Reading Time: 3 minutes

ฉีดโบท็อกซ์หางตา ( botox eyes )

“การฉีดโบท็อกซ์หางตา” ถือเป็นหนึ่งหัตถการที่ช่วยรักษาริ้วรอย บริเวณรอบดวงตา ที่เป็นริ้วเล็กๆ รวมถึงรอยตีนกา เพราะริ้วรอยรอบดวงตา ทั้งรอยตีนกาหรือแม้แต่ถุงใต้ตา จะแสดงความหย่อนคล้อยของผิวหน้า เมื่ออายุมากขึ้น

หากลองสังเกตดู เมื่อเราอายุยังน้อย พื้นผิวรอบดวงตาจะกระชับและเต่งตึง กล้ามเนื้อต่างๆยังไม่ดึงรั้ง  ส่งผลให้ดวงตายังกลมโตดูสดใส จนกระทั่งเราอายุมากขึ้น กล้ามเนื้อจะดึงรั้งให้หางตาค่อยๆ ตกลง ดวงตาจึงเริ่มดูไม่สดใส แถมบางคนยังมีปัญหาถุงใต้ตามาเยือน ขอบตาคล้ำชัดเจน ก็ยิ่งทำให้ดูแก่ลง

“ การฉีดโบท็อกซ์หางต า” จะช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด เกิดการคลายตัวชั่วคราว ริ้วรอยจางลงอย่างชัดเจน ซึ่งจะเห็นผลภายใน 5-7 วันหลังทำ

เลือกอ่านหัวข้อการฉีดโบท็อก

ฉีดโบท็อกซ์หางตา อันตรายไหม

หลายคนที่กลัว การฉีดโบท็อกซ์หางตาหรือใกล้ดวงตา เพราะกลัวความผิดพลาดจากการฉีด ว่าจะทำให้ตาตก แต่ในความเป็นจริงแล้ว การฉีดโบท็อกซ์ไม่ได้น่ากลัวและอันตราย หากใช้เทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง ภายใต้การดูแลของแพทย์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทราบว่าจุดไหน เป็นจุดที่สามารถฉีดโบท็อกซ์ได้ และให้ผลอย่างไร ดังนั้น ความเชี่ยวชาญของแพทย์ การตรวจประเมินสภาพริ้วรอยรอบดวงตา และปริมาณยาที่จะฉีดอย่างพอเหมาะจึงเป็นสิ่งสำคัญ

การแก้ไขปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา ที่ตรงจุดที่สุด คือ การลดการทำงานของกล้ามเนื้อ โดยใช้สารโบท็อกซ์ ” หรือ โบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) ชนิดเอ (Type A) ซึ่งเป็นสารสกัดจากแบคทีเรียชื่อ “คลอสตริเดียม โบลูทินัม” (Clostridium Botulinum)

สารโบท็อกซ์จะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท (Neurotoxin) กลไกการออกฤทธิ์จะรบกวนต่อระบบประสาท ส่งผลให้กล้ามเนื้อเป็นอัมพาตชั่วคราว ดังนั้นการออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์ จึงช่วยทำให้กล้ามเนื้อเกิดการคลายตัวลง ซึ่งจะช่วยลดริ้วรอยบริเวณดวงตาได้

เพื่อให้การฉีดโบท็อกซ์หางตาปลอดภัย เป็นธรรมชาติ หลังการฉีดคนไข้สามารถยิ้มได้ หน้าไม่แข็งหรือตึงจนเกินไป ควรฉีดโบท็อกซ์โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ปริมาณการฉีดที่เหมาะสมอย่างไรก็ตาม การฉีดโบท็อกซ์หางตา อาจก่อให้เกิดความเจ็บปวดบริเวณที่ฉีด ขึ้นอยู่กับคนไข้แต่ละราย

ทั้งนี้การฉีดโบ botox ที่กล้ามเนื้อบริเวณหางตานั้น  หากฉีดหลายๆตำแหน่งพร้อมกัน อาจทำให้มีอาการตาแห้ง ตามัวเล็กน้อย  อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเองจนเป็นปกติ ประมาณสัปดาห์ที่ 3-4 หลังการทำ

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โบท็อก : ฉีดโบท็อกซ์ ( botox ) ปลอดภัย จริงหรือไม่ ? อยากรู้ต้องอ่าน !

