ร้อยไหม-คืออะไร

ร้อยไหม

การร้อยไหม เป็นหนึ่งในนวัตกรรมเสริมความงาม ที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน ช่วยยกกระชับผิวให้เต่งตึง ทำให้ผิวหน้าดูอ่อนกว่าวัยโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด และมีค่าใช้จ่ายไม่สูง

ในบทความนี้หมอจะมาเจาะลึกทุกเรื่องที่ควรรู้ เกี่ยวกับการร้อยไหม คืออะไร ช่วยให้หน้าเรียว ลดโหนกแก้ม เสริมจมูก ยกหางตา แก้ร่องแก้ม เห็นผลชัดเจนมากแค่ไหน หมอมีคำตอบครับ

(แก้ไขปัญหา แก้มหย่อน ร่องใต้ตา ร่องแก้ม)

รีวิวก่อน-หลังร้อยไหมก้างปลา 10 เส้นรีวิวก่อน-หลังร้อยไหมก้างปลา 10 เส้น

ก่อนทำ ในเคสนี้ มีปัญหาแก้มหย่อนคล้อย ไม่กระชับ มีร่องแก้มลึก ส่งผลให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัย

หลังทำทันที ร่องแก้มตื้นขึ้น ผิวบริเวณกรอบหน้ายกกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หน้าดูเด็กลง

สารบัญ ร้อยไหม

ร้อยไหม คือ ?

การร้อยไหม คือการร้อยไหมละลายเข้าไปในชั้นผิว

การร้อยไหม คือ การใช้ไหมละลาย (ปัจจุบันนิยมใช้ไหมก้างปลาที่มีเงี่ยง) ร้อยเข้าไปในชั้นผิวหนังโดยใช้เข็มนำเส้นไหม ซึ่งถ้าร้อยไหมด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง ผิวก็จะถูกเงี่ยงเกี่ยวขึ้นมาตามเส้นไหมในทิศทางที่ร้อยไหมเข้าไป คล้าย ๆ ตะขอเกี่ยว และบริเวณนั้นจะเกิดการสร้างเส้นใยอิลาสตินขึ้นมาช่วยประคองผิวครับ

ในการร้อยไหมนั้น จะมีจุดที่ดึงบริเวณแก้มส่วนล่าง และมีจุดที่ยึดอยู่บริเวณขมับ เมื่อดึงเข้าหากันจึงสามารถยกแก้มที่หย่อนคล้อนขึ้นมาได้ จึงนิยมใช้การร้อยไหมดึงหน้า ปรับรูปหน้า ยกกระชับหน้า กรอบหน้า สามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังทำ

ร้อยไหม ต่างกับ ฟิลเลอร์ โบท็อก Hifu Thermage Ulthera อย่างไร ?

เมื่อเปรียบเทียบการร้อยไหม กับหัตถการอื่น ๆ เช่น ฟิลเลอร์ โบท็อก Hifu สามารถสรุปได้ ดังนี้ครับ

  • ร้อยไหม เหมาะสำหรับคนที่ผิวหย่อนคล้อย มีแก้มหย่อนมาก ๆ ร้อยไหมแล้วเห็นผลได้ชัดเจน
  • Hifu เหมาะสำหรับคนที่แก้มหย่อน มีริ้วรอยไม่มาก และต้องการยกกระชับ
  • ฟิลเลอร์ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการแก้ปัญหาร่องลึกบนใบหน้า ที่เกิดจากการยุบตัวของกระดูก เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม 
  • โบท็อก เหมาะกับคนที่อยากปรับหน้าเรียวด้วยการลดกราม และช่วยริ้วรอยบริเวณหางตา-หน้าผาก
  • Thermage การทำเทอร์มาจเหมาะกับคนที่มีชั้นไขมันเยอะ ต้องการยกกระชับผิว ลดริ้วรอย ลดไขมันสะสมใต้ผิวหนัง เช่น ใบหน้า แก้ม เหนียง ลำคอ ลำตัว  
  • Ulthera การทำอัลเทอร่าเป็นการยกกระชับหน้าที่จะเน้นกระตุ้นลงลึกถึงชั้นผิว SMAS เหมาะกับคนที่มีชั้นไขมันน้อย มีริ้วรอยในระดับที่ไม่ลึกมาก ต้องการลดริ้วรอยร่องแก้ม-ใต้ตา เก็บกรอบหน้า ลดสัดส่วนบริเวณลำคอ เหนียง หน้าอก ต้นแขน หน้าท้อง

ร้อยไหม อันตรายไหม ?

