ฟิลเลอร์คืออะไร

ฟิลเลอร์ Filler

ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มผิวประเภทไฮยาลูโรนิค แอซิด ( Hyaluronic Acid ) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “HA” สารตัวนี้มีคุณสมบัติช่วยกักเก็บน้ำและความชุ่มชื้น (Hydration) เติมเต็มหรือเสริมในชั้นผิวหนังและเพิ่มความยืดหยุ่นใต้ผิวหนัง (Increase Elasticity) เต่งตึง ดูสุขภาพดี เรียบเนียนและช่วยลดริ้วรอยได้ครับ

(ตัวอย่างการจำลองการฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มในชั้นผิว)

คุณสมบัติของฟิลเลอร์ไม่เพียงแต่ช่วยเติมเต็มริ้วรอยร่องลึกอย่าง ร่องแก้ม ใต้ตา ขมับเท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาใช้ในการปรับแก้ไขรูปหน้าให้สวยงาม เช่น ปรับคางให้ดูยาวขึ้น แก้ปัญหาคางตัด คางถอย และช่วยปรับรูปปากกระจับ ปากสายฝอ ปากสายเกา และทรงอื่น ๆ ตามต้องการได้อีกด้วย

(ฉีดฟิลเลอร์คืออะไร? ฟิลเลอร์ฉีดจุดไหนได้บ้าง ฉีดครั้งแรกต้องรู้อะไรบ้าง l หมอ V Square แชร์หมดเปลือก)

รีวิวฟิลเลอร์ใต้ตา+ร่องแก้ม+ร้อยไหม
รีวิวฟิลเลอร์ปาก

สำหรับใครที่อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมหมอจะให้ข้อมูลแบบเจาะลึก เกี่ยวกับฟิลเลอร์ มีกี่ประเภท ? ฉีดตรงไหนได้บ้าง ? แต่ละยี่ห้อเหมาะกับการฉีดจุดไหน ? พร้อมตอบคำถามที่หลายคนสงสัย ในบทความนี้ครับ

สารบัญ ฉีดฟิลเลอร์

  1. ฉีดฟิลเลอร์ ยี่ห้อไหนดี ? แต่ละยี่ห้อต่างกันอย่างไร ?
  2. วิธีการดูฟิลเลอร์แท้ ฟิลเลอร์ปลอม ดูอย่างไร ?
  3. ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์
  4. ข้อควรระวังของการฉีดฟิลเลอร์
  5. ฉีดสลายฟิลเลอร์ กับ ขูดฟิลเลอร์
  6. การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์
  7. FAQ ถาม-ตอบ การฉีดฟิลเลอร์
  8. ไม่กล้าฉีดฟิลเลอร์กลัวไหลไปยังส่วนอื่นของใบหน้า เป็นได้จริงหรือไม่ ?
  9. หากเข้าใกล้กับความร้อนจะทำให้ ฟิลเลอร์ละลาย จริงหรือไม่ ?
  10. ฉีดฟิลเลอร์เจ็บไหม ?
  11. การฉีด Filler ต้องทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผล
  12. ฉีดฟิลเลอร์ไม่เห็นผลเพราะอะไร ?
  13. ถ้าฉีดฟิลเลอร์แล้วไม่ฉีดอีกจะทำให้หน้ายิ่งเหี่ยวหนักกว่าเดิม จริงหรือไม่ ?
  14. ฟิลเลอร์ ที่ได้มาตรฐานจะอยู่ได้นานแค่ไหน ?

ฟิลเลอร์ คืออะไร

ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มผิว ประเภทไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ HA ที่มีความปลอดภัย ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งด้วย 5 คุณสมบัติเด่น จีงทำให้การฉีดฟิลเลอร์ในคลินิกเสริมความงามเป็นที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน

  1. เติมเต็มร่องลึก หรือเสริมในชั้นผิวหนังและใต้ผิวหนัง
  2. ลดริ้วรอย และชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคตได้
  3. ปรับรูปหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ
  4. กักเก็บความชุ่มชื้น ฟิลเลอร์หน้าใส เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว
  5. ช่วยให้ผิวเรียบเนียน เต่งตึง และดูอ่อนเยาว์

ฟิลเลอร์เหมาะกับการฉีดบนใบหน้า ฉีดฟิลเลอร์ทั้งหน้าบริเวณใต้ตา ร่องแก้ม ปาก คาง ขมับ ร่องแก้ม แก้มตอบ และหน้าผาก ฉีดฟิลเลอร์กี่วันเห็นผล? หลังฉีดเห็นผลทันที ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น สามารถเติมและปรับแต่งได้เรื่อย ๆ เนื่องจากฟิลเลอร์สลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่ทิ้งสารตกค้างในร่างกาย

การฉีดฟิลเลอร์ยังเป็นหัตถการที่สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่น เช่น โบท็อก, ร้อยไหม หรือใช้เครื่องมือ เช่น Hifu, Ulthera และ Thermage เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ก่อนฉีดฟิลเลอร์หมอจะประเมินปัญหาผิวของแต่ละคน และเลือกวิธีที่เหมาะสม เพื่อผลลัพธ์ที่ดี ดูเป็นธรรมชาติ และตรงกับความต้องการครับ

ฟิลเลอร์มีกี่ประเภท ?

หลัก ๆ แล้ว ฟิลเลอร์ที่ใช้เพื่อเสริมความงามจะมีด้วยกันอยู่ 2 ประเภท ดังนี้

1. Permanent Fillers

เป็นฟิลเลอร์ที่อยู่แบบถาวร ไม่สามารถสลายได้ หรือเป็นฟิลเลอร์ปลอมที่ไม่ผ่าน อย. เช่น Biosynthetic Polymers จำพวกซิลิโคนเหลว, Calcium Hydroxylapatite, Polymethylmethacrylate ฉีดแล้วแข็งเป็นก้อน ฟิลเลอร์ไหล หรือกลายเป็นพังผืด ต้องผ่าออก หรือขูดออกเท่านั้น ซึ่งหมอไม่แนะนำให้ใช้ครับ

2. Non Permanent Fillers

เป็นฟิลเลอร์ หรือสารเติมเต็ม Hyaluronic Acid (HA) ไฮยาลูรอนหรือกรดไฮยาลูรอนิค สามารถสลายได้ ผ่านอยฺ.ไทย มีความปลอดภัย ได้รับความนิยมและใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยหลังฟิลเลอร์สลายสามารถฉีดเติมใหม่ได้เรื่อย ๆ ครับ

filler

(ฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid (HA)

