HIFU (ไฮฟู่)

ปัจจุบันการทำ Hifu เป็นที่นิยมมากครับ ผู้คนให้ความสนใจมากขึ้น หากลองหาข้อมูลจะพบว่า การทำ Hifu มีคุณสมบัติเด่น คือช่วยยกกระชับใบหน้า ทำให้ผิวเต่งตึง และยังกระตุ้นการเกิดคอลลาเจน จึงช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวได้ด้วย

และยังพบอีกว่ามีราคาที่ต่างกันมากในแต่ละคลินิก ตั้งแต่หลักร้อย หลักพัน ไปจนถึงหลักหมื่น ทำไมแต่ละคลินิกราคาทำไฮฟูถึงต่างกัน? เครื่อง Hifu แต่ละคลินิกเหมือนกันหรือไม่? ต้องเลือกอย่างไร ถึงเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน ไม่เสี่ยง คุ้มค่าคุ้มราคามากที่สุด

บทความนี้หมอรวมรวมข้อมูลเกี่ยวกับการทำ Hifu ที่ควรรู้มาไว้ทั้งหมด สามารถศึกษาข้อมูลเหล่านี้ ก่อนตัดสินใจ เพื่อผลลัพธ์ที่สวยและปลอดภัยครับ

HIFU คืออะไร? ทำไมถึงได้รับความสนใจ

Hifu  ย่อมาจาก High Intensity Focus Ultrasound เป็นเครื่องมือยกกระชับผิว ใช้ได้บริเวณใบหน้า เหนียง คอ ต้นแขน และต้นขาช่วยคืนความสดใส เพิ่มความกระชับให้ผิวหน้าและสัดส่วนอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอีลาสติน ทำให้ผิวหน้ายืดหยุ่นมากขึ้น จึงช่วยลดริ้วรอย กระชับรูขุมขน ผิวเนียนนุ่มขึ้น หน้าเรียบเนียนใสอย่างเป็นธรรมชาติ

สาเหตุที่ไฮฟู เป็นหนึ่งในนวัตกรรมความงาม ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เพราะเป็นเครื่องมือที่ไม่ต้องฉีด ไม่ต้องผ่า สามารถใช้หน้าได้เลย หลังทำไม่ต้องพักฟื้น จึงเห็นดาราหลายๆ คนเลือกใช้ Hifu

การทำ Hifu Macrofocus

(ตัวอย่างเคสรีวิวที่ ร่องแก้มลึก จากการยุบตัวของกระดูกใต้ตา)

วิธีการทำงานของ Hifu Macrofocus

Hifu มีหลักการทำงานโดยปล่อยพลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง ส่งลงไปในชั้นผิวหนัง SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ทำให้ชั้นไขมัน และชั้น SMAS เกิดการหดตัว เสมือนเป็นการดึงหน้า 

จึงช่วยให้ผิวดูยกกระชับ แก้ปัญหาแก้มย้อย แก้มห้อย เหนียง คอ และช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์มากขึ้น มีความปลอดภัยสูง สามารถใช้ลดริ้วรอยบริเวณรอบดวงตาได้เป็นอย่างดี

จุดเด่นของการใช้เครื่อง Hifu คือ ก่อนทำไม่ต้องเตรียมตัวมากนัก สำหรับคนที่ต้องการแก้ไขปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย หลังทำจะเห็นผลทันทีประมาณ 20% โดยจะรู้สึกหน้ายกกระชับขึ้น หลังจากนั้น 3 – 4 เดือน จะเห็นผลชัดเจนเต็มที่ ยิ่งทำยิ่งได้ผลลัพธ์ดีขึ้นครับ

(Hifu คืออะไร? ทำไม? Hifu Ultraformer III ยิ่งทำต่อเนื่องยิ่งได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น)

HIFU เหมาะกับใครบ้าง?