หากร้อยด้วยไหมละลายที่ปลอดภัย เลือกร้อยไหมในคลินิกที่ได้มาตรฐาน แพทย์ที่มีประสบการณ์ ใช้เทคนิคการร้อยไหมที่ถูกต้อง รวมไปถึงการเลือกปริมาณไหม ชนิดไหม เข็มที่ใช้ในการร้อยอย่างเหมาะสม ก็มีความปลอดภัย มั่นใจได้ว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพครับ

ที่ร้อยไหมแล้วอันตรายส่วนใหญ่จะเกิดจากการร้อยไหมปลอม ไม่มีคุณภาพ และเลือกร้อยไหมกับแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์ครับ ซึ่งผลข้างเคียงที่พบเจอคือ

  • หากแพทย์ร้อยไหมผิดวิธี ใช้เทคนิคที่ไม่ถูกต้อง หลังร้อยไหมแล้วอาจเกิดภาวะ hematoma (บวมเลือด คือ มีเลือดออกในชั้นผิว) ภาวะ edema (บวมน้ำ คือ มีน้ำคั่งในชั้นผิวจากการอักเสบ)หรือหน้าเบี้ยว หน้ายุบ ดูเป็นคลื่น ไม่สวยงามได้ครับ 
  • หากร้อยไหมปลอมที่ไม่มีคุณภาพ หลังร้อยไหมจะให้เกิดเป็นพังผืดได้ และเป็นอันตรายในระยะยาว เนื่องจากไหมปลอมเป็นไหมที่ไม่สามารถละลายได้
  • หลังร้อยไหมอาจมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในกรณีที่คลินิกใช้อุปกรณ์ไม่สะอาด เป็นคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน

ข้อดีของการร้อยไหม

ข้อดีของการร้อยไหม
  • ช่วยลดความหย่อนคล้อย การร้อยไหมมีคุณสมบัติช่วยทำให้ใบหน้าที่หย่อนคล้อยมีความกระชับ ริ้วรอยแลดูจางลง ใบหน้าได้สัดส่วนมากยิ่งขึ้น 
  • ช่วยปรับรูปหน้าเรียว V shape ปรับหน้าเรียวเป็น V shape ดูมีสัดส่วน ผิวดูเต่งตึง อ่อนกว่าวัยโดยที่ไม่ต้องผ่าตัด
  • ไหมจะช่วยประคองผิวคล้ายเส้นเอ็นบนใบหน้า เส้นไหมละลายจะถูกสอดลงในชั้นผิวหนังตามโครงสร้างของใบหน้าของแต่ละคน เมื่อสอดลงไปแล้ว ผิวจะถูกเงี่ยงเกี่ยวขึ้นมาตามแนวเส้นไหมที่คล้ายกับตะขอดึง เมื่อดึงแล้วใบหน้าที่หย่อนคล้อยก็จะมีความกระชับขึ้น ดูเต่งตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน  เมื่อร้อยไหมไปแล้วก็จะเกิดเป็นเส้นใยอิลาสตินเพื่อช่วยประคองผิวหรือพยุงผิว และช่วยกระตุ้นเซลล์ที่มีหน้าที่สร้างเส้นใยคอลลาเจน ทำให้ผิวหน้าเต่งตึงกระชับ และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตมาเลี้ยงชั้นผิวหนัง
  • ปลอดภัย ละลายหมด 100% ไม่มีสารตกค้าง ไหมที่มีคุณภาพ สามารถเข้ากันได้ดีกับผิวหนัง สลายได้ 100% โดยไม่มีสารตกค้าง หลังจากทำเสร็จเห็นผลทันที ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น

ข้อควรระวัง ของการร้อยไหม

  • การร้อยไหมไม่ใช่การผ่าตัด แต่ก็มีความเจ็บจากการฉีดยาชาและจากการร้อยไหม
  • การร้อยไหมมีโอกาสทำให้ เกิดอาการผิวหนังบวมแดง เนื่องจากแพ้ไหมละลายได้ แต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย เป็นกรณีเฉพาะบุคคล
  • การร้อยไหมลงไปใต้ผิวหนัง มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในกรณีใช้อุปกรณ์ไม่สะอาด อาจเกิดรอยบุ๋มของผิวหนัง ผิวหนังสองข้างยกกระชับไม่เท่ากันได้
  • ช่วงแรกหลังการร้อยไหม จะพบอาการบวม แต่จะค่อยๆยุบบวมและดีขึ้นตามลำดับ หรือ กรณีที่ใช้เทคนิคการร้อยที่ไม่ถูกต้อง ไม่ได้ทำโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ จะเกิดผลลัพธ์ในระยะยาวได้
  • การร้อยไหมใช้ไหมที่ไม่ละลาย จะมีสารตกค้างอยู่ในร่างกาย และเป็นอันตรายในระยะยาว ควรพิจารณาให้ดีก่อนตัดสินใจ