HA (Hyaluronic Acid) เป็นฟิลเลอร์ที่ปลอดภัยและได้รับความนิยมมากที่สุด มีใช้แพร่หลายทั่วโลกสามารถย่อยสลายได้เอง และฉีดเติมใหม่ได้เรื่อย ๆ เพราะโดยปกติแล้วร่างกายของคนเรามี สาร Hyaluronic Acid อยู่ในผิวหนัง เมื่อเรามีอายุมากขึ้น จำนวนคอลลาเจนก็ลดน้อยลง ผิวหนังชั้น SMAS ก็เปลี่ยนไป และ Retaining ligaments หรือเส้นเอ็นยึดผิวต่าง ๆ ก็หย่อนคล้อยลง เราจึงสร้างสิ่งอื่นขึ้นมาทดแทน และสิ่งนั้นฟิลเลอร์นั่นเองครับ

ฟิลเลอร์ ช่วยอะไรบ้าง ?

  • ช่วยเติมเต็มหรือเสริมในชั้นผิวหนังและใต้ผิวหนัง
  • ช่วยลดริ้วรอย ร่องลึก
  • ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว
  • ช่วยทำให้ผิวเต่งตึง เรียบเนียน
  • ช่วยปรับรูปหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ

ฉีดฟิลเลอร์ บริเวณไหนได้บ้าง ?

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

รีวิว ฟิลเลอร์ใต้ตา_1
รีวิว ฟิลเลอร์ใต้ตา_2
รีวิว ฟิลเลอร์ใต้ตา_3

บริเวณใต้ตาเป็นจุดแรกที่หมอจะแนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าครับ เพราะเมื่อเราอายุมากขึ้น กระดูกใต้ตาจะยุบตัวลง เนื้อน้อยลง ทำให้ผิวหย่อนคล้อย หน้าโทรม ไม่สดใส การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะช่วยเติมเต็มร่องลึก ช่วยลดริ้วรอย และทำให้ใบหน้าดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติครับ

อ่านบทความเพิ่มเติม : ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เติมเต็มริ้วรอย ใต้ตาดำคล้ำ ให้ใบหน้าเด็ก อ่อนกว่าวัย

ฉีดฟิลเลอร์คาง

รีวิว ฟิลเลอร์คาง_1
รีวิว ฟิลเลอร์คาง_2
รีวิว ฟิลเลอร์คาง_3

คนที่อยากปรับรูปหน้าให้เรียวสวย วีเชฟ แต่ไม่อยากผ่าตัด การฉีดฟิลเลอร์คางก็เป็นอีกทางเลือกที่คุ้มค่าและได้ผลลัพธ์ดีไม่แพ้การผ่าตัดครับ หากกังวลว่าฉีดไปแล้วฟิลเลอร์จะไหล จะเป็นก้อน ไม่ต้องกังวลครับ ที่ V Square Clinic หมอมีเทคนิคพิเศษในการฉีดฟิลเลอร์ เป็นเทคนิคเดียวกับการผ่าตัดเสริมคาง เมื่อฉีดไปแล้วฟิลเลอร์ไม่ไหลมากองเป็นก้อน ได้คางสวยเป็นธรรมชาติครับ

ฟิลเลอร์คาง ใช้ฟิลเลอร์ประมาณ 1-2 CC ก็เห็นผลการเปลี่ยนแปลงชัดเจนครับ แต่การเติมฟิลเลอร์คางไม่สามารถเติมให้คางยาวลงมามาก ๆ ได้ ก่อนฉีดควรให้หมอประเมินใบหน้าว่าเหมาะสมกับการฉีดฟิลเลอร์คางหรือไม่

อ่านบทความเพิ่มเติม : รู้ก่อนฉีดฟิลเลอร์คาง อันตรายไหม ? เหมาะกับใครบ้าง ?

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

รีวิว ฟิลเลอร์ร่องแก้ม_1
รีวิว ฟิลเลอร์ร่องแก้ม_2

ร่องแก้มก็เป็นอีกปัญหาที่หลายคนหนักใจครับ การมีร่องแก้มลึกจะทำให้หน้าแก่กว่าวัย ดูไม่สดใส ซึ่งสาเหตุการเกิดร่องแก้ม มีทั้งการยุบตัวของกระดูกบนใบหน้า และการแสดงสีหน้ามาก ๆ ยิ้มเยอะจนแก้มเกิดรอยพับ เมื่อเวลาผ่านไปก็ลึกขึ้นเรื่อย ๆ การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เป็นการแก้ไขปัญหาร่องแก้มที่ตรงจุดและเห็นผลที่สุดครับ

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ใช้ฟิลเลอร์ 1-3 CC ขึ้นอยู่กับปัญหาร่องแก้มของแต่ละคนว่าลึกมากแค่ไหน

อ่านบทความเพิ่มเติม : เรื่องที่ควรรู้ ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เติมเต็มร่องแก้มลึก

การฉีดฟิลเลอร์ปาก

รีวิว ฟิลเลอร์ปาก_1
รีวิว ฟิลเลอร์ปาก_3

ในปัจจุบันมีเทรนด์ฉีดฟิลเลอร์ปากหลายรูปทรงครับ ทั้งปากกระจับ ปากสายฝ. ปากเกาหลี ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ปากสามารถทำปากรูปทรงต่าง ๆ ได้ โดยไม่ต้องผ่าตัด ถือเป็นข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ครับ ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น เมื่อสลายแล้วสามารถเติมใหม่หรือจะเปลี่ยนทรงปากใหม่ก็ได้เช่นกัน

ฟิลเลอร์ปาก ใช้ฟิลเลอร์มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับทรงปากที่คนไข้ต้องการครับ ถ้าอยากเพิ่มความอวบอิ่ม ชุ่มชื้นและมีเนื้อปากเดิมอยู่แล้วใช้ 1 CC ก็เพียงพอ ยกเว้นในบางเคสที่ต้องการเพิ่มวอลลุ่มมาก ๆ อาจจะต้องใช้ 2 CC ดูทรงปากยอดนิยม ทรงไหนเหมาะกับใบหน้า เพิ่มเติมได้ครับ

อ่านบทความเพิ่มเติม : ฉีดฟิลเลอร์ปากครั้งแรก ต้องรู้อะไรบ้าง ? อันตรายไหม ?