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวใบหน้าหย่อนคล้อย
  • ผิวไม่กระชับ มีริ้วรอย เช่น ร่องใต้ตา ร่องแก้ม
  • ผู้ที่ต้องการกรอบหน้าชัด ลดเหนียง
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวสวย โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด
  • ผู้ที่ต้องการคงความอ่อนเยาว์ ให้กับใบหน้า

Hifu สามารถทำได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง เหมาะสำหรับคนที่กลัวเข็ม กลัวการผ่าตัด จึงเป็นตัวเลือกที่ดี มีความปลอดภัยสูง

การดูแลหลังทำ Hifu ก็ไม่ยุ่งยากครับ ที่สำคัญผลลัพธ์จากการทำให้ Hifu ช่วยให้ใบหน้าค่อยๆ ดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ลดปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ รูขุมขนกว้างในเวลาเดียวกันได้ด้วย

HIFU ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?

Hifu สามารถช่วยยกกระชับและลดริ้วรอยได้ทั้ง ใบหน้า เหนียง ลำคอ รวมถึงรูปร่างครับ 

  • สามารถแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยของผิว 
  • แก้ไขปัญหาริ้วรอยบนผิวหน้า และรอบดวงตา 
  • แก้ปัญหาหนังตาตก ทำให้คิ้วยกขึ้น ดวงตาโต 
  • ช่วยลดปัญหาชั้นไขมันใต้คาง ลดเหนียง ลดคาง 2 ชั้น 
  • ช่วยยกกระชับผิว โดยทำได้ทั้งบริเวณเอว, หน้าท้อง, สะโพก, ต้นแขน, ต้นขา ท้องแขน รวมถึงบริเวณที่ยากจะเข้าถึง Hifu จึงเหมาะกับทุกคนที่มีปัญหาเรื่องรูปร่าง 

HIFU / ULTHERA / THERMAGE ต่างกันยังไง ?

Hifu Macrofocus, Ulthera, Thermage ล้วนเป็นการใช้พลังงานส่งในไปใต้ผิวเพื่อให้เกิดความร้อน 45-70°C ในช่วงระยะเวลาหนึ่งทั้งหมด โดยแตกต่างกันที่ขนาดของจุดที่ focus ครับ

Hifu ธรรมดา จะ focus จุดขนาดเล็ก 0.3-0.5 mm สาเหตุที่ Hifu ธรรมดาไม่สามารถทำก้อนพลังงานขนาดใหญ่ได้เพราะ ประสิทธิภาพของเครื่องต่ำ เมื่อทำ focusใหญ่ การส่งค่าพลังงานจะไม่คงที่และมีความเสี่ยงที่จะทำให้ผิวไหม้ได้

เปรียบเทียบhifu-Ulthera-Thermage

Hifu macrofocus เป็นจุดไข่ปลาเล็กๆ ขนาด 0.5-1 mm พลังงานคงที่ เด่นในเรื่องยกกระชับ เจ็บพอดีๆ ราคาคุ้มค่า

Ulthera

Ulthera focus เป็นจุดขนาด 1 mm และมีหน้าจอในการดูระดับความลึกของจุดที่ยิงลงไป ขณะทำเจ็บกว่า Hifu ถ้าทนไหวจะอยู่ได้ 1 ปี ถ้าเจ็บหมอก็จะปรับพลังงานลง ผลที่ได้ไม่ต่างจาก Hifu macrofocus มากครับ แต่ราคาสูงกว่า

Thermage จะยิงความร้อนเป็นก้อนขนาดใหญ่ 3-4 cm2 ลงใต้ผิว ทำให้เกิดการหดตัวในทุกทิศทาง  พลังงานจะครอบคลุมพื้นที่ได้ดีกว่าแบบจุด ค่อนข้างเจ็บมาก ครอบคลุมทุกอณู แต่ไร้ทิศทาง เด่นในเรื่องของการลดเนื้อไขมันและเพิ่ม skin quality ริ้วรอย รูขุมขน มากกว่าการยกกระชับ

เปรียบเทียบ การยกกระชับผิวด้วย HIFU / ร้อยไหม / เมโสแฟต อะไรดีกว่ากัน?

ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย แก้มย้อย แก้มห้อย แต่ละคนจะมีวิธีการแก้ไขแตกต่างกันในแต่ละปัญหาครับ หากถามว่าหัตถการไหนดีกว่ากัน ต้องให้แพทย์ที่มีประสบการณ์ในการปรับรูปหน้าประเมินปัญหา และแนะนำหัตถการที่เหมาะสมให้ เช่น   

  • Hifu เป็นเทคโนโลยีการยกกระชับที่ถูกออกแบบมาให้สามารถกระตุ้น Collagen ได้ในทุกชั้นของผิว สามารถแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยของผิวได้โดยตรง และป้องกันความหย่อนคล้อยของผิวในอนาคตได้ด้วย เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยน้อยๆ ร่องใต้ตา ร่องแก้มไม่ลึกมาก และไม่ต้องการฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อก 
  • ร้อยไหม เป็นการใช้เข็มนำเส้นไหมละลายที่มีเงี่ยงสอดลงในชั้นผิวหนัง โดยจะมีจุดที่ดึงบริเวณแก้มส่วนล่างและจุดที่ยึดอยู่บริเวณขมับดึงเข้าหากันจึงสามารถดึงแก้มที่หย่อนขึ้นได้ สามารถแก้ปัญหาแก้มย้อย แก้มห้อยได้ทันที เหมาะสำหรับคนที่แก้มหย่อนมากๆ
  • ฉีดเมโสแฟต (Meso Fat) เป็นการฉีดตัวยาที่ช่วยสลายไขมันลงในชั้นไขมัน สามารถฉีดลดแก้ม ลดเหนียง แก้ปัญหา แก้มย้อย แก้มห้อย ที่มีสาเหตุจากไขมันได้ เหมาะสำหรับคนที่มีแก้มหรือเหนียงมากหรือต้องการลดสัดส่วนไขมันในบางจุด

ในกรณีที่ต้องการยกหน้า ให้เต่งตึง ลดริ้วรอย เพื่อให้ดูอ่อนกว่าวัย ยังมีหัตถการอื่นๆ เช่น การฉีดฟิลเลอร์ และการฉีดโบท็อกปรับรูปหน้า ซึ่งใครเหมาะกับหัตถการใด แพทย์จะช่วยประเมินว่าในบริเวณที่ต้องการแก้ไข วิธีใดเหมาะสม หรือแนะนำให้ ทำคู่กัน 2 หรือ 3 หัตถการ เพื่อให้ได้ผลไวขึ้นได้ครับ

การเตรียมตัวยกกระชับผิวหน้าด้วย HIFU 

เมื่อศึกษาข้อมูลแล้ว การเตรียมตัวทำ Hifu  ไม่ยุ่งยากครับ 

  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอ
  • งดสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์
  • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพราะจะช่วยในการสร้างคอลลาเจนให้กับเซลล์ใหม่ให้เป็นไปได้ด้วยดียิ่งขึ้น
  • ก่อนทำควรงดแต่งหน้า ทารองพื้น ทาแป้ง หรือครีมบำรุงผิวหน้าอื่น ๆ 

หากใครนัดคิวทำ Hifu ในวันที่ต้องทำงาน หรือเลิกงานมาทำ ก่อนเริ่มทำ Hifu จะมีการทำความสะอาดผิวหน้า เพื่อขจัดคราบเครื่องสำอางที่ตกค้างให้ครับ 

สำหรับผู้ที่มีประวัติติดเชื้อโรคเริม หรือมีปัญหาติดเชื้อที่ผิวหนัง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนการทำ

ปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย ไม่กระชับ มีริ้วรอย เกิดจากอะไร ?

สำหรับคนที่มีปัญหา ใบหน้าหย่อนคล้อย มีริ้วรอย และผิวขาดความชุ่มชื้น สาเหตุหลักจะมาจากอายุที่มากขึ้นครับ เพราะเมื่ออายุเกิน 20 ปี ใบหน้าทุกคนจะเริ่มหย่อนลง ตามแรงโน้มถ่วงของโลก ผิวไม่เต่งตึงกระชับเหมือนเก่า

ผิวหย่อนคล้อยเมื่ออายุมากขึ้น

ในส่วนของชั้นหนังแท้ ที่ปกติจะมีคอลลาเจนเป็นโครงสร้างสำคัญ ก็จะมีจำนวนคอลลาเจนลดลงและสูญเสียความยืดหยุ่นไป ทำให้ใบหน้าดูแก่ ดูเหี่ยวย่นครับ จึงเหมาะกับการทำ Hifu เนื่องจากไฮฟูสามารถช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ในทุกชั้นผิว

