Reading Time: 1 minute

coolsculpting

ปัญหาไขมันสะสม ไขมันส่วนเกินคงเป็นเรื่องน่าหนักใจของใครหลายคน การสลายไขมันเหล่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง เอวหนา ลดยาก ไม่มีเวลาออกกำลังกายเป็นประจำ ซึ่งในปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีทางการแพทย์หลายชนิด ที่เข้ามาเป็นตัวช่วยสลายไขมัน ซึ่งตอนนี้ coolsculpting เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมมาก

coolsculpting คืออะไร?

coolsculpting คือ เทคโนโลยีการสลายไขมันด้วยความเย็น คิดค้นและพัฒนาโดย นายแพทย์ Dieter Manstein และ นายแพทย์ R.Rox Anderson จากมหาวิทยาลัย Harvard สหรัฐอเมริกา coolsculpting จะส่งความเย็นในระดับจุกเยือกแข็งลงไปใต้ชั้นผิวหนัง เข้าสู่ชั้นไขมัน ทำให้ไขมันตายและถูกขับออกมาจากร่างกายตามธรรมชาติ 

ส่วนเซลล์ไขมันที่เหลือจะเรียงตัวใหม่ ทำให้ชั้นไขมันบางลง ส่งผลให้รูปร่างดูสมส่วนยิ่งขึ้น โดยกระบวนการสลายไขมันด้วยการทำ coolsculpting นั้นไม่เจ็บ ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องฉีด ไม่ทำให้เกิดรอยแผล ไม่ต้องใช้เวลาพักฝื้นนานก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติครับ

วิธีการทำงานของ coolsculpting

  • coolsculpting สลายไขมันด้วยความเย็นได้อย่างไร?

coolsculpting เป็นการสลายไขมันด้วยความเย็น โดยการใช้หัวดูดที่ผิว เพื่อดึงชั้นไขมันเข้ามาไว้ในหัวของเครื่อง คล้ายๆ หยิกไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้องขึ้นมา จากนั้นในหัวดูดจะปล่อยความเย็น -11°C แช่แข็งก้อนไขมันที่ถูกดูดขึ้นมานาน 35 นาที ในแต่ละจุด ซึ่งความเย็นจะเจาะจงเฉพาะเซลล์ไขมันเท่านั้น จากนั้นใช้การนวดเพื่อให้เซลล์ไขมันตายและลดจำนวนลง เซลล์ไขมันเมื่อได้รับความเย็นจัดจะหยุดทำงานและตายไปอย่างถาวร 

มีงานวิจัยทางการแพทย์ประมาณ 50 งานวิจัย ที่ยืนยันผลการรักษาว่า Coolsculpting สามารถลดจำนวนเซลล์ไขมันในชั้นผิวหนังบริเวณที่ทำได้ โดยสามารถลดลงได้ 25% ต่อการทำ 1 ครั้ง  

  • ผลลัพธ์หลังทำ coolsculpting 

การทำ coolsculpting สลายไขมันด้วยความเย็น ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังทำ อาจมีการบวมในจุดที่เซลล์ไขมันมันตายและค้างอยู่ เพราะร่างกายต้องใช้เวลาเพื่อค่อยๆ ลำเลียงเซลล์ไขมันที่ตายแล้วออกไปตามระบบเลือดและระบบน้ำเหลือง ระยะเวลาในการพักฟื้นเนื่องจากอาการปวดระบม คือ 7-10 วัน

ในช่วง 3-4 สัปดาห์ จะเริ่มเห็นผลว่าบริเวณที่ทำ coolsculpting มีสัดส่วนที่เล็กลง และจะเห็นผลเต็มที่ใช้เวลา 3 เดือน 

  • ตัวอย่างรีวิวผลการรักษาด้วยเครื่อง CoolSculpting

……

การทำ coolsculpting สลายไขมันด้วยความเย็น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสลายไขมันในปริมาณปานกลาง (BMI<35) เพื่อแก้ไขสัดส่วน โดยที่ไม่อยากผ่าตัดดูดไขมัน ไม่อยากได้รับผลข้างเคียงในระยะยาวจากการดูดไขมัน และไม่อยากมีแผล พักฟื้นนาน 

การทำ coolsculpting มีข้อดี ข้อจำกัดอะไรบ้าง

  • ข้อดี

เทคโนโลยี Coolsculpting จะไม่ทำอันตรายต่อผิวหนังชั้นนอก และไม่เคยเกิดกรณีเคสผิวไหม้จากความเย็นเลย เนื่องจาก Coolsculpting มีระบบ Freeze detect คือ เครื่องจะหยุดทำงานทันทีที่ตรวจเจอความเย็นในผิวชั้นบนมากเกินไป ซึ่งในเครื่องเลียนแบบเกรดต่ำยี่ห้ออื่นๆ มักจะเจอผลข้างเคียงเรื่องผิวไหม้จากความเย็นได้ง่ายครับ

