลัวไหลไปยังส่วนอื่นของใบหน้า เป็นได้จริงหรือไม่ ?

หากฉีดฟิลเลอร์แท้และแพทย์ที่มีความชำนาญก็จะไม่เกิดปัญหาเหล่านี้ครับ อาการหลังฉีดฟิลเลอร์แล้วไหล ย้อย ไม่เป็นทรง เกิดได้จากหลายปัจจัย ดังนี้

  1. ฟิลเลอร์ปลอม จะมีการโฆษณาอวดอ้างว่าฟิลเลอร์ที่ฉีดให้เป็นแบบกึ่งถาวร หรือสามารถอยู่ได้นานเกินกว่า 5 ปี ซึ่งความจริงไม่ใช้สาร Hyaluronic Acid ครับ หากอยู่ใต้ผิวหนังเป็นระยะเวลานานเกินไป อาจจะมีการเคลื่อนตำแหน่งไปยังจุดอื่นบนใบหน้าได้
  2. การเลือกใช้ฟิลเลอร์ให้ถูกกับปัญหา ฟิลเลอร์มีหลายรุ่น หลายยี่ห้อ มีจุดเล่นและคุณสมบัติแตกต่างกัน มีทั้งเนื้อแข็ง เนื้ออ่อน ที่เหมาะสมกับผิวหนังในบริเวณที่ต้องการฉีดแตกต่างกันไปครับ หมอจะต้องเลือกเนื้อฟิลเลอร์ให้เหมาะกับผิวบริเวณที่ฉีด หากใช้ฟิลเลอร์ที่มีความละเอียดของโมเลกุลใหญ่มากเกินไปฉีดในจุดที่ผิวอ่อน มีการเคลื่อนไหวมาก ส่งผลให้เกิดการหน่วงผิว ทำให้ฟิลเลอร์เกิดการเคลื่อนที่ไปยังบริเวณอื่นบนใบหน้าได้ (คนทั่วไปจะเรียกกันว่า ฟิลเลอร์ไหล)

หากเข้าใกล้ความร้อนจะทำให้ ฟิลเลอร์ละลาย จริงหรือไม่ ?

ความร้อนมีผลต่อการสลายของฟิลเลอร์จริง แต่ต้องพิจารณาเป็นกรณีไปว่าบริเวณที่สัมผัสความร้อนโดยตรงนั้นคือส่วนไหน เช่น คนที่เคยได้รับการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปริมฝีปาก และนิยมรับประทานของร้อนเป็นประจำ อาจมีส่วนทำให้ฟิลเลอร์บริเวณปากสลายไปได้เร็วกว่าอายุของฟิลเลอร์จริง

สำหรับจุดอื่นๆ บนใบหน้าส่วนมาก ความร้อนทั่วไปจะไม่ค่อยมีผลเนื่องจากไม่มีส่วนใดที่ได้รับการสัมผัสกับความความร้อนโดยตรงเป็นเวลานานครับ

การฉีด Filler ต้องทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผล

โดยทั่วไปฟิลเลอร์จะเห็นผลชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ แต่จะอยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นกับยี่ห้อที่เลือกใช้และการดูแลตัวเอง รวมไปถึงสภาพผิวของแต่ละคนครับ

ถ้าฉีดฟิลเลอร์แล้วไม่ฉีดอีก จะทำให้หน้ายิ่งเหี่ยวหนักกว่าเดิม จริงหรือไม่

หลายคนมีความเชื่อว่าถ้าไม่ฉีดฟิลเลอร์เรื่อยๆ จะทำให้หน้าแก่ลง ซึ่งไม่จริงครับ แต่อาจเป็นเพราะไม่คุ้นเคยกับลักษณะของผิวหน้าตัวเองในตอนที่ฟิลเลอร์สลายหมดแล้ว

เนื่องจากฟิลเลอร์จะทำให้ผิวบริเวณที่ฉีดและรอบๆ มีความชุ่นชื้น มีน้ำมาหล่อเลี้ยงมากขึ้น ทำให้คอลลาเจนและอิลาสตินบริเวณนั้นถูกสร้างขึ้นมาด้วย ต่อให้ฟิลเลอร์สลายหมดคอลลาเจนและอิลาสตินของร่างกายก็ยังคงอยู่ ช่วยชะลออายุของผิวได้ครับ

ฟิลเลอร์ ที่ได้มาตรฐานจะอยู่ได้นานแค่ไหน ?

การฉีดฟิลเลอร์ไม่ใช่หัตถการที่อยู่ได้ถาวรครับ เมื่อเวลาผ่านไปสารไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) จะย่อยสลายได้เองตามกระบวนการทางธรรมชาติของร่างกาย ส่วนใหญ่แล้วหากฉีดฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานครั้งหนึ่ง จะอยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน แล้วแต่รุ่นของฟิลเลอร์

สิ่งที่ต้องระวังคือ ถ้าหากเป็นฟิลเลอร์ปลอมที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น ซิลิโคนเหลว หรือพาราฟิน สารเหล่านี้จะไม่สามารถย่อยสลายไปได้เอง

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้ง 14 สาขา หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

สามารถ Comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