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยภายนอกเป็นตัวกระตุ้นอีก เช่น แสงแดด ความเครียด และการสูบบุหรี่ 

ซึ่งการแก้ไขปัญหาริ้วรอยและความหย่อยคล้อยบนใบหน้า ในอดีตทำได้ด้วยการผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า แต่ในปัจจุบันมี สามารถใช้เทคโนโลยีช่วยยกกระชับและแก้ไขริ้วรอย อย่างการทำ Hifu แก้ไขได้ โดยไม่ต้องผ่าตัดดึงหน้าให้เจ็บตัวครับ

ขั้นตอนการทำ HIFU

ก่อนทำ Hifu จะมีการทายาชาให้ครับ ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ช่วยให้ขณะทำลดความเจ็บลงครับ คนไข้จะรู้สึกอุ่นๆ ปวดๆ ใต้ผิวบริเวณที่ทำ นั้นแสดงถึงการยิงคลื่นเสียงเข้าถึงชั้นเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ (SMAS) เพื่อความยกกระชับผิว ใช้ระยะเวลาในการทำ 30 -50 นาที

(ขณะทำจะทาเจลเย็นเพื่อปกป้องผิว แพทย์สามารถปรับลด หรือเพิ่มพลังงานในระดับที่คนไข้ทนไหว)

HIFU เห็นผลทันที จริงไหม ?

Hifu ถือเป็นตัวเลือกที่ง่ายในการยกกระชับผิว เห็นผลลัพธ์หลังทำทันทีตั้งแต่ครั้งแรกครับ โดยจะเริ่มเห็นผลทันทีหลังจากการทำ 20% ว่าผิวยกกระชับขึ้น หลังจากนั้นภายใน 1-2 เดือนครับเห็นและเห็นผลเต็มที่ตอน 3-4 เดือน และหากต้องการให้ผิวกระชับขึ้นอีก ก็สามารถทำ  Hifu เพิ่มได้ทุกๆ 3 เดือน

HIFU รีวิว

(รีวิวการทำ Hifu ยกกระชับต้นแขน เปรียบเทียบก่อนทำ/หลังทำ)

(รีวิว Hifu กับนิโคลเทริโอ ทำไม? จึงไว้ใจ V Square Clinic )

(ทำ Hifu ที่ไหนดี ? ลดริ้วรอยเห็นผลและปลอดภัย คลินิกเสริมความงาม ที่คุณฟลุค ไว้วางใจ)

(รีวิว hifu ย้อนวัยให้หล่อ ดูดี มีเสน่ห์แบบพี่ชาคริต)

ตัวอย่างผลลัพธ์หลังทำ Hifu Macrofocus

เครื่อง HIFU มีกี่แบบ ?

เครื่อง Hifu พบที่ได้ในคลินิกเสริมความงามทั่วไป มีหลายยี่ห้อครับ ซึ่ง Hifu ราคาถูก มักจะผลิตจากประเทศจีน หน้าตาจะคล้ายๆ เครื่อง Ulthera ซึ่งหลังใช้มีโอกาสเสี่ยงหน้าเบิร์น หน้าไหม้ เป็นแผลในปากได้ครับ เพราะพลังงานของเครื่องไม่เสถียร 

ส่วน Hifu ที่ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัย เป็นที่นิยมและแพทย์ยอมรับ ก็มีหลายเกรดครับ โดยยี่ห้อที่ดีที่สุดคือ Ultraformer III ครับ รองลงมาคือ exilis, smazlift เป็นต้น ทำให้ราคาค่าใช้จ่ายในแต่ละคลินิกมีราคาที่ต่างกัน 

Ulthera

Ulthera เป็นเครื่อง Original ซึ่งพลังงานจะสูงกว่า Hifu Macrofocus 2 เท่าครับ ทำให้อยู่ได้นานกว่า 2 เท่าครับ ขณะทำจะรู้สึกเจ็บกว่า Hifu และมีราคาแพงกว่า