ฉีดฟิลเลอร์ยกมุมปาก

รีวิว ฟิลเลอร์ยกมุมปาก_2
รีวิว ฟิลเลอร์ยกมุมปาก_3

แก้มุมปากตกโดยการฉีดฟิลเลอร์ลงบริเวณใบหน้าช่วงบน หรือช่วงแก้มให้ยกกระชับขึ้นไป มุมปากที่ตกก็จะยกขึ้นตาม และถ้ามีริ้วรอยรอบ ๆ มุมปากร่วมด้วย สามารถฉีดฟิลเลอร์เติมเต็ม ให้ผิวบริเวณรอบมุมปากเต่งตึงขึ้น ดูสดใส อ่อนเยาว์ขึ้นได้ครับ

การฉีดฟิลเลอร์ยกมุมปากใช้ฟิลเลอร์ไม่มาก ประมาณ 1-2 CC ขึ้นอยู่กับปัญหาของคนไข้ ถ้ามีปัญหาไม่มาก อยากยกมุมปากเพียงเล็กน้อย ก็สามารถทำร่วมกับการฉีดฟิลเลอร์ปาก หรือในเคสที่ฉีดฟิลเลอร์ยกหน้าได้ครับ

อ่านบทความเพิ่มเติม : ฟิลเลอร์ยกหน้า คืออะไร ? ผิวหน้ากระชับ ดูอ่อนเยาว์ ด้วยเทคนิค Filler Lifting

ฉีดฟิลเลอร์ขมับ

รีวิว ฟิลเลอร์ขมับ_1
รีวิว ฟิลเลอร์ขมับ_2
รีวิว ฟิลเลอร์ขมับ_3

ขมับเป็นจุดที่ถ้าไม่ได้มีปัญหามาก ๆ ขมับลึก ขมับตอบ หลายคนก็จะไม่ค่อยนึกถึงครับ แต่จริง ๆ แล้วขมับมีส่วนสำคัญในการปรับรูปหน้าให้มีมิติ เข้ารูปมากขึ้น การฉีดฟิลเลอร์ขมับจะช่วยเติมเต็มใบหน้า ดูสดใสและเด็กลงครับ โดยฟิลเลอร์ขมับ จะใช้ฟิลเลอร์ข้างละ 1-2 CC ขึ้นอยู่กับความลึกของขมับที่ตอบลงไป

อ่านบทความเพิ่มเติม : เรื่องต้องรู้! ก่อนฉีดฟิลเลอร์ขมับ ปรับรูปหน้า เสริมโหงวเฮ้ง

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

รีวิว ฟิลเลอร์หน้าผาก_2
รีวิว ฟิลเลอร์หน้าผาก_3
รีวิว ฟิลเลอร์หน้าผาก_4

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาหน้าผากยุบ หน้าผากแบนแล้ว คนยังนิยมฉีดฟิลเลอร์หน้าผากเพิ่มเสริมโหงวเฮ้งด้วยครับ แต่จะต้องใช้ฟิลเลอร์หลาย CC เพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน

ฟิลเลอร์หน้าผาก ส่วนใหญ่จะใช้ประมาณ 1-5 CC ในเคสทั่ว ๆ ไปใช้ 1-2 CC ก็เพียงพอแล้ว แต่ในเคสที่หน้าผากยุบหรือแบนมาก ๆ จะใช้ 3-5 CC โดยทยอยฉีดได้ หมอไม่แนะนำให้ฉีดเกิน 5 CC เพราะจะทำให้เกิดการกดทับเนื้อเยื่อและบวมลงมาถึงบริเวณรอบดวงตาได้ แต่ก็จะเป็นแค่ชั่วคราวไม่เกิน 14 วันก็จะหายเป็นปกติครับ

อ่านบทความเพิ่มเติม : ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก คืออะไร? เหมาะกับใคร? ราคาเท่าไหร่?

ฉีดฟิลเลอร์จมูก

รีวิว ฟิลเลอร์จมูก_1
รีวิว ฟิลเลอร์จมูก_2

การฉีดฟิลเลอร์จมูกช่วยเสริมจมูกให้ดูโด่ง เป็นทรงขึ้นได้ก็จริงครับ แต่เป็นหัตถการที่หมอไม่ค่อยแนะนำให้ทำ เนื่องจากการเติมฟิลเลอร์ปลายจมูกหากฉีดโดยแพทย์ที่ไม่ชำนาญ ก็จะมีความเสี่ยงสูงที่ฟิลเลอร์จะเข้าเส้นเลือดและเข้าตาได้ และการผ่าตัดเสริมจมูกจะให้ผลการรักษาที่ได้ผลที่สวยงามกว่าครับ การฉีดฟิลเลอร์จมูก จะเหมาะกับคนที่มีฐานจมูกอยู่บ้างแล้วและกลัวการผ่าตัดมาก ๆ ครับ

ฟิลเลอร์จมูก ใช้ฟิลเลอร์ 1 CC ครับ ถ้าคนไข้สนใจฉีดฟิลเลอร์จมูก ควรปรึกษาแพทย์ให้ช่วยประเมินใบหน้า เพราะการฉีดฟิลเลอร์จมูกจะเสริมจมูกให้โด่งขึ้นมากไม่ได้ครับ

อ่านบทความเพิ่มเติม : เปรียบเทียบ ฟิลเลอร์จมูก VS ร้อยไหมจมูก VS เสริมซิลิโคน

ฟิลเลอร์ อันตรายไหม ?

อย่างที่หมอบอก ฟิลเลอร์ ที่ปลอดภัยและนิยมใช้มากที่สุดคือ HA เป็นสารโพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharide) สร้างเลียนแบบสารที่มีในร่างกายมนุษย์ตามธรรมชาติ มีความปลอดภัยสูงมาก ฟิลเลอร์ HA จึงเป็นที่นิยมใช้ในคลินิกความงามครับ

ฉีดฟิลเลอร์ อันตรายไหม

(แม้ใช้เข็มทู่ขนาดเล็ก ก็มีโอกาสโดนเส้นเลือดได้ถ้าหมอไม่มีประสบการณ์มากพอ)

เมื่อมั่นใจว่าฟิลเลอร์ที่นำมาฉีดเป็นฟิลเลอร์ HA แท้ ต่อมาที่ต้องระวังคือเทคนิคการฉีดของแพทย์ครับ ต้องเลือกฉีดกับแพทย์มีประสบการณ์ ใช้เทคนิคการฉีด เทคนิคการใช้เข็มที่ถูกต้อง เพื่อระวังไม่ให้ฉีดเข้าเส้นเลือดจนเกิดภาวะ Hematoma (ภาวะเลือดคั่ง) ได้ครับ

ฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน เกิดจากอะไร ?

ฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน

(ตัวอย่างเคสฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน เนื่องจากหมอใช้เทคนิคการฉีดที่ไม่ถูกต้อง)

ฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุครับ ทั้งปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ เทคนิคการฉีดของหมอ และลักษณะกล้ามเนื้อในบริเวณที่ฉีด แต่สาเหตุของการฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน ส่วนใหญ่คือหมอไม่มีประสบการณ์ และเทคนิคในการฉีดครับ คือฉีดฟิลเลอร์ตื้นเกินไป บริเวณที่พบบ่อยคือร่องแก้มและใต้ตาครับ

ฉีดฟิลเลอร์ปลอม อันตรายอย่างไร ?

ตัวอย่างเคสที่ฟิลเลอร์ไหล

(ตัวอย่างเคสที่ฟิลเลอร์ไหล เป็นก้อน เนื่องจากใช้ฟิลเลอร์ปลอม)

ผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์ปลอมคือทำให้ผิวบริเวณนั้นติดเชื้อ อักเสบ ผิวหนังเป็นผื่น คัน เป็นก้อน ไม่ Smoothness ทำให้ใบหน้าเสียทรง หรือที่ร้ายแรงกว่านั้นอาจทำให้เกิดการอุดตันในเส้นเลือด จนทำให้ผิวหนังบริเวณไม่มีเลือดไปหล่อเลี้ยง ผลที่ได้คือผิวหนังบริเวณนั้นเกิดภาวะ Skin Necrosis (ภาวะเนื้อตาย) ในที่สุดครับ

อ่านบทความเพิ่มเติม : อันตรายจากฟิลเลอร์ปลอม ไม่อยากเสี่ยง ควรอ่าน!

ฉีดฟิลเลอร์ แต่ละจุดใช้กี่ CC ?

ฉีดฟิลเลอร์ ใช้กี่ CC

ฉีดฟิลเลอร์ แต่ละจุด จะใช้กี่ CC นั้น หมอจะเป็นคนประเมินให้ครับ โดยดูจากความลึกของผิว และความต้องการของคนไข้ หากปัญหาเกิดจากการยุบตัวของกระดูกเนื่องจากอายุ ก็จะใช้จำนวน CC มากขึ้นตามความเหมาะสม และสามารถทยอยฉีดได้เรื่อย ๆ จนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ไม่จำเป็นต้องเติมทีเดียวครับเป็นต้องเติมทีเดียวครับ

  • ฟิลเลอร์ขมับ 2-4 CC
  • ฟิลเลอร์แก้มส้ม 1-2 CC
  • ฟิลเลอร์ปาก 1-2 CC 
  • ฟิลเลอร์คาง 1-2 CC 
  • ฟิลเลอร์ร่องแก้ม 1-3 CC
  • ฟิลเลอร์ใต้ตา 2-4 CC
  • ฟิลเลอร์หน้าผาก 3-5 CC

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ หมอเพลิน หมอแพน คุณฟลุ๊ค คุณต่าย คุณชาคริต

(V Square Clinic มีทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการปรับรูปหน้ามากกว่า 5-10 ปี และเป็นคลินิกที่ได้รับความไว้วางใจจากดาราหลายท่าน)

  • ห้ามฉีดซิลิโคนเหลว ฟิลเลอร์ปลอม
  • ห้ามฉีดฟิลเลอร์กับคนที่ไม่ใช่หมอ หมอเถื่อน หมอกระเป๋า
  • เลือกฉีดฟิลเลอร์ในคลินิกที่ได้มาตรฐาน และหมอที่มีประสบการณ์เท่านั้น

การฉีดฟิลเลอร์ แม้จะเป็นสารเติมเต็มที่ไม่อันตราย แต่ก็มีข้อควรระวังเรื่องบริเวณที่จะฉีด เช่น หน้าอก สะโพก ที่เมื่อฉีดเข้าไปแล้วอาจทำให้เกิดการอักเสบ ติดเชื้อได้ การแก้ไขก็อาจทำให้เต้านมผิดรูป ดังนั้นถ้าอยากเสริมหน้าอกหรือสะโพก หมอแนะนำให้ผ่าตัดศัลยกรรมครับ

อ่านบทความเพิ่มเติม : ฟิลเลอร์อันตรายไหม ? มาฟังคำตอบได้ที่นี่ บอกชัดทุกเรื่อง

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์

2 อาทิตย์ ก่อนฉีดฟิลเลอร์

  • ศึกษาข้อมูลที่จำเป็น ทั้งการเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน การเลือกหมอ เทคนิคในการทำและรีวิว
  • รู้ข้อมูลฟิลเลอร์ วิธีการสังเกตฟิลเลอร์แท้แต่ละยี่ห้อ เพื่อความปลอดภัยและมั่นใจว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดี คุ้มค่า

1 อาทิตย์ ก่อนฉีดฟิลเลอร์

  • งดยาแอสไพริน, NSAIDs,
  • งดวิตามิน St. John’s Wort, ginko biloba, primrose oil, garlic, ginseng และ Vitamin E
  • งดยาทาผลัดเซลล์ผิว เช่น Tretinoin (Retin-A), Retinols, Retinoids, Glycolic Acid หรือครีมในกลุ่ม Anti-Aging ทุกชนิด 3 วันก่อนทำหัตถการ
  • งดการแว็กผิว ผลัดเซลล์ผิว การดึงขนหรือโกนขนบริเวณที่จะฉีดฟิลเลอร์ 3 วันก่อนทำหัตถการ
  • งดคอร์สเลเซอร์และนวดหน้าอย่างน้อย 3 วัน ก่อนฉีดฟิลเลอร์
  • หากมีโรคประจำตัวหรือยาที่ต้องรับประทานประจำควรแจ้งแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง

4 ชม. ก่อนฉีดฟิลเลอร์

  • งดดื่มแอลกอฮอล์
  • งดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด เช่น ซาวน่า ออกกำลังกายชนิด Cardio
  • เมื่อมาถึงคลินิก แพทย์จะพิจารณาให้กินยาห้ามเลือดหรือฉีดยาลดบวมในบางเคส เพื่อลดความเสี่ยงในการบวมช้ำ อักเสบติดเชื้อ
  • สามารถแจ้งเพื่อขอแปะยาชาและฉีดยาชาก่อนฉีดฟิลเลอร์ หรือเลือกฉีดยาชาอย่างเดียวได้
การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์
การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์
การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์
การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์

ขั้นตอนฉีดฟิลเลอร์
  1. ปรึกษาแพทย์ ก่อนตัดสินใจฉีดควรนัดเข้ามาปรึกษาปัญหาและให้หมอช่วยประเมินใบหน้า เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมที่สุด
  2. เลือกชนิดของ ฟิลเลอร์ และรุ่นที่เหมาะสม แพทย์จะช่วยประเมินใบหน้า และแนะนำฟิลเลอร์ว่าควรใช้รุ่นไหน ยี่ห้อไหน ให้เหมาะสมกับจุดที่ฉีด
  3. ทำความสะอาดใบหน้าในจุดที่ฉีด ถ้าแต่งหน้ามาก็จะมีการเช็ดเครื่องสำอางในบริเวณที่จะฉีด เพื่อความสะอาดและปลอดภัยครับ
  4. ก่อนเริ่มฉีดฟิลเลอร์ ตรวจสอบว่าเป็นของแท้ ควรให้หมอแกะกล่องฟิลเลอร์ให้ดูต่อหน้า และตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นของแท้จริง ๆ ครับ
  5. ฉีดฟิลเลอร์โดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ 5-10 ปี
  6. แปะยาชาและประคบน้ำแข็งก่อนฉีดฟิลเลอร์ เพื่อช่วยลดความเจ็บจากเข็ม แต่ในเนื้อฟิลเลอร์บางรุ่นจะมียาชาผสมอยู่แล้วก็จะช่วยลดความเจ็บจากเข็มได้ด้วยเช่นกันครับ
  7. หมอแนะนำวิธีดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ หลังจากฉีดฟิลเลอร์เรียบร้อยแล้วหมอจะแนะนำวิธีการดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อรักษาให้ฟิลเลอร์เข้าที่และอยู่ได้นานขึ้นครับ
  8. หลังฉีดฟิลเลอร์มีการนัดติดตามผลหลังทำทุกเคส

อาการข้างเคียงหลังการฉีดฟิลเลอร์

อาการข้างเคียงหลังฉีดฟิลเลอร์

หลังฉีดฟิลเลอร์หมอจะแปะพลาสเตอร์ปิดรอยเข็ม ในระหว่างนี้คนไข้อาจมีอาการบวมแดงจากเข็มเป็นปกติครับ อาการบวมจะค่อย ๆ หายไปใน 1-2 สัปดาห์ และจะมีรอยเข็มเล็ก ๆ ในจุดที่ฉีด และจะหายไปเองใน 2-3 วัน ไม่ต้องกังวลครับ

ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ?

การที่จะฉีดฟิลเลอร์ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี คุ้มค่าและปลอดภัย ควรศึกษาข้อมูลไว้พิจาณาในหัวข้อ ต่อไปนี้ครับ

  • เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือ ผ่านการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข
  • แพทย์มีประสบการณ์ด้านการปรับรูปหน้า สามารถวิเคราะห์ ประเมินใบหน้าและแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด
  • ใช้ฟิลเลอร์แท้ในการฉีดเท่านั้น ศึกษาวิธีตรวจสอบ ฟิลเลอร์ ด้วยตัวเอง
  • ดูรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ในแหล่งที่เป็นกลาง คลินิกเข้าไปลบโพสต์ไม่ได้

หมอเคยเขียนข้อแนะนำก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในบทความนี้ครับ ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย และผลออกมาดูเป็นธรรมชาติ

รีวิวการฉีดฟิลเลอร์

(รีวิว ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ที่ V Square Clinic)

รีวิว ฟิลเลอร์ใต้ตา

(เคสนี้มีปัญหาใต้ตาลึก ขอบตาดำ ไม่สดใส แก้ด้วยการเติมฟิลเลอร์ใต้ตา)

รีวิว ฟิลเลอร์คาง

(ฉีดฟิลเลอร์คาง ปรับรูปหน้าเรียว ใบหน้าสมดุลมากขึ้น)

รีวิว ฉีดฟิลเลอร์ขมับ

(เคสนี้มีมีปัญหาขมับตอบ ทำให้ใบหน้าดูโทรม อ่อนล้า แก้ไขด้วยการเติมฟิลเลอร์ขมับ)

ฉีดฟิลเลอร์ ราคาเท่าไหร่ ?

การฉีดฟิลเลอร์ ราคาขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่เลือกใช้และตำแหน่งที่ฉีดครับ สำหรับที่ V square Clinic ฟิลเลอร์แต่ละตำแหน่งมีราคา ดังนี้

ฉีดฟิลเลอร์ราคาเท่าไหร่

ฉีดฟิลเลอร์ ยี่ห้อไหนดี ? แต่ละยี่ห้อต่างกันอย่างไร ?

ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี แตกต่างกันอย่างไร ?

ฟิลเลอร์มีหลายยี่ห้อครับ แต่ละยี่ห้อฟิลเลอร์ก็จะมีรุ่นย่อย ๆ ลงไปอีก เหตุผลที่มีหลายรุ่น เนื่องจากผิวในแต่ละจุดก็ต้องการใช้ฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันไป เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด หมอแนะนำฟิลเลอร์แท้ที่ได้รับความนิยมหลัก ๆ จาก 4 ประเทศ คือ อเมริกา สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ และฝรั่งเศส

ฟิลเลอร์ Juvederm (อเมริกา)

ฟิลเลอร์ Juvederm เป็นฟิลเลอร์ที่มีเทคโนโลยี hylacross ทำให้เนื้อฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่นสูง ทนต่อการขยับ และมีจุดเด่นเรื่องพัฒนาฟิลเลอร์ให้มีเนื้อเรียบเนียนครับ

ฟิลเลอร์ Juvederm
  • Juvederm Ultra Plus อยู่ได้ 12 เดือน
  • Juvederm Voluma อยู่ได้ 18 เดือน
  • Juvederm Volift อยู่ได้ 12 เดือน
  • Juvederm Volite อยู่ได้ 8-12 เดือน
  • Juvederm Volbella อยู่ได้ 12 เดือน
  • Juvederm Volux อยู่ได้ 18-24 เดือน

อ่านบทความเพิ่มเติม : ฟิลเลอร์ Juvederm แต่ละรุ่นต่างกันอย่างไร? เหมาะกับจุดไหนบ้าง?