ผลข้างเคียงจากการ ร้อยไหม

  • เนื่องจากเนื้อเยื้อได้รับการกระตุ้น จะทำให้รู้สึกตึงผิวหน้าเหมือนไหมดึงรั้งในช่วงแรก อาการเหล่านี้จะหายได้เองในช่วง 1-2 สัปดาห์ และสามารถใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ
  • หลังร้อยไหม อาจมีอาการบวมแดง เขียวช้ำ ในจุดที่ร้อยไหมได้เป็นปกติ หายไปเองใน 2-3 วัน ห้ามแกะ เกา หรือกดนวด

การร้อยไหม เหมาะกับใคร ?

  • ผู้ที่ใบหน้าไม่ได้สัดส่วน ไม่มีมิติ ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวมากขึ้น 
  • ผู้ที่มีแก้มหย่อนคล้อย แก้มห้อย ส่วนใหญ่ปัญหานี้จะเกิดกับคนที่เริ่มมีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป (Older Skin) เนื่องจากจำนวน Elastin ในชั้นผิวลดน้อยลง 
  • ผู้ที่ยังมีอายุไม่เยอะ (Younger Skin) แต่รูปหน้ามีความหย่อนคล้อย ก็สามารถร้อยไหมได้เช่นกัน

กรณีผิวหนังหย่อนคล้อยมากๆ และมีการยุบของผิวตามวัย การร้อยไหมเพียงอย่างเดียวอาจไม่ช่วยลดความหย่อนคล้อยได้ทั้งหมด สามารถร้อยไหมร่วมกับทำหัตถการอื่นๆ ได้ เช่น ใช้โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ หรือ Hifu ร่วมด้วยเพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นครับ

ร้อยไหม บริเวณไหนได้บ้าง ?

ร้อยไหม บริเวณไหนได้บ้าง

โดยปกติคนจะคิดว่าการร้อยไหมร้อยได้เฉพาะบริเวณกรอบหน้า เพื่อปรับรูปหน้าเท่านั้น แต่ความจริงแล้วไหมมีหลายชนิด หลายขนาด ซึ่งจะเหมาะกับการร้อยในแต่ละบริเวณที่แตกต่างกันไป จุดที่สามารถร้อยไหมได้ มีดังนี้ครับ

  • ร้อยไหมหน้าเรียว
  • ร้อยไหมยกมุมปาก, แก้ริ้วรอยเล็กๆ บริเวณมุมปาก
  • ร้อยไหมจมูก, ร้อยไหมปีกจมูก
  • ร้อยไหมหน้าผาก (ใช้ไหมเส้นเล็กในเคสที่ดื้อโบท็อก) 
  • ร้อยไหมคอลลาเจน 
  • ร้อยไหมเหนียง (ไม่แนะนำให้ทำ เพราะ Collagen จะถูกสร้างขึ้นมาตรงที่มีไหมอยู่ และทำให้มีเนื้อเยอะขึ้นในอนาคต)

ร้อยไหม ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง ?

ร้อยไหม ช่วยยกกระชับส่วนต่างๆ ของใบหน้า
  • ยกกระชับผิว ที่หย่อนคล้อยให้กลับมาเต่งตึง
  • ปรับรูปหน้าเรียว วีเชฟ
  • เพิ่มคอลลาเจน ลดริ้วรอยให้ผิว
  • ร้อยไหมเสริมจมูกโด่ง เก็บปีกจมูก

ไหมที่ใช้ร้อยไหม มีกี่แบบ ?

ไหมที่นิยมนำมาใช้ จะเป็นไหมที่ผลิตจากโพลีไดอ๊อกซาโนน (polydioxanone) ซึ่งเป็นไหมที่ใช้ในการเย็บแผล ได้ตามมาตรฐานของการทำศัลยกรรมตกแต่ง มีโอกาสแพ้น้อย ไม่มีปฏิกิริยาต่อผิวหนัง ผ่านการรับรองความปลอดภัย จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทั้งในและต่างประเทศ สามารถสลายได้เองภายใน 8 เดือน

ปัจจุบันไหมจะมีด้วยกันอยู่ 2 แบบครับ คือไหมไม่ละลาย และไหมละลาย ไหมที่คลินิกส่วนใหญ่เลือกใช้จะเป็นไหมละลาย เนื่องจากเป็นไหมที่ได้รับการรับรองว่ามีความปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อน ซึ่งทั้ง 2 แบบมีความแตกต่างกันดังนี้ครับ