จุดเด่นของเครื่อง Ulthera คือ จะมีหน้าจอเพื่อระบุความลึกของการยิง เพื่อให้ยิงพลังงานลงในชั้น SMAS ได้แม่นยำมากขึ้น เป็นเครื่องมือแพทย์ที่ได้รับการยอมรับว่าไม่ก่อให้ผลกระทบกับผิวบริเวณข้างเคียง จึงทำให้มีความปลอดภัยสูง และได้ผลเป็นที่น่าพอใจ

อ่านบทความเพิ่มเติม : ทำ Ulthera ที่ไหนดี? มีวิธีเลือกอย่างไรให้เห็นผลลัพธ์คุ้มค่ามากที่สุด และปลอดภัย

Ultraformer III

Ultraformer III เป็น Hifu ที่ดีที่สุดรองจาก Ulthera เนื่องจากพลังงานเป็น Macrofocus และมีรอบพลังงานไวที่สุดจึงเจ็บน้อยลง สามารถใช้พลังงานได้สูงเต็มที่ และระหว่างที่ยิงพลังงานจะคงที่ ผ่านการรับรองมาตรฐานจากยุโรป

Ultraformer III

(Hifu จะยิงความร้อน focus เป็นจุดไข่ปลาเล็กๆเรียงกันเป็นเส้นตรงใต้ผิว)

Hifu Ultraformer III เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอย มีร่องใต้ตา ร่องแก้ม และไม่ต้องการฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อก ราคายังไม่แพงมาก ทำได้บ่อยครั้ง

และหลังการทำ Hifu ยังสามารถทำการรักษาอย่างอื่นอีกได้ ผู้ที่ทำ Hifu Ultraformer III จะรู้สึกอุ่นๆ ปวดๆ บริเวณผิวขณะทำ ผิวจะไม่แสบร้อน โดยที่ V Square Clinic จะใช้เครื่องยี่ห้อนี้เป็นหลักครับ

สำหรับคนที่สนใจทำ Hifu จำเป็นต้องรู้ข้อมูลว่าคลินิกนั้นๆ ใช้เครื่อง Hifu ยี่ห้ออะไร? คุณภาพดีไหม? เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และให้ได้ผลคุ้มค่า ตามราคาที่จ่ายอย่างไม่ผิดหวังครับ

HIFU ราคา เท่าไร ?

Hifu ราคา Hifu ราคา ไม่แพงมากเมื่อเทียบกับหัตถการอื่นๆ ที่ใช้คลื่นเหมือนกัน การทำไฮฟู่ (Hifu) เป็นการยกกระชับหน้าที่ไม่ต้องใช้เข็ม ไม่ต้องผ่าตัด  ถือเป็นตัวเลือกที่ง่ายในการยกกระชับ

โปรโมชั่นแนะนำ

โปรโมชั่นทำ Hifu

HIFU เจ็บไหม ?

การทำ Hifu ขณะทำจะรู้สึกเจ็บครับ (No pain no gain) แต่อยู่ในระดับที่ทนได้  “Hifu ยิ่งเจ็บ ยิ่งสวย ถ้าไม่เจ็บคือไม่ได้ผลครับ” 

ในกรณีที่เห็นโฆษณาหลายๆที่ว่า การทำ Hifu/Ulthera เห็นผลทันทีและไม่เจ็บ ไม่เป็นความจริงเลย การทำ Hifu ที่ได้ประสิทธิภาพนั้น ขณะทำต้องมีความรู้สึกปวดๆ ตึงๆ บริเวณใต้ชั้นผิว เพื่อความยกกระชับ และสร้างคอลลาเจนหรือสร้างเนื้อเยื่อใหม่ แต่ก่อนทำจะมีการทายาชาให้ทุกครั้งครับ 

(ก่อนทำ hifuจะมีการทำความสะอาดผิวหน้า และการแปะยาชาก่อนทำ เพื่อลดความเจ็บลง )

HIFU อยู่ได้กี่เดือน ?

การทำ Hifu จะเห็นผลเต็มที่ในระยะ 2-3 เดือน โดยทั่วไปจะอยู่ได้ 6 เดือน และสามารถมีระยะเวลาถึง 1 ปี ถ้าใช้ค่าพลังงานที่สูง ขึ้นอยู่กับคนไข้สามารถทนเจ็บได้หรือไม่ครับ

ทํา HIFU หน้าบวมกี่วัน ?