ฟิลเลอร์ Restylane (สวีเดน)

ฟิลเลอร์ Restylane เป็นฟิลเลอร์ที่เริ่มผลิตมายาวนานที่สุด โดยบริษัท Galderma ซึ่งเทคโนโลยีการผลิตของฟิลเลอร์ Restylane ยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีอยู่ 2 เทคโนโลยีที่โดดเด่น คือ NASHA techology และ OBT technology ช่วยเรื่องความคงตัว ยืดหยุ่น ชุ่มชื้น หมอจะประเมินว่าจุดที่ฉีดควรใช้รุ่นไหนครับ

ฟิลเลอร์ Restylane
  • Restylane Defyne อยู่ได้ 18 เดือน
  • Restylane Vital Light อยู่ได้ 6-12 เดือน
  • Restylane Perlane Lyft อยู่ได้ 12 เดือน
  • Restylane Volyme อยู่ได้ 18 เดือน
  • Restylane Vital อยู่ได้ 12 เดือน
  • Restylane Classic อยู่ได้ 12 เดือน
  • Restylane Refyne อยู่ได้ 12 เดือน
  • Restylane Kysse อยู่ได้ 12 เดือน

อ่านบทความเพิ่มเติม : ฟิลเลอร์ Restylane แต่ละรุ่นดีอย่างไร? เลือกรุ่นไหนดี?

ฟิลเลอร์ Belotero (สวิตเซอร์แลนด์)

ฟิลเลอร์ Belotero เป็นฟิลเลอร์จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นำเข้าโดยบริษัท เมิร์ซ เฮลธ์แคร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผ่านการรับรองจากอย. สหรัฐอเมริกา ยุโรปและไทย ผลิตด้วยเทคโนโลยี CPM Technology เทคโนโลยีเฉพาะที่ทำให้ฟิลเลอร์ Belotero ขึ้นชื่อในเรื่องความยืดหยุ่นของเนื้อเจล การเกาะกันเป็นเนื้อเดียว ไม่ไหลไม่เป็นก้อน และการปั้นทรงสวย

  • Belotero Intense อยู่ได้ 18 เดือน
  • Belotero Volume อยู่ได้ 18 เดือน
  • Belotero Soft อยู่ได้ 6-12 เดือน

อ่านบทความเพิ่มเติม : [เจาะลึก] ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี? ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ใต้ตา คาง ควรเลือกใช้รุ่นไหน?

ฟิลเลอร์ Definisse (อิตาลี)

ฟิลเลอร์ Definisse เป็นฟิลเลอร์จากประเทศอิตาลี ผลิตโดย บริษัท RELIFE Menarini Group และ A.Menarini (Thailand) Ltd. ใช้เทคโนโลยี XTR™ Technology (eXcellent Three-Dimensional Reticulation) ทำให้ HA สานกันเป็นร่างแห ช่วยในการยกพยุง และปรับรูปหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ

รวมฟิลเลอร์ Definisse
  • Definisse Restore อยู่ได้ 12 เดือน
  • Definisse Core อยู่ได้ 18 เดือน

วิธีการดูฟิลเลอร์แท้ ฟิลเลอร์ปลอม ดูอย่างไร ?

คนไข้ควรศึกษาวิธีดูฟิลเลอร์แท้แต่ละยี่ห้อ เพื่อให้สามารถตรวจสอบเองได้ในเบื้องต้น และมั่นใจได้ว่าฟิลเลอร์ที่นำมาฉีดนั้นเป็นของแท้จริง ๆ โดยสังเกตจากเลขทะเบียนอย. เอกสารกำกับภาษาไทย เลข lot ที่กล่อง ฯลฯ หรืออ่านบทความที่หมอเคยเขียนได้ที่ สรุป ! ฟิลเลอร์ปลอม ฟิลเลอร์แท้ ดูอย่างไร

([🔍จุดสังเกต❗] โบท็อกซ์แท้ ฟิลเลอร์แท้ ยี่ห้อต่าง ๆ | V Square Clinic)

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์

  1. ฟิลเลอร์ช่วยชะลอวัย หลังฉีดเห็นผลทันที และไม่ต้องพักฟื้น
  2. ฟิลเลอร์เป็นวิธีที่ปลอดภัย และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง (เนื่องจากฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองจาก อย. จะมีความปลอดภัย ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้และไม่มีปัญหาเรื่องของสารตกค้างในร่างกาย สามารถสลายเองได้ตามธรรมชาติ)
  3. ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล ไม่มีรอยแผลเป็น
  4. ฟิลเลอร์สามารถเติมได้เรื่อย ๆ ปรับแต่งได้ (ถ้าไม่ชอบก็สามารถฉีดสลายออกได้ 100%)
  5. ฟิลเลอร์ให้ผลได้แม่นยำ สวยเป็นธรรมชาติกว่าการเติมเต็มด้วยวิธีอื่น ๆ
  6. ฟิลเลอร์เหมาะกับตำแหน่งที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม คาง
  7. ฟิลเลอร์ไม่มีความเสี่ยงในการวางยาสลบ

ข้อควรระวังของการฉีดฟิลเลอร์

  1. ฟิลเลอร์ ไม่สามารถอยู่ได้ถาวร
  2. ไม่เหมาะกับบางตำแหน่งในร่างกาย เช่น หน้าอก สะโพก เพราะถ้าใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ปลอดภัย จะต้องใช้ฟิลเลอร์ปริมาณมาก หลายร้อย cc ราคาอาจจะสูงเกิน 1 ล้านบาท (บริเวณเหล่านี้ ใช้การผ่าตัดเสริมจะดีที่สุด)
  3. ต้องฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์และใช้ฟิลเลอร์แท้เท่านั้น เพื่อความปลอดภัย

ฉีดสลายฟิลเลอร์ กับ ขูดฟิลเลอร์

ฉีดสลายฟิลเลอร์

การฉีดสลายฟิลเลอร์ คือการใช้ตัวยาไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase : HYAL) ฉีดเพื่อสลายฟิลเลอร์ออกไปครับ ส่วนใหญ่จะเกิดจากไปฉีดฟิลเลอร์มาแล้วเป็นก้อน ไม่สวย จากการที่แพทย์ใช้เทคนิคที่ผิดพลาด ฉีดฟิลเลอร์ตื้นเกินไป หรือหากฉีดฟิลเลอร์แล้ว ไม่พอใจในรูปทรง ก็สามารถฉีดสลายแล้วฉีดใหม่ได้ครับ

ก่อนหน้านี้หมอมีบทความเกี่ยวกับการฉีดสลายฟิลเลอร์ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ครับ ฉีดฟิลเลอร์ผิดพลาด เป็นก้อน ฉีดสลายฟิลเลอร์ได้หรือไม่ มีความเสี่ยงอะไรบ้าง?