  1. ไหมละลาย เป็นไหมที่ได้การรับรองความปลอดภัยจาก อย.ประเทศไทย และ FDA จากอเมริกา ทำด้วยวัสดุ polydioxanone หรือ polycaprolactoneครับ หลังร้อยไหมเมื่อเวลาผ่านไป สามารถละลายได้โดยอาศัยกลไกตามธรรมชาติของร่างกาย ไม่มีสารตกค้าง ไม่มีผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อน และได้รับความนิยมมากในประเทศไทย
  2. ไหมไม่ละลาย ไหมไม่ละลาย เป็นไหมจำพวก ไหมทองคำ Gold Thread เป็นไหมที่ทำมาจากทองคำ 99.99% หลังร้อยมีข้อจำกัดมาก ห้ามทำเลเซอร์ ไม่สามารถทำ MRI scan ไม่เหมาะกับผู้ที่แพ้โลหะ การร้อยไหมทองคำจะอยู่ได้นานมาก 8-15 ปี และอาจมีสารตกค้างที่ไม่พึงประสงค์ได้ครับ

ชนิดของไหมละลาย

ชนิดของไหมละลาย

การแบ่งไหมตามวัสดุและขนาดของเส้นไหม มีความเป็นสากลและสามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่า ไหมชนิดนั้นๆ มีคุณภาพอย่างไร ร้อยไหมกี่วันเห็นผล อยู่ได้นานไหม และความยืดหยุ่น หลักๆ แบ่งเป็น 3 ชนิด ได้แก่ PDO PLLA และ PCL

  • PDO เป็นไหมที่คนนิยมใช้กันมานานที่สุด มีความยืดหยุ่นมาก มีความอ่อนนิ่ม ไม่หัก ไม่เปราะ เวลาร้อยไหมเข้าไปแล้วจะไม่รู้สึกระคายเคือง แต่ข้อเสียคือมีอายุการใช้งานสั้น ไม่เกิน 6 เดือนครับ
  • PLLA จุดเด่นคือความแข็ง ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดี แต่ข้อเสียคือเปราะหักง่ายเลยไม่ค่อยเป็นที่นิมยม
  • PCL เป็นไหมตัวใหม่ล่าสุด จุดเด่นคือความยืดหยุ่นมีส่วนผสมของ PLLA ในสัดส่วนที่เหมาะสมด้วย จึงทำให้ PCL+PLLA เป็นวัสดุเส้นไหมที่ดีที่สุดในตอนนี้ อยู่ได้ 1 ปี

(ไหมแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร ? เลือกร้อยไหมแบบไหนดีที่สุด ?)

ลักษณะของเส้นไหมที่ใช้ในการร้อยไหม

ลักษณะของเส้นไหมประเภทต่างๆ

1. ไหมก้างปลา

ไหมก้างปลา เป็นเส้นไหมที่มีเงี่ยงยื่นออกมา ช่วยเกี่ยวผิวให้ยกกระชับขึ้น แบ่งออกตามขนาดเส้นไหม

  1. ไหมเงี่ยงใหญ่ : ไหมก้างปลาเส้นใหญ่ เงี่ยงใหญ่ จะละลายช้าและอยู่ได้นาน
  2. ไหมเงี่ยงเล็ก : เข็มเล็ก ร้อยง่าย บวมช้ำน้อย แต่ไหมจะเส้นเล็กและอยู่ได้ไม่นาน
ไหมก้างปลา

2. ร้อยไหมเรียบ เส้นไหมเรียบ (Mono threads)

เป็นไหมเส้นเล็กๆ ช่วยเรื่องริ้วรอย แต่ไม่สามารถช่วยดึงยกกระชับผิวได้ ปัจจุบันไม่นิยมใช้แล้ว

3. ร้อยไหมกรวย เส้นไหมกรวย

ไหมกรวย silhouette เป็นวัสดุ PLLA เส้นค่อนข้างเล็ก ไม่ช่วยยกกระชับผิวและราคาสูงมาก จึงไม่เป็นที่นิยม

4. ร้อยไหมไหมเกลียว เส้นไหมเกลียว (Screw threads)

คล้ายไหม PDO เส้นเรียบ แต่มีลักษณะเหมือน 2 เส้นรวมกันทำให้เป็นคล้ายเกลียว ไม่เหมาะกับการยกกระชับและมีปัญหาเรื่องการบวมช้ำหลังร้อยไหม

5. ไหมคอลลาเจน

ความจริงแล้วไหมคอลลาเจน ไม่ใช่ชื่อไหมครับ เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อเหตุผลทางการตลาด ใช้เรียกไหมที่ร้อยเพื่อสร้างคอลลาเจน กระชับรูขุมขน ลดริ้วรอยเล็กๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไหมเรียบ (mono) และต้องใช้ไหมจำนวนมาก ตั้งแต่ร้อยไหม 20 เส้น หรือ ร้อยไหม 40 เส้น