ฉีดโบท็อกซ์หางตา ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง

ช่วงแรก แพทย์ได้นำโบท็อกซ์มาฉีดรักษาโรคตา เช่น ตาเหล่ ตาเข  แต่กลับพบว่าริ้วรอยบริเวณใบหน้าและรอบดวงตาลดลง ด้วยเหตุนี้ จึงนำโบท็อกซ์มาประยุกต์ใช้ด้านความงามมากขึ้นการฉีดโบท็อกซ์ เป็นการฉีดสารเข้าไปตามจุดของกล้ามเนื้อ เพื่อให้กล้ามเนื้อมีการผ่อนคลาย แต่ไม่ได้ทำให้กล้ามเนื้อตาย ตามอย่างที่หลายคนเข้าใจซึ่งเป็นการเข้าใจที่ผิด

การฉีดโบท็อกซ์หางตา แม้กล้ามเนื้อจะผ่อนคลายลง แต่เราก็ยังสามารถยิ้มและแสดงอารมณ์ทางใบหน้าได้ตามปกติ ดังนั้นการฉีดโบท็อกซ์หางตาจะให้ผลชัดเจนในการรักษาริ้วรอยที่เกิดขึ้น แม้มีการแสดงสีหน้า ก็ยังช่วยให้ผิวตึงกระชับขึ้นได้ โดยเฉพาะริ้วรอยใต้ตาที่เป็นริ้วเล็กๆ และรอยหางตา (ตีนกา)

รีวิวการฉีดโบท็อก

รีวิวโบท็อกหน้าผาก โบท็อกหางตา โบท็อกขมวดคิ้ว

รีวิวโบท็อกซ์ลดริ้วรอย


สาเหตุของริ้วรอยรอบดวงตา จนต้องฉีดโบท็อกซ์หางตา

สาเหตุส่วนใหญ่ของปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา มาจากคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวลดลง กรดไฮยาลูรอนิกในผิวลดลง และสารอนุมูลอิสระทำลายเซลล์ผิว ทำให้ผิวของเราเริ่มเสื่อมและหย่อนคล้อย เกิดการสะสมของน้ำและไขมันมากขึ้น โดยเฉพาะใต้ตา กลายเป็นถุงใต้ตา

ปัญหานี้อาจไม่ได้เกิดจากอายุที่เพิ่มมากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังอาจเกิดได้จากปัจจัยอื่น ๆ อีกด้วย   ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมส่วนตัวที่ชอบขยี้ตา หรือถูตาเป็นระยะเวลานาน ๆ การเคลื่อนไหวแสดงอารมณ์บนใบหน้าที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ เช่น การยิ้ม การหัวเราะ  ร้องไห้ รวมไปถึงผิวหนังถูกทำลายด้วยเเสงเเดด การสูบบุหรี่

รวมถึงการระคายเคืองอย่างเรื้อรังของผิวหนังรอบดวงตา อาการภูมิแพ้ที่เป็นอยู่จากสภาพแวดล้อมต่างๆ อาหารการกิน หรือไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันแต่ละบุคคล ก็ล้วนมีส่วนในการทำให้ริ้วรอยรอบดวงตา แสดงอาการ ที่ปรากฏเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นด้วย

การเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อกซ์หางตา

การเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อกซ์หางตา

การเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อกซ์หางตา 

  1. อันดับแรก ต้องตรวจเช็คร่างกายตัวเองก่อนว่า เรามีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่ได้กินยาเป็นประจำ และไม่มีโรคประจำตัว คนไข้จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจฉีดโบท็อกซ์หางตา
  2. อันดับต่อมา ก่อนทำการฉีดโบท็อกซ์ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 3-7 วัน
  3. หยุดทานอาหารเสริม ที่ส่งผลให้การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา หรือ สมุนไพรที่ทำให้ร่างกายร้อน ยาแก้อักเสบ ยาแอสไพริน ประมาณ 1 สัปดาห์
  4. งดการสครับหน้าและขัดหน้า เป็นเวลา 2-3 วัน และควรพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน  (สำหรับสตรีมีครรภ์ และให้นมบุตร ไม่ควรฉีด โบท็อกซ์ โดยเด็ดขาด)

การฉีดโบท็อกซ์ ไม่จำเป็นต้องใช้ยาชาหรือยาระงับความรู้สึกใดๆ เนื่องจากการฉีด จะสร้างความเจ็บปวดเพียงเล็กน้อย ก่อนทำการฉีดต้องทำความสะอาดผิวหน้าบริเวณที่จะทำการฉีดก่อน

ฉีดโบท็อกซ์หางตา ต้องฉีดซ้ำหรือไม่ อยู่ได้นานเท่าไหร่

การฉีดโบท็อกซ์หางตา ต้องฉีดซ้ำทุก ๆ 3-4 เดือนเพื่อคงสภาพ เนื่องจากโบท็อกซ์ไม่ได้ออกฤทธิ์ถาวร และควรฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

หาก ฉีดโบท็อกซ์หางตา มากเกินไป หรือใช้เทคนิคที่ไม่ถูกต้อง จะทำให้ตาดูตึงและไม่เป็นธรรมชาติ หลังฉีดโบท็อกซ์หางตา จะเริ่มเห็นผลในช่วง 5–7 วัน เห็นผลสูงสุดหลังฉีดประมาณ 14วัน และออกฤทธิ์คงอยู่ได้ ประมาณ 3-4 เดือน แล้วแต่กล้ามเนื้อของแต่ละบุคคล