ฉีดฟิลเลอร์กับแพทย์ที่มีประสบการณ์

(ควรฉีดฟิลเลอร์กับแพทย์ที่มีประสบการณ์เพื่อความปลอดภัยครับ)

ขูดฟิลเลอร์

ในเคสที่มีอาการบวม แดง อักเสบ จากการพลาดฉีดฟิลเลอร์ปลอม เนื้อฟิลเลอร์ไม่สามารถสลายไปเองได้ครับ เมื่อเวลาผ่านไปจะทำให้เกิดเป็นก้อนแข็ง ไหลย้อย วิธีแก้ไขคือต้องผ่าตัดหรือขูดฟิลเลอร์ เลาะฟิลเลอร์ออก ซึ่งต้องทำโดยศัลยแพทย์ในโรงพยาบาล หากฉีดมาเป็นเวลานานจนเป็นพังผืดเกาะ ก็อาจไม่สามารถเอาเนื้อฟิลเลอร์ปลอมออกได้ทั้งหมด

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์

ข้อควรปฏิบัติตัวหลังฉีดฟิลเลอร์ หมอมีคำแนะนำดังนี้ครับ

หลังฉีดฟิลเลอร์ทันที

  • อาจมีอาการบวมแดง เขียวช้ำ คัน หลีกเลี่ยงการแตะ เกา นวด คลึง
  • หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิดและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง เช่น ซาวน่า ออกกำลังกายหนัก ๆ ดื่มแอลกอฮอล์
  • ประคบเย็นได้ตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น
  • หากไม่ได้รับประทานยาฆ่าเชื้อ หลังฉีดฟิลเลอร์ให้รับประทานยาฆ่าเชื้อทันที
  • งดเลเซอร์ร้อนที่ลงผิวชั้นลึก อย่างน้อย 1 เดือน
  • อย่าขยับใบหน้าเยอะ โดยเฉพาะในช่วง 3 วันแรกหลังฉีดฟิลเลอร์

3 ชม.หลังฉีดฟิลเลอร์

  • รอยเข็มฟิลเลอร์สามารถโดนน้ำได้ไม่เกิน 15 นาที ล้างหน้าด้วยสบู่อ่อน ๆ ได้
  • หากยังมีอาการบวมมาก สามารถประคบน้ำแข็ง และไม่ควรกดแรง ๆ

ช่วงกลางคืนหลังฉีดฟิลเลอร์

  • หลังยาชาหมดฤทธิ์ หากรับประทานยาแก้ปวดที่คลินิกจ่ายให้แล้วยังมีอาการปวดมากขึ้น สามารถรับประทานยาแก้ปวดกลุ่มอื่นช่วยเสริม เช่น ibuprofen, arcoxia, diclofenac หากไม่เคยใช้ยากลุ่มนี้มาก่อน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา
  • นอนในห้องอุณหภูมิ 18-23 °C
  • นอนหัวสูงกว่าหน้าอก หนุนหมอน 2 ใบ
  • ไม่ควรนอนตะแคงในช่วง 2-3 วันแรก และควรหาหมอนข้างมากันซ้าย-ขวาใน 2-3 คืนแรก เพื่อป้องกันการกดทับหน้า

24 ชม. หลังฉีดฟิลเลอร์

  • จะเริ่มมีอาการบวมเข็มมากขึ้น จนอาจเข้าใจผิดว่าฟิลเลอร์ฟูขึ้น แต่เมื่อผ่านไป 7-14 วัน อาการบวมเข็มยุบลง โดยฟิลเลอร์ไม่ได้สลายไปแต่เริ่มเข้าที่

48 ชม. หลังฉีดฟิลเลอร์

  • ทาครีมทับบริเวณรอยเข็มได้ หรือโดนน้ำได้ปกติ

3 วัน หลังฉีดฟิลเลอร์

  • อาการปวดบวมแดงเริ่มดีขึ้น
  • ขยับใบหน้าที่เกือบเท่าปกติ ฟิลเลอร์เข้าที่ประมาณ 90% ไม่ควรกดหรือนวดแรง ๆ บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์

7-10 วัน หลังฉีดฟิลเลอร์

  • รอยเขียวช้ำที่มีจะค่อย ๆ จางลงใน 14 วัน ไม่ควรประคบร้อน
  • หากคลำเจอฟิลเลอร์ เป็นเรื่องปกติครับ ฟิลเลอร์จะค่อย ๆ นิ่มลงเองใน 2-3 สัปดาห์

14 วันหลังฉีดฟิลเลอร์

  • ออกกำลังกายและรับประทานอาหารได้ตามปกติ
  • พยายามหลีกเลี่ยงความร้อน
  • อาการบวมหายเกือบ 100% ฟิลเลอร์จะเริ่มนิ่มลงและกลืนไปกับผิว ยกเว้นฟิลเลอร์ในรุ่นที่ฉีดในผิวชั้นลึกเพื่อยกพยุงหน้าในผิวชั้นลึก จะคลำได้เนื้อฟิลเลอร์ในผิวชั้นลึก แต่จะมองไม่เห็นจากภายนอก
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์
กลางคืนหลังฉีดฟิลเลอร์
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์
การดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์

FAQ : ถาม-ตอบ การฉีดฟิลเลอร์

ฉีดฟิลเลอร์-v-square-clinic

Q : ไม่กล้าฉีดฟิลเลอร์เพราะกลัวไหลไปยังส่วนอื่นของใบหน้า เป็นได้จริงหรือไม่ ?