6. ไหมอิตาลี

ส่วนมากคลินิกในไทยจะนิยมใช้ไหมที่นำเข้ามาจากประเทศเกาหลี มีเพียงไหมอิตาลี (Italian Thread Lift) ที่ส่งตรงมาจากประเทศอิตาลีครับ ซึ่งคุณสมบัติเด่นของไหมอิตาลี คือจะผลิตด้วยวัสดุที่ผสมผสานกันระหว่าง PLLA และ PCL จึงทำให้วัสดุมีความยืดหยุ่น และอุ้มน้ำได้ดี ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ครับ

ร้อยไหม ใช้ไหมอะไรดีที่สุด ?

ไหมก้างปลา เป็นไหมที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เป็นเส้นไหมเส้นเดียวแต่มีเงี่ยงยื่นออกมาตลอดแนวไหม เพื่อยึดเกาะกับเนื้อเยื่อผิวดีขึ้น ให้ผลในการยกกระชับ เห็นผลทันทีหลังทำ และช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่รอบเส้นไหมและบริเวณเงี่ยง

การร้อยไหมเงี่ยงหรือ ร้อยไหมก้างปลา ใช้จำนวนของเส้นไหมน้อยกว่าไหมเรียบธรรมดา ดังนั้น ไหมก้างปลาจึงเหมาะกับการยกกระชับบริเวณแก้ม ปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น

เข็มที่ใช้ร้อยไหม

ในการร้อยไหม จะมีการใช้เข็มลักษณะต่างๆ เพื่อนำเส้นไหมเข้าสู่ชั้นผิว เพื่อลดความเสี่ยงในการบวมเลือดและบวมน้ำ หมอต้องมีความชำนาญและประสบการณ์เลือกใช้เข็มได้อย่างเหมาะสมครับ เข็มแต่ละชนิดมีข้อดีและข้อเสีย แตกต่างกันไป ดังนี้

เข็มที่ใช้ในการร้อยไหม

(เข็ม L, เข็มทู่, เข็มตัด, เข็มแหลม)

  1. เข็มแหลม  จะตัดผ่านเนื้อคล้ายๆการใช้มีดคมๆ ตัด เจ็บน้อยกว่า บวมน้ำน้อยกว่าบวมเลือด โดยเส้นเลือดเล็กๆ ที่โดนตัดผ่านจะสมานได้ไวกว่าการใช้เข็มทู่ แต่ถ้าโดนเส้นเลือดใหญ่ก็จะมีโอกาสบวมเลือดได้ครับ การใช้เข็มแหลมต้องอาศัยประสบการณ์และความระมัดระวังของแพทย์สูง
  2.  เข็มทู่ จะมีโอกาสเกิดการบวมน้ำได้ครับ โดยเข็มจะผ่านเนื้อโดยการฉีกออกคล้ายๆ การใช้มีดทื่อๆ ตัด จะเจ็บมากกว่าเข็มแหลม สามารถหลบเส้นเลือดใหญ่ๆ ได้ แต่หากโดนเส้นเลือดเล็กๆ ก็ยังขาดอยู่ดีครับ ในการร้อยไหมเข็มทู่ที่ใช้จะใหญ่กว่าเข็มทู่ที่ใช้ฉีดฟิลเลอร์ จึงมีอาการบวมช้ำเยอะกว่า
  3. เข็มตัด เข็มตัดเป็นเข็มกึ่งแหลม กึ่งทู่ครับ ปลายเข็มมีลักษณะคล้ายหลอด มีความคมแต่ไม่ได้แหลมเท่าเข้มแหลมครับ
  4. เข็ม L  เป็นการพัฒนาต่อจากเข็มตัดอีกขั้น

เข็มแต่ละประเภทก็จะมีจุดเด่นที่ต่างกันไปครับ หมอจะต้องประเมินว่าเข็มแบบไหนเหมาะกับเคสไหน เช่น ถ้าคนไข้เคยเป็นสิวหรือมีผังผืดเยอะ ก็จะเหมาะกับเข็มแหลมมากกว่า โดยที่ V Square Clinic มีเข็มทุกแบบ หมอจะเลือกใช้ให้เหมาะกับคนไข้แต่ละคนครับ

