Reading Time: 2 minutes

ร้อยไหม

“ร้อยไหม” เป็นหนึ่งในนวัตกรรมเสริมความงาม ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะมีค่าใช้จ่ายไม่สูงเมื่อเทียบกับการผ่าตัด การร้อยไหม ช่วยยกกระชับผิวให้เต่งตึง โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดและทำให้ผิวหน้าดูอ่อนกว่าวัย

หากจะตัดสินใจเข้าร้อยไหม คนไข้จึงควรทราบข้อดี – ข้อควรระวัง และขั้นตอนในการทำว่ามีอะไรบ้าง ก่อนที่จะตัดสินใจทำการร้อยไหม

เลือกอ่านหัวข้อการทำร้อยไหม

ทำความรู้จักเทคนิค การร้อยไหมหน้าเรียว

การร้อยไหม คือ เทคนิคที่นำไหมละลายวัสดุ PDO ( polydioxanone) สามารถละลายได้เอง ด้วยปฏิกิริยา Hydrolysis ในร่างกาย ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่ก่อให้เกิดการอักเสบต่อเนื้อเยื่อน้อย เข้ามาช่วยในการยกกระชับผิว แก้ปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้า

การร้อยไหม ใช้ได้ทั้งกับใบหน้าและผิวกาย เช่น ต้นแขน หน้าท้อง ต้นขา สะโพก บั้นท้าย แต่การร้อยไหม นิยมใช้กับใบหน้ามากกว่า คนไข้ที่ผ่านการร้อยไหม สภาพผิวจะถูกฟื้นฟูให้ดีขึ้นและปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น

หลักการและเทคนิคของการร้อยไหม จะใช้เส้นไหมร้อยเข้าไปในผิว เพื่อช่วยพยุงผิวหนัง กระตุ้นเซลล์ที่มีหน้าที่สร้างเส้นใยคอลลาเจน ทำให้เกิดการดึงยกผิวหน้า ผิวหน้าจึงเต่งตึงกระชับ และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต มาเลี้ยงชั้นผิวหนังเพิ่มขึ้น

การร้อยไหม ไหมที่ใช้คือไหมอะไร

ไหมที่นิยมนำมาใช้ จะเป็นไหมที่ผลิตจากโพลีไดอ๊อกซาโนน (polydioxanone) ซึ่งเป็นไหมที่ใช้ในการเย็บแผล ได้ตามมาตรฐานของการทำศัลยกรรมตกแต่ง  โอกาสแพ้น้อย ไม่มีปฏิกิริยาต่อผิวหนัง ผ่านการรับรองความปลอดภัย จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทั้งในและต่างประเทศ สามารถสลายได้เองภายใน 8 เดือน

ร้อยไหมก้างปลา ที่มักพูดถึงคือไหมอะไร

ไหมที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีหลายชนิด หลักๆสามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ไหมละลาย และไหมไม่ละลาย ปัจจุบันนิยมไหมละลายเป็นหลัก โดยเฉพาะการร้อยไหมก้างปลา  เพราะสลายไปได้เองตามธรรมชาติ

นอกจากนี้ ยังสามารถแบ่งการร้อยไหม ตามสภาพการยึดเกาะกับเนื้อเยื่อผิว คือ

1.แบบผิวเรียบ เป็นเส้นไหมเรียบ ไม่มีเงี่ยงหรือปุ่ม ช่วยลดริ้วรอยบางจุด ทำให้ผิวหนังเต่งตึง การร้อยตรึงเป็นร่างแห แต่ให้ผลในการยกกระชับผิวหนังไม่มาก

2.แบบมีเงี่ยง หรือไหมก้างปลา เป็นเส้นไหมเส้นเดียวแต่มีเงี่ยงยื่นออกมาตลอดแนวไหม เพื่อยึดเกาะกับเนื้อเยื่อผิวดีขึ้น ให้ผลในการยกกระชับ เห็นผลทันทีหลังทำ มีการกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่รอบเส้นไหมและบริเวณเงี่ยง