หากฉีดฟิลเลอร์แท้และแพทย์ที่มีความชำนาญก็จะไม่เกิดปัญหาเหล่านี้ครับ อาการหลังฉีดฟิลเลอร์แล้วไหล ย้อย ไม่เป็นทรง เกิดได้จากหลายปัจจัย ดังนี้

1. ฟิลเลอร์ปลอม

จะมีการโฆษณาอวดอ้างว่าฟิลเลอร์ที่ฉีดให้เป็นแบบกึ่งถาวร หรือสามารถอยู่ได้นานเกินกว่า 5 ปี ซึ่งความจริงไม่ใช้สาร Hyaluronic Acid ครับ หากอยู่ใต้ผิวหนังเป็นระยะเวลานานเกินไป อาจจะมีการเคลื่อนตำแหน่งไปยังจุดอื่นบนใบหน้าได้

2. การเลือกใช้ฟิลเลอร์ให้ถูกกับปัญหา

ฟิลเลอร์ มีหลายรุ่น หลายยี่ห้อ มีจุดเด่นและคุณสมบัติแตกต่างกัน มีทั้งเนื้อแข็ง เนื้ออ่อน ที่เหมาะสมกับผิวหนังในบริเวณที่ต้องการฉีดแตกต่างกันไปครับ หมอจะต้องเลือกเนื้อฟิลเลอร์ให้เหมาะกับผิวบริเวณที่ฉีด หากใช้ฟิลเลอร์ที่มีความละเอียดของโมเลกุลใหญ่มากเกินไปฉีดในจุดที่ผิวอ่อน มีการเคลื่อนไหวมาก ส่งผลให้เกิดการหน่วงผิว ทำให้ฟิลเลอร์เกิดการเคลื่อนที่ไปยังบริเวณอื่นบนใบหน้าได้ (คนทั่วไปจะเรียกกันว่า ฟิลเลอร์ไหล)

Q : หากเข้าใกล้ความร้อนจะทำให้ ฟิลเลอร์ละลาย จริงหรือไม่ ?

ความร้อนมีผลต่อการสลายของฟิลเลอร์จริง แต่ต้องพิจารณาเป็นกรณีไปว่าบริเวณที่สัมผัสความร้อนโดยตรงนั้นคือส่วนไหน เช่น คนที่เคยได้รับการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปริมฝีปาก และนิยมรับประทานของร้อนเป็นประจำ อาจมีส่วนทำให้ฟิลเลอร์บริเวณปากสลายไปได้เร็วกว่าอายุของฟิลเลอร์จริง

สำหรับจุดอื่น ๆ บนใบหน้าส่วนมาก ความร้อนทั่วไปจะไม่ค่อยมีผลเนื่องจากไม่มีส่วนใดที่ได้รับการสัมผัสกับความความร้อนโดยตรงเป็นเวลานานครับ

Q : ฉีดฟิลเลอร์เจ็บไหม ?

ขณะฉีดจะประคบน้ำแข็ง เพื่อลดความเจ็บจากเข็ม ส่วนในเนื้อฟิลเลอร์จะมียาชา(Lidocaine) ผสมอยู่แล้วครับ ช่วยให้ขณะฉีดมีความรู้สึกเจ็บน้อยลงมาก จนแทบไม่รู้สึกเลย คนไข้ที่กลัวเจ็บ กลัวเข็ม สบายใจได้ นอกจากนี้แพทย์ที่มีประสบการณ์จะรู้เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ที่ถูกต้อง เพื่อให้เกิดความเจ็บน้อยและบวมช้ำน้อยที่สุดครับ

Q : การฉีด Filler ต้องทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผล ?

โดยทั่วไปฟิลเลอร์จะเห็นผลชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ แต่จะอยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นกับยี่ห้อที่เลือกใช้และการดูแลตัวเอง รวมไปถึงสภาพผิวของแต่ละคนครับ

Q : ฉีดฟิลเลอร์ไม่เห็นผล เพราะอะไร ?

หลังฉีดฟิลเลอร์ เห็นผลการเปลี่ยนแปลงทันทีครับ ในกรณีที่ฉีดฟิลเลอร์ไม่เห็นผล เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ฉีดกับแพทย์ที่ขาดประสบการณ์ วิเคราะห์ปัญหาได้ไม่ตรงจุด เลือกยี่ห้อฟิลเลอร์ รุ่นฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะสมกับการจัดการปัญหา ก็ทำให้ผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์ออกมาไม่เห็นผล หรือตรงตามที่คนไข้คาดหวังครับ

Q : ถ้าฉีดฟิลเลอร์แล้วไม่ฉีดอีก จะทำให้หน้ายิ่งเหี่ยวหนักกว่าเดิม จริงหรือไม่ ?

หลายคนมีความเชื่อว่าถ้าไม่ฉีดฟิลเลอร์เรื่อย ๆ จะทำให้หน้าแก่ลง ซึ่งไม่จริงครับ แต่อาจเป็นเพราะไม่คุ้นเคยกับลักษณะของผิวหน้าตัวเองในตอนที่ฟิลเลอร์สลายหมดแล้ว

เนื่องจากฟิลเลอร์จะทำให้ผิวบริเวณที่ฉีดและรอบ ๆ มีความชุ่นชื้น มีน้ำมาหล่อเลี้ยงมากขึ้น ทำให้คอลลาเจนและอิลาสตินบริเวณนั้นถูกสร้างขึ้นมาด้วย ต่อให้ฟิลเลอร์สลายหมดคอลลาเจนและอิลาสตินของร่างกายก็ยังคงอยู่ ช่วยชะลออายุของผิวได้ครับ

Q : ฟิลเลอร์ ที่ได้มาตรฐานจะอยู่ได้นานแค่ไหน ?

การฉีดฟิลเลอร์ไม่ใช่หัตถการที่อยู่ได้ถาวรครับ เมื่อเวลาผ่านไปสารไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) จะย่อยสลายได้เองตามกระบวนการทางธรรมชาติของร่างกาย ส่วนใหญ่แล้วหากฉีดฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานครั้งหนึ่ง จะอยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน แล้วแต่รุ่นของฟิลเลอร์

สิ่งที่ต้องระวังคือ ถ้าหากเป็นฟิลเลอร์ปลอมที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น ซิลิโคนเหลว หรือพาราฟิน สารเหล่านี้จะไม่สามารถย่อยสลายไปได้เอง

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้ง 21 สาขา หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

หมอให้คำปรึกษา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า