เทคนิคการร้อยไหมหน้าเรียว

ร้อยไหมหน้าเรียว

เทคนิคการร้อยไหมหน้าเรียว คือ เทคนิคที่นำไหมละลายร้อยเข้าไปในชั้นผิว ช่วยยกกระชับผิว แก้ปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้า และทำให้หน้าเรียวขึ้นได้ โดยไหมสามารถละลายได้เอง ด้วยปฏิกิริยา Hydrolysis ในร่างกาย ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่ก่อให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อได้น้อย จึงเป็นวิธีที่หลายคนสนใจใช้ปรับรูปหน้าเรียว

หลักการและเทคนิคของการร้อยไหม จะใช้เส้นไหมร้อยเข้าไปในผิว เพื่อช่วยพยุงผิวหนัง กระตุ้นเซลล์ที่มีหน้าที่สร้างเส้นใยคอลลาเจน ทำให้เกิดการดึงยกผิวหน้า ผิวหน้าจึงเต่งตึงกระชับ และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต มาเลี้ยงชั้นผิวหนังเพิ่มขึ้น

การเตรียมตัวก่อนร้อยไหม

  • ศึกษาข้อมูลความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับการร้อยไหมอย่างละเอียด เช่น การเลือกคลินิก การเลือกหมอ และเทคนิคในการทำ เพื่อผลลัพธ์ที่ดี ปลอดภัย และช่วยลดความกังวล เกี่ยวกับผลข้างเคียงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้
  • ควรงดยา แอสไพริน, NSAIDs เช่น ibruprofen diclofenac ponstan เป็นเวลา 1 อาทิตย์ก่อนทำหัตถการ และควรปรึกษาแพทย์ที่รักษาอยู่ก่อนที่จะหยุดยานั้นๆ
  • ควรงดวิตามิน St. Johns Wort, ginko biloba, primrose oil, garlic, ginseng, and Vitamin E เป็นเวลา 1 อาทิตย์ก่อนทำหัตถการ
  • ควรงดยาทาชนิดผลัดเซลล์ผิว เช่น Tretinoin (Retin-A), Retinols, Retinoids, Glycolic Acid, หรือครีมในกลุ่ม “Anti-Aging” ทุกชนิด เป็นเวลา 3 วันก่อนทำหัตถการ
  • ควรงดการแว็กผิว ผลัดเซลล์ผิว การดึงขนหรือโกนขนในบริเวณนั้นๆ เป็นเวลา 3 วันก่อนทำหัตถการ
  • หากมีคอร์สทำหน้านวดหน้าหรือเลเซอร์ต่างๆ ที่ต้องทำเป็นประจำ ควรทำมาก่อนอย่างน้อย 3 วันก่อนร้อยไหม เพราะหลังทำต้องเว้นไปอีก 2 อาทิตย์
  • หากมีโรคประจำตัว หรือยาที่กินเป็นประจำอื่นๆ ควรเตรียมข้อมูลไว้เพื่อแจ้งกับแพทย์ก่อนที่จะทำหัตถการ
  • ควรงดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด 24 ชม. ก่อนทำ เช่น เข้าซาวน่า ออกกำลังกายชนิด cardio
  • ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชม. ก่อนทำ

ขั้นตอนการร้อยไหม

ขั้นตอนการร้อยไหม
  • หมอจะทำการประเมินใบหน้าของคนไข้แต่ละคนว่ามีปัญหาอะไรบ้าง ต้องแก้ด้วยการร้อยไหมอย่างไร ใช้จำนวนไหมกี่เส้นถึงจะเห็นผล
  • เมื่อศึกษาข้อมูล ปรึกษาหมอเรียบร้อยแล้ว ก่อนการร้อยไหมจะมีการทำความสะอาดใบหน้า ล้างเครื่องสำอาง และแปะยาชาก่อนครับ 
  • จากนั้นแพทย์จะเริ่มนำเข็มร้อยไหมเข้าไปในชั้นผิว ระหว่างทำจะไม่เจ็บ ใช้เวลาไม่นาน แต่อาจจะรู้สึกถึงเส้นไหมขณะร้อย เมื่อดึงไหมขึ้นก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลง ผิวกระชับขึ้นทันทีครับ

หลังการร้อยไหม ต้องดูแลตัวเองอย่างไร ?

  • หลีกเลี่ยงการแตะ การเกา การกดนวดในจุดนั้นๆ อาการต่างๆจะค่อยๆดีขึ้นภายใน 2-3 วัน
  • หากก่อนทำไม่ได้กินยาฆ่าเชื้อ หลังทำควรรีบกินยาฆ่าเชื้อทันที (ปกติคลินิกจะมียาแก้ปวด,ลดบวมให้กินด้วย)
  • งดยิงเลเซอร์หรือหัตถการอื่นๆ ที่ใช้ความร้อนลงผิวชั้นลึก เป็นเวลา 1 เดือน
  • ไม่ควรนวดหน้าแรงๆ บริเวณที่ร้อยไหมเป็นเวลา 2 เดือน
  • อย่าขยับใบหน้าเยอะโดยเฉพาะในช่วง 3 วันหลังทำ จะทำให้ไหมเคลื่อนที่ผิดตำแหน่งได้
  • หากมีอาการผิดปกติบวม ช้ำ เจ็บมาก ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

หลังร้อยไหมห้ามกินอะไรบ้าง ?