บางคนกล้ามเนื้อแข็งแรงมาก หากฉีดเป็นครั้งแรก ก็อาจอยู่ได้ประมาณ 3 เดือนก่อนปลายประสาทกลับสู่สภาพปกติ การเปลี่ยนแปลงของเซลล์กล้ามเนื้อที่เกิดขึ้นจากฤทธิ์ยาอาจยังคงอยู่ต่อไปได้ หลังจากยาหมดฤทธิ์แล้วระยะหนึ่ง จึงจำเป็นต้องฉีดซ้ำ เพื่อคงสภาพของการเปลี่ยนแปลงและผลการรักษาให้ต่อเนื่อง

ควรทิ้งช่วงการฉีดหลังจากฉีดโบท็อกซ์หางตา แต่ละครั้งประมาณ 2 เดือนเป็นอย่างต่ำ เพราะไม่เช่นนั้น อาจจะเสี่ยงกับการดื้อโบท็อกซ์ และกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดฝ่อและบางลง

ข้อควรระวังหลังฉีดโบท็อกซ์หางตา

  • หลังฉีดทันที ไม่ควรจับ ลูบคลำ หรือนวดบริเวณที่ฉีด เพราะอาจมีผลต่อการกระจายตัวของตัวยา
  • หลีกเลี่ยงการนอนราบ 3 ชั่วโมงหลังฉีด
  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ในช่วง 24 ชั่วโมงหลังฉีด เพราะแอลกอฮอล์ จะเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ทำให้โบทอกปลิวไปและสลายได้เร็ว
  • หลีกเลี่ยงการเข้าอบไอน้ำ อบซาวน่า ยิงเลเซอร์ ทำ RF ประมาณ  2 สัปดาห์
  • หลังการฉีดโบท็อกซ์หางตา สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ สามารถแต่งหน้าได้ ทาครีมบำรุงต่างๆ ได้ตามปกติ โดยไม่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้น
ข้อควรระวังหลังฉีดโบท็อกซ์หางตา_1

ข้อควรระวังหลังฉีดโบท็อกซ์หางตา ครั้งที่ 1

ข้อควรระวังหลังฉีดโบท็อกซ์หางตา ครั้งที่ 2

ข้อควรระวังหลังฉีดโบท็อกซ์หางตา ครั้งที่ 2

ข้อควรระวังหลังฉีดโบท็อกซ์หางตา ครั้งที่ 3

ข้อควรระวังหลังฉีดโบท็อกซ์หางตา ครั้งที่ 3

 

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องกับการฉีดโบท็อก

ฉีดโบท็อกซ์หางตา ราคาอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่

การฉีดโบท็อกหางตา ราคาที่ทำต่อครั้ง อยู่ที่ประมาณ  3,000-4,000 บาทขึ้นไป จนถึงหลักหมื่น  ราคาขึ้นอยู่กับจำนวนยูนิต คุณภาพของยาที่นำมาใช้ ดีกรีความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ของแพทย์แต่ละท่าน 

การฉีดโบท็อกซ์หางตา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย ขึ้นอยู่กับการเลือกคลินิก และสถานพยาบาลด้วยเช่นกัน เพราะบางคลินิกที่ก็อาจจะนำโบท็อกซ์ที่ไม่มีคุณภาพ มาใช้จนทำให้เกิดผลเสียตามมาได้

รีวิวโบท็อกหน้าผาก โบท็อกหางตา

รีวิวโบท็อกซ์ลดริ้วรอยและปรับรูปหน้า

ดูแลตัวเองหลัง ฉีดโบท็อกซ์หางตา อย่างไร

เมื่อ ฉีดโบท็อกซ์หางตา แล้ว สิ่งสำคัญคือ การดูแลตัวเอง และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดริ้วรอยรอบดวงตาอีกได้ ไม่ว่าจะเป็นการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ใช้งานดวงตาหนักจนเกินไป ควรพักผ่อนสายตาบ้าง ถ้าต้องนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เป็นเวลานาน ไม่ขยี้ตาหรือถูตาแรง ๆ การเช็ดเครื่องสำอางรอบดวงตาอย่างเบามือ

นอกจากนี้ หากต้องออกไปอยู่กลางแดดนานๆ ควรสวมแว่นกันแดดและทาครีมกันแดดทุกครั้ง และดื่มน้ำมากๆ วันละ 6 – 8 แก้ว เพราะผิวหน้าและผิวรอบดวงตาเป็นส่วนที่บอบบาง จึงควรทำให้ผิวชุ่มชื้นอยู่เสมอ อย่าให้ผิวขาดน้ำ เพราะจะทำให้เกิดรอยคล้ำชัดเจนขึ้นได้

(V Square Clinic เรามีทีมแพทย์ พร้อมให้คำแนะนำและปรึกษาสอบถามทุกคำถามฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย)

สนใจติดต่อสอบถาม V Square Clinic
เปิดบริการทุกวัน 11.00-20.00 น.

หรือโทร : 091-913-7000

FB : fb.com/VsquareClinic
Line@ : @vsquareclinic

ขอบคุณที่อ่านครับ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนครับ
(1 ดาว – น้อย / 5 ดาว – มาก)
[ผู้โหวตทั้งหมด: 3 เฉลี่ย : 5/5]