ปัญหาใต้ตา เมื่ออายุมากขึ้นก็หลีกเลี่ยงได้ยาก ทั้งขอบตาดำ ถุงใต้ตาดำคล้ำ ริ้วรอยใต้ตา เบ้าตาลึก เป็นร่อง ซึ่งวิธีที่สามารถแก้ไขได้ตรงจุด เห็นผลไว และได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน คือ การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ให้ใบหน้าดูเด็ก อ่อนกว่าวัย ครับ

รีวิว ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แก้ไขปัญหาถุงใต้ตา

รีวิวฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา 3 cc

ก่อนทำ ในเคสนี้คนไข้มีปัญหาถุงใต้ตา และความหย่อนคล้อยใต้ตา ทำให้ใบหน้าดูมีอายุ
หลังทำทันที ถุงใต้ตาหายไป ผิวใต้ตาเรียบเสมอกัน ใบหน้าเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติและสดใสขึ้น

รีวิวฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา3 cc

ฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยลดริ้วรอย ร่องใต้ตา หลังฉีดผิวใต้ตาเต็มขึ้น เรียบเนียนและกระจ่างใส ทำให้ใบหน้าโดยรวมอ่อนกว่าวัย ดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ จึงเป็นเหตุผลที่ตำแหน่งใต้ตาคือจุดแรกที่หมอหลายๆ คนแนะนำให้แก้ไขครับ

“การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา จะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงชัดเจน ช่วยให้หน้าดูเด็กลงได้ โดยใช้ฟิลเลอร์เพียง 2 – 4 cc เท่านั้น”

สำหรับคนที่จะฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาครั้งแรก แต่กลัวฉีดแล้วเป็นก้อน ไม่สวย ในบทความนี้หมอได้รวมเรื่องที่ควรรู้ก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เลือกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอย่างไรให้ปลอดภัย ใช้กี่ CC ดี ราคาประมาณเท่าไหร่ สามารถเลือกอ่านได้ตามหัวข้อด้านล่างครับ

สารบัญฟิลเลอร์ใต้ตา

  1. ฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร?
  2. ปัญหาใต้ตามีสาเหตุจากอะไร?
  3. แก้ไขปัญหาถุงใต้ตาคล้ำ ร่องใต้ตาลึก เลือกวิธีไหนดี?
  4. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?
    1. ฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยแก้ร่องน้ำตา เบ้าตาลึก ตาโหล
    2. ฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยลดขอบตาดำ ใต้ตาคล้ำ
    3. ฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยลดริ้วรอยใต้ตา ร่องใต้ตา
    4. ฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยลดลดถุงใต้ตา ไขมันใต้ตา
  5. เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
  6. ลักษณะใต้ตาที่สวยงาม และเหมาะกับใบหน้า
  7. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี รุ่นไหนดีที่สุด ?
  8. ฟิลเลอร์ใต้ตา ราคาเท่าไหร่ ?
  9. ฟิลเลอร์ใต้ตา ใช้กี่ CC ถึงจะเห็นผล?
  10. ฉีดฟิลเลอร์ cc ยิ่งเยอะ ยิ่งดีจริงไหม ?
  11. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อยู่ได้กี่เดือน ?
  1. การปฏิบัติตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
  2. ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
  3. การปฏิบัติตัวหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
  4. ฟิลเลอร์ใต้ตากับโบท็อก ต่างกันอย่างไร?
  5. หลังฉีดเติมเต็มใต้ตา ใต้ตาเต็มแค่ไหน?
  6. รีวิวฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ก่อน หลังฉีด filler ใต้ตา
  7. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ไหนดี ?
  8. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อันตรายไหม ?
    1. ฟิลเลอร์ใต้ตา ทำให้ตาบอดจริงหรือ ?
    2. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เจ็บไหม ?
    3. ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น จากการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
    4. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา กี่วันเห็นผล ?
    5. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อน เกิดจากอะไร แก้ไขอย่างไร ?
    6. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา บวมกี่วัน ?
    7. ถ้าฟิลเลอร์สลายหมด ใต้ตาจะกลับมาคล้ำ มีริ้วรอยเหมือนเดิมไหม?

1. ฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร?