  • งดหมูกระทะ ปิ้งย่าง ชาบู ที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อนๆ และอาหารที่เผ็ดมากๆ
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เหล้า เบียร์ ไวน์ น้ำหมัก
  • งดอาหารที่หวานจัดๆ เพราะจะกระตุ้นกระบวนการอักเสบได้
  • ควรงดสูบบุหรี่ ในบุหรี่มีสารหลายชนิดที่ขยายหลอดเลือด จะทำให้ยุบบวมช้า และผลการรักษาอยู่ได้สั้นลง
สัปปะรด

ข้อควรรู้ : มีหลายงานวิจัยที่ระบุว่าสารชื่อ bromelain ที่อยู่ในแกนสัปปะรด สามารถกินเพื่อช่วยให้อาการปวดบวมช้ำหลังจากร้อยไหมหายได้ไวขึ้นได้

ร้อยไหม บวมกี่วัน ?

หลังร้อยไหม ในช่วง 3-4 วันแรกจะบวมมากขึ้น และหลังจากนั้นอาการบวมจะเริ่มยุบลงจนเข้าที่ใน 14 วัน เห็นผลชัดเจนในช่วงประมาณ 2 เดือน แต่ถ้าหากร้อยไหมไปแล้วแก้มยังดูบวมอยู่ อาจเกิดจากการใช้เทคนิคร้อยไหมที่ไม่ดีหรือไม่ถูกต้องครับ

ร้อยไหมหน้าบวม 14 วันเกิดจากอะไร

  1. คนไข้มีเนื้อแก้มเยอะ หากคนไข้มีแก้มเยอะมาก หมอจะแนะนำให้ฉีดเมโสแฟตก่อนทำการร้อยไหม เพราะถ้าร้อยไหมแล้วดึงมากเกินไป เนื้อแก้มจะไปกองด้านบนตรงทำให้โหนกแก้มดูใหญ่และหน้าบวมครับ
  2. ดึงไหมผิดแแนว การร้อยไหมเพื่อแก้ร่องแก้มหรือแก้มตอบ โดยการดึงไหมขึ้นไปจะทำให้โหนกแก้มดูใหญ่เช่นกันครับ ปกติจะใช้การร้อยไหมเพื่อแก้ความหย่อนคล้อยรอบๆ มุมปากและกรอบหน้ามากกว่า

รีวิวร้อยไหม

รีวิว ร้อยไหมก้างปลา ที่ V Sqare Clinic ปรับรูปหน้าเรียว แก้ปัญหาความหย่อนคล้อย

([🔍รีวิว] ร้อยไหมหน้าเรียว ถ่ายรูปท่าไหนก็มั่นใจทุกมุม ใบหน้า V Shape ด้วยไหมล็อคก้างปลา)

รีวิว-ร้อยไหม-10-เส้น

(รีวิว ร้อยไหม 10 เส้น และฟิลเลอร์ร่องแก้ม 1 CC แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย)

ก่อนทำ ในเคสนี้มีปัญหาหน้าตอบ แก้มห้อยย้อย

หลังทำทันที ส่วนที่ตอบลงไปกลับมาอิ่มเอิบ แก้มยกกระชับ ใบหน้าเรียวสวยเข้ารูป

รีวิว ร้อยไหมก้างปลา 6 เส้น

(รีวิว ร้อยไหมก้างปลา 6 เส้น แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ปรับรูปหน้าเรียว)

ก่อนทำ ในเคสนี้ มีปัญหาแก้มหย่อนคล้อย มีร่องแก้มลึก ใบหน้าไม่กระชับ  

หลังทำทันที ผิวยกกระชับขึ้น รูปหน้าเรียวสวย ร่องแก้มตื้นขึ้น

รีวิว ร้อยไหม_ก้างปลา 10 เส้น

(รีวิว ร้อยไหม 10 เส้น และฟิลเลอร์ร่องแก้ม 2 CC ทำให้ใบหน้ายกกระชับ หน้าเด็กลง)

ก่อนทำ ในเคสนี้ มีปัญหาแก้มหย่อนไม่กระชับ มีร่องแก้มลึกและถุงใต้ตา

หลังทำทันที ร่องแก้มและถุงใต้ตาหายไป ผิวบริเวณกรอบหน้ายกกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ร้อยไหม ที่ไหนดี ?