การร้อยไหมเงี่ยงหรือไหมก้างปลา ใช้จำนวนของเส้นไหมน้อยกว่าไหมเรียบธรรมดา เส้นไหมชนิดนี้เหมาะกับการยกกระชับบริเวณแก้ม ปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น

ร้อยไหมอะไรดีที่สุด

การร้อยไหม เหมาะกับใครบ้าง

การร้อยไหม เหมาะสำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยของแก้ม รูปหน้าไม่เรียวกระชับ ผู้ที่ต้องการปรับให้รูปหน้าเรียวได้รูปมากขึ้น ส่วนใหญ่ปัญหานี้จะเกิดกับคนที่เริ่มมีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป

(สำหรับผู้ที่ยังมีอายุไม่เย่อะ แต่รูปหน้ามีความหย่อนคล้อย ก็สามารถร้อยไหมได้เช่นกัน)

กรณีผิวหนังหย่อนคล้อยมากๆ และมีการยุบของผิวตามวัย การร้อยไหมเพียงอย่างเดียว ไม่ช่วยลดความหย่อนคล้อยได้ทั้งหมด ต้องมีการใช้โบท็อกซ์ หรือ ฟิลเลอร์ ร่วมด้วย

หรืออ่านข้อมูลเพิ่มเติม

ฟิลเลอร์ คืออะไร ? อันตรายหรือไม่ พร้อม ข้อดี-ข้อเสีย

ฉีดโบท็อกซ์ ( botox ) ปลอดภัย จริงหรือไม่ ? อยากรู้ต้องอ่าน !

การร้อยไหม ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยให้แพทย์ช่วยสำรวจใบหน้า ประเมินความเหมาะสม  เบื้องต้น ก่อนเข้ารับการบริการร้อยไหม แพทย์จะได้ช่วยแนะนำว่า ผิวหน้าของคนไข้ ควรที่จะการร้อยไหมลักษณะใด หรือจะทำการร้อยไหมควบคู่กับหัตถการอื่นๆด้วย เพื่อความงดงามสมบูรณ์ของใบหน้า

ข้อดีของการร้อยไหม

  • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีความเสี่ยงในการวางยาสลบ
  • ค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก
  • ใช้เวลาทำไม่นาน สะดวกรวดเร็ว
  • เห็นผลหลังทำทันที
  • ไม่มีรอยแผลขนาดใหญ่ให้เป็นที่กังวลใจ ไม่ต้องพักฟื้นระยะเวลานาน
  • มีผลข้างเคียงน้อย มีอาการบวมช้ำหลังทำไม่มาก (ขึ้นกับเทคนิคที่ใช้ จำนวนไหมที่ร้อย และรูปหน้าของแต่ละคน)

ข้อควรระวัง ของการร้อยไหม

  • การร้อยไหมไม่ใช่การผ่าตัด แต่ก็มีความเจ็บจากการฉีดยาชาและจากการร้อยไหม
  • การร้อยไหมมีโอกาสทำให้ เกิดอาการผิวหนังบวมแดง เนื่องจากแพ้ไหมละลายได้ แต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย เป็นกรณีเฉพาะบุคคล
  • การร้อยไหมลงไปใต้ผิวหนัง มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อจาก ในกรณีใช้อุปกรณ์ไม่สะอาด อาจเกิดรอยบุ๋มของผิวหนัง ผิวหนังสองข้างยกกระชับไม่เท่ากันได้
  • ช่วงแรกหลังการร้อยไหม จะพบอาการบวม แต่จะค่อยๆยุบบวมและดีขึ้นตามลำดับ หรือ กรณีที่ใช้เทคนิคการร้อยที่ไม่ถูกต้อง ไม่ได้ทำโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ จะเกิดผลลัพธ์ในระยะยาวได้
  • การร้อยไหมใช้ไหมที่ไม่ละลาย จะมีสารตกค้างอยู่ในร่างกาย และเป็นอันตรายในระยะยาว ดังนั้นผู้คิดจะทำศัลยกรรมด้วยการร้อยไหม จึงควรพิจารณาให้ดีก่อนตัดสินใจ