ข้อดีของการทำ CoolSculpting สลายไขมันด้วยความเย็น

1.ไม่เสี่ยง ไม่เจ็บ ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฝื้น

2.เป็นการรักษาที่เน้นทำลายเซลล์ไขมันอย่างถาวร

3.เห็นผลการรักษาตั้งแต่การทำครั้งแรก ไม่ต้องกลับมาทำซ้ำบ่อยๆ

4.สามารถลดจำนวนเซลล์ไขมันได้ถึง 25% เมื่อทำซ้ำในตำแหน่งเดิมก็สามารถลดเซลล์ไขมันลงได้อีก

  • ข้อจำกัด

การทำ CoolSculpting สลายไขมันด้วยความเย็น จำเป็นต้องนวดเพื่อให้เซลล์ไขมันที่ถูกแช่แข็งตาย หากไม่นวดจะได้ผลน้อยลง 60% ทำให้หลังนวดอาจมีอาการเขียวช้ำได้ในบางเคส มีอาการบวมในจุดที่ทำ ปวดระบมในช่วง 7-10 วันหลังทำ จะคล้ายๆ อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหลังจากออกกำลังกายหนักๆ ในจุดที่ทำครับ

ภาวะทางการแพทย์ที่ถือเป็นข้อจำกัด

1.ผู้ที่การแข็งตัวของเลือดผิดปกติเมื่อสัมผัสกับความเย็น

2.ผู้ที่เป็นโรคแพ้ความเย็น

3.ผู้ที่ทานยาละลายลิ่มเลือด ทำให้เลือดไม่แข็งตัวตามปกติ (สามารถทำได้แต่ควรแจ้งให้แพทย์พิจารณา)

4.ตั้งครรภ์ หรือสงสัยว่าอาจจะตั้งครรภ์ 

5.หลังคลอดบุตรหรือได้รับการผ่าตัดมาไม่เกิน 6 เดือน

6.ผู้ที่ใส่อุปกรณ์ควบคุมการเต้นของหัวใจ

7.ผู้ที่เป็นไส้เลื่อน

นอกจากนี้แพทย์จะประเมินก่อนว่าคนไข้เหมาะกับการสลายไขมันด้วย coolsculpting หรือไม่ เนื่องจากผู้ที่มีน้ำหนักมาก ค่า BMI มากกว่า 35 ปริมาณไขมันสะสมจะมีมากเกินไปทำให้เห็นผลน้อยและช้าทำให้ไม่เหมาะกับการสลายไขมันด้วยความเย็นนั่นเองครับ

การดูแลตัวเองหลังสลายไขมันด้วย coolsculpting

ในช่วง 2 สัปดาห์แรก ควรงดทำทรีตเมนต์อื่นๆ รวมถึงการประคบร้อนหรือนวดชั่วคราว สามารถทาครีมเพื่อนลดอาการแห้งและตึงของผิวในบริเวณที่ทำ coolsculpting และควรงดการขัดถูที่อาจระคายเคืองต่อผิว 

ก่อนตัดสินใจเลือกทำ coolsculpting ที่ไหนดี ควรพิจารณาอะไรบ้าง

1.ดูแลและให้คำแนะนำโดยแพทย์และ Specialist ที่มีประสบการณ์

2.คลินิกสะอาด ปลอดภัยได้มาตรฐาน มีพื้นที่กว้างขวาง

3.ใช้เครื่อง coolsculpting ของแท้

4.มีราคาสมเหตุสมผล

CoolSculpting ที่ V Square Clinic ดีอย่างไร

1.ดูแลและให้คำแนะนำโดย แพทย์และ Specialist ที่มีประสบการณ์ในการทำ CoolSculpting มานานกว่า 3 ปี

2.ห้องที่ทำ CoolSculpting มีขนาดอย่างน้อย 20 ตร.ม. ไม่อึดอัด

3.ใช้เก้าอี้ Lazboy รุ่นท็อปรุ่นกว้างพิเศษ เพื่อความสบายสูงสุดของลูกค้าในช่วงเวลาที่ทำหลายชั่วโมง

4.เพิ่มเทคนิคพิเศษที่ช่วยให้อาการบวมหลังทำหายไวกว่าปกติ

5.การันตีราคาช่วงโปรโมชั่นถูกที่สุดในท้องตลาด โดยไม่มีโปรโมชั่นแอบแฝง

สำหรับเครื่อง CoolSculpting ของ V Square Clinic ตอนนี้มีอยู่ที่สาขาดังนี้ครับ

1.สาขา Gateway Ekamai (Bangkok) มีการจัดโปรโมชั่นราคาพิเศษในช่วงเดือน กรกฏาคม-สิงหาคม 2562 นี้ด้วยครับ

2.สาขา The walk ราชพฤกษ์ (Bangkok) รอเครื่องเข้าในเดือนกันยายน จะมีโปรโมชั่นดีๆตามมาแน่นอนครับ

หรืออ่านข้อมูลเพิ่มเติมต่อได้ที่นี่ https://www.vsquareclinic.com/blogs/coolsculpting-vs-other-methods/