ก่อนจะตัดสินใจเข้ารับบริการร้อยไหม แนะนำให้มองหาคลินิกที่มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย ได้รับใบอนุญาตให้บริการด้านศัลยกรรมและความงามโดย นอกจากนี้ควรพิจารณาข้อมูลเกี่ยวกับแพทย์ว่า มีประสบการณ์หรือไม่ ด้วยการดูรีวิวจากผู้ใช้บริการจริงที่เคยทำกับแพทย์คนนั้นๆ ว่าได้ผลอย่างที่ต้องการหรือไม่ครับ

อ่านบทความเพิ่มเติม : ร้อยไหมหน้าเรียว ที่ไหนดี ? วิธีเลือกไหมต้องดูอย่างไร ? ร้อยไหมอย่างปลอดภัย เห็นผลไวและเป็นธรรมชาติ ?

ร้อยไหม ราคา

ร้อยไหม ราคา

ร้อยไหมก้างปลา PDO
(4-5 เดือน)

ร้อยไหม 6 เส้น ราคา 6,999.-

ร้อยไหม 10 เส้น ราคา 9,900.-

ร้อยไหม 12 เส้น ราคา 11,000.-

ร้อยไหมก้างปลา PCL (1 ปี)

ร้อยไหม 4 เส้น ราคา 9,900.-

ร้อยไหม 6 เส้น ราคา 13,000.-

ร้อยไหม 10 เส้น ราคา 19,999-

โปรโมชั่นแนะนำ

โปรโมชั่น ร้อยไหม

Q&A : คำถามร้อยไหมที่พบบ่อย

Q : ร้อยไหม อยู่ได้นานแค่ไหน ?

การร้อยไหมอยู่ได้นานแค่ไหนขึ้นอยู่กับชนิดไหมที่เลือกใช้ครับ ถ้าเป็นไหม PDO จะอยู่ได้ 4-5 เดือน ส่วนไหม PCL อยู่ได้ 1 ปีครับ หากอยากให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น สามารถร้อยไหมเข้าไปตามแนวเดิม จะทำให้ผิวจะยึดเกาะไหมได้ดีขึ้นและอยู่ได้นานขึ้นครับ

อ่านบทความเพิ่มเติม : หลังร้อยไหม กี่วันเห็นผล ? ผลลัพธ์หลังทำอยู่ได้นานกี่ปี ?

Q : การร้อยไหม เจ็บไหม ?

ร้อยไหม เจ็บไหม ก่อนทำการร้อยไหมทุกครั้ง แพทย์จะทำการทายาชาร่วมกับฉีดยาชา ขณะทำจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อย แต่ไม่ได้เจ็บมากจนทนไม่ไหวครับ

Q : ร้อยไหม ไหมขาดทำอย่างไร ?

ปัญหาหลังร้อยไหม หากคนไข้อ้าปากกว้างเกินไป หรือมีการแสดงสีหน้ามากจนดึงรั้งไหม ไหมที่ร้อยอาจขาดได้ครับ ดังนั้น หลังร้อยไหมในช่วงแรกไม่ควรอ้าปากกว้างๆ เช่น การอ้าปากทำฟันหรือแปรงฟันแรงๆ ในระยะ 1 เดือน ถ้ามีปัญหาไหมขาด ให้รีบกลับมาพบแพทย์ที่คลินิกครับ

Q : ร้อยไหม แล้วอ้าปากไม่ได้ เพราะอะไร ?

จริงๆ แล้วหลังร้อยไหม สามารถอ้าปากได้ครับ แต่ในช่วงแรกจะอ้าปากกว้างไม่ได้เท่าเดิม เกิดจากการดึงรั้งของเส้นไหม อาการนี้จะค่อยๆ ดีขึ้นและหายเป็นปกตใน 1-2 สัปดาห์

สรุป

ก่อนร้อยไหม ควรศึกษาข้อมูลและปรึกษากับแพทย์ที่มีประสบการณ์โดยตรง เพื่อประเมินความเหมาะสม และช่วยแนะนำว่าผิวหน้าของคนไข้ ควรที่จะการร้อยไหมลักษณะใด หรือจะทำการร้อยไหมควบคู่กับหัตถการอื่นๆ ด้วย เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ

อ้างอิง

  1. American academy of aesthetic medicine: hands-on Korean thread lifting master course. http://cbbmed.com/newsview.php?title=Different_PDO_Threads_in_Thread_Lifting&id=19

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้ง 16 สาขา หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

Banner_Web_หมอให้คำปรึกษา

สามารถ Comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