การร้อยไหม เจ็บตัวมากน้อยแค่ไหน  

ก่อนทำการร้อยไหม แพทย์จะทำการทายาชาร่วมกับฉีดยาชา ในบางตำแหน่งก่อนร้อยไหม ขณะทำจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อย และใช้ระยะเวลาในการทำประมาณ 20-40 นาที

ผลข้างเคียงจากการ ร้อยไหม

หลังการร้อยไหม จะมีอาการบวม แดง เกิดรอยนูน และพบรอยช้ำ ผิวหน้าไม่เรียบตามแนวร้อยไหม จากอาการบวมเข็ม  เนื่องจากเนื้อเยื้อได้รับการกระตุ้น และจะรู้สึกตึงผิวหน้าเหมือนไหมดึงรั้งในช่วงแรก อาการเหล่านี้จะหายได้เองในช่วง 1-2 สัปดาห์ และสามารถใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ

การร้อยไหมจะเห็นผลชัดเจนในช่วงประมาณ 2 เดือน บางรายอาจมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ จากการใช้เข็มสอดเส้นไหมจำนวนมากเข้าไปที่ผิวหนัง หรือเกิดพังผืดใต้ผิวหนัง

กรณีที่แพทย์ที่ทำไม่มีประสบการณ์หรือทำผิดวิธี เช่น ร้อยไหมเข้าไปตื้นเกินไป หรือผิดจังหวะจะทำให้เกิดพังผืดที่ไม่พึงประสงค์ บริเวณผิวหนังชั้นบนได้

หลังการร้อยไหม ต้องดูแลตนเองอย่างไร

  • สิ่งแรกที่ไม่ควรทำ ก็คือ การไปยิงเลเซอร์หรือหัตถการอื่นๆกับใบหน้า
  • ไม่ควรนวดหน้าแรงๆ บริเวณที่ร้อยไหมเป็นเวลา 2 เดือน
  • หากมีอาการผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

ควรระวังเรื่องความร้อน เพราะอาจจะทำส่งผลกระทบกับการร้อยไหม ผลลัพธ์จะออกมาไม่ดีเท่าที่ควร

อยากร้อยไหม ร้อยไหมที่ไหนดี

ก่อนจะตัดสินใจเข้ารับบริการร้อยไหม เริ่มต้นแนะนำให้มองหาสถานบริการที่มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัยได้รับใบอนุญาต ที่ให้บริการด้านศัลยกรรมและความงามโดยเฉพาะ นอกจากนี้ ควรพิจารณาข้อมูลเกี่ยวกับแพทย์ว่า มีประสบการณ์และความชำนาญโดยตรง

เพื่อความมั่นใจเรื่องการร้อยไหม ควรดูข้อมูลการรีวิวจากผู้ใช้บริการหลายๆท่าน เป็นข้อมูลประกอบตัดสินใจ

ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในการร้อยไหม ราคาค่าบริการมีตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่น ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของสถานบริการ  ค่าบริการสูงอาจมีเรื่องของเทคนิคการร้อยไหม และประสบการณ์ของแพทย์แต่ละท่าน ไม่แนะนำให้เลือกจากส่วนลด ราคาถูกเพียงอย่างเดียว โดยละเลยเรื่องของความปลอดภัย

หากสนใจ หรือ อยากสอบถามเกี่ยวกับการร้อยไหม V Square Clinic เรามีทีมแพทย์ พร้อมให้คำแนะนำและปรึกษาสอบถามทุกคำถามฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย นะครับ

สนใจติดต่อสอบถาม V Square Clinic
เปิดบริการทุกวัน 11.00-20.00 น.

หรือโทร : 091-913-7000

FB : fb.com/VsquareClinic
Line@ : @vsquareclinic

ขอบคุณที่อ่านครับ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนครับ
(1 ดาว – น้อย / 5 ดาว – มาก)
[ผู้โหวตทั้งหมด: 5 เฉลี่ย : 4.2/5]