หลังทำ Hifu จะมีอาการบวมเล็กน้อยครับแต่จะสามารถหายไปได้เอง ถ้าใช้เครื่องเกรดดีพลังงานสูงและยิงเน้นบริเวณแก้มส่วนล่าง จะบวม 1-2 สัปดาห์เป็นปกติครับ

กี่ชอตเห็นผล ?

การทำ Hifu กี่ช็อต (line) ถึงจะเห็นผล ขึ้นอยู่กับปัญหาของคนไข้ครับ และบริเวณที่จะทำ Hifu ครับ ต้องปรึกษากับแพทย์ให้ช่วยประเมินก่อนทำ ไม่ว่าจะเป็นปริมาณไขมัน ความหย่อนคล้อยและสภาพผิว เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาอย่างตรงจุดครับ

อ่านบทความเพิ่มเติม : ทำ Hifu ดีไหม? หน้าเรียว ผิวกระชับ ต้องทำกี่ครั้ง ผลลัพธ์หลังทำเป็นอย่างไร?

HIFU มีข้อดี ข้อควรระวังอย่างไร?

  • ข้อดี Hifu คือ เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยน้อยๆ สามารถทำได้บ่อยครั้ง หลังการทำ Hifu สามารถทำการรักษาอย่างอื่นอีกได้ ผู้ที่เข้ารับการทำจะมีสภาพผิวดีขึ้น ลดปัญหาผิวเหี่ยวย่นและหย่อนคล้อย เนื่องจากคอลลาเจนที่สร้างใหม่ มีความยืดหยุ่นและเพิ่มจำนวนมากขึ้น
  • ข้อควรระวัง  Hifu คือ บางรายอาจมีผลข้างเคียงทั่วไป เช่น ผิวหนังมีผื่นแดง มีรอยบวมแดงบ้าง แต่จะหายไปได้เองภายใน 1-2 ชั่วโมง หรือมีอาการเมื่อยหรือตึงที่หน้า สามารถรับประทานยาแก้ปวด เพื่อบรรเทาได้

นอกจากนี้ Hifu ก็ยังมีข้อจำกัดในบุคคลบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่ประสบปัญหาสุขภาพ หรือมีปัญหาด้านผิวหนัง มีแผลเป็นคีลอยด์ มีบาดแผลเปิด สิวซีสต์ หรือมีการฝังโลหะใต้ผิวหนัง ในบริเวณที่ต้องการรักษา สตรีมีครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อนครับ

ดูแลตัวเองอย่างไรหลังการทำ HIFU?

หลังการทำ Hifu เพื่อยกกระชับผิว สามารถกลับไปทำกิจกรรมอื่นๆ ตามปกติได้ทันที  และควรระมัดระวัง ไม่ควรนวด หรือถูใบหน้าแรงๆ

คนไข้ที่ทำ Hifu ควรดูแลบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาผิวที่กระชับให้คงอยู่ยาวนาน และหมั่นทาครีมกันแดดเป็นประจำ

พยายามหลีกเลี่ยงแสงแดด รวมถึงไม่ควรสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำลายการสร้างคอลลาเจนที่ชั้นใต้ผิวหนัง รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัย เช่น ความเครียด การพักผ่อนน้อยครับ

หลังทำ Hifu

สรุป ไฮฟู่ ดีไหม? 

สำหรับคนที่ยังลังเลอยู่ว่า ทำ hifu ดีจริงไหม? ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยครับ แนะนำว่าควรตรวจเช็คข้อมูลเหล่านี้ก่อนทำ

  • คุณภาพเครื่องที่ใช้ มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน
  • จำนวนชอต (line) ที่ยิง
  • ปรึกษาปัญหากับแพทย์ก่อนทำ 
  • แพทย์ที่ทำหัตถการ มีประสบการณ์หรือไม่ 

เพื่อผลลัพธ์ที่พึงพอใจ ควรทำกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้เครื่อง Hifu ที่มีคุณภาพและเป็นของแท้ รวมถึงควรทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ สามารถประเมิน และวางแผนการแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดครับ

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้ง 14 สาขา หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

Banner_Web_หมอให้คำปรึกษา

สามารถ Comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