ฟิลเลอร์ใต้ตา คือ การฉีดสารเติมเต็มไฮยาลูรอนิค แอซิด (HyaluronElastinic Acid) เข้าไปในบริเวณใต้ตาที่มีปัญหา ซึ่งสารเติมเต็มประเภทนี้ ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อทดแทนคอลลาเจนที่สูญเสียไปเมื่อมีอายุมากขึ้น หลังฉีดริ้วรอยใต้ตาจะตื้นขึ้น รอยคล้ำใต้ตาและริ้วรอยใต้ตาดูจางลง ส่งผลให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย เห็นผลทันที โดยไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรม ไม่ต้องพักฟื้น และไม่เสี่ยงเป็นรอยแผลเป็นจากการผ่าตัดครับ

2.ปัญหาใต้ตา มีสาเหตุมาจากอะไร?

ก่อนอื่นต้องทราบว่าปัญหาใต้ตา เกิดจากสาเหตุอะไร มีลักษณะแบบไหน เพื่อใช้ฟิลเลอร์ใต้ตาฉีดแก้ไขให้ตรงจุด และเห็นผลชัดเจน

  1. พฤติกรรม ที่ก่อให้เกิดรอยคล้ำใต้ตา เช่น การขยี้ตา , พักผ่อนน้อย , ความเครียด
  2. โรคภูมิแพ้ ทำให้เกิดขอบตาดำ เนื่องจากระบบการไหลเวียนเลือดติดขัด จนทำให้เส้นเลือดบริเวณผิวหนังใต้ตาขยายตัว
  3. พันธุกรรม หรือการเจริญเติบโตของกระดูกช่วงเบ้าตาและใต้ตาไม่ดี ทำให้เกิดถุงใต้ตา ร่องใต้ตา
  4. ชั้นไขมันใต้ตาเกิดการยุบตัว หรือฝ่อบางลง เนื่องจากอายุที่มากขึ้น จนเกิดเป็นเบ้าใต้ตาหรือใต้ตาลึก

ในการแก้ปัญหาใต้ตา หมอจะประเมินและแนะนำวิธีการรักษา ที่เหมาะสมกับปัญหา สภาพผิว ความต้องการของคนไข้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและเป็นธรรมชาติที่สุดครับ

3. แก้ไขปัญหาถุงใต้ตาคล้ำ ร่องใต้ตาลึก เลือกวิธีไหนดี?

เนื่องจากปัญหาใต้ตาสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากทั้งพฤติกรรมการใช้ชีวิต อายุที่มากขึ้น รวมไปถึงโรคภูมิแพ้และกรรมพันธุ์ แต่ละสาเหตุก็จะเหมาะกับวิธีแก้ไขที่ต่างกันไปครับ มีทั้งวิธีรักษาทั่วไป และวิธีทางการแพทย์ ได้แก่

  1. ฉีดฟิลเลอร์ คือการฉีดสารเติมเต็ม HA ที่มีลักษณะเป็นเนื้อเจล เข้าไปในบริเวณใต้ตาที่มีปัญหา ช่วยให้ใต้ตาดูตื้นขึ้น ถุงใต้ตา ริ้วรอยใต้ตาดูจางลง ใต้ตากลับมาสดใส ดูเรียบเนียนขึ้นทันทีหลังฉีด เป็นวิธีที่แพทย์ส่วนใหญ่แนะนำครับ
  2. ฉีดเมโสใต้ตา เป็นการรักษาใต้ตาด้วยการฉีดสารสกัดจากธรรมชาติ ปัจจุบันเมโสมีหลายยี่ห้อครับ เช่น Filorga,ไซโตแคร์ การฉีดเมโสช่วยลดใต้ตาคล้ำให้จางลง มีจุดเด่นในการบำรุงผิวมากกว่าแก้ปัญหาริ้วรอยหรือร่องลึกใต้ตา ดังนั้นจำเป็นต้องฉีดอย่างต่อเนื่องครับ ไม่สามารถเห็นผลได้ทันที
  3. การฉีดไขมัน การฉีดไขมันใต้ตา สามารถช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดการแพ้ได้ เพราะใช้ไขมันของตัวเอง แต่มีขั้นตอนการทำที่ค่อนข้างยุ่งยาก มีแผลในตำแหน่งที่มีการดูดไขมันมาเพื่อฉีด และอาจทำให้เกิดปัญหาผิวไม่เรียบเสมอกันได้
  4. การผ่าตัดใต้ตา เป็นการตัดถุงใต้ตาเพื่อเอาไขมันส่วนเกินออก ทำให้บริเวณใต้ตาดูเรียบเนียนขึ้น ถุงใต้ตาลดลง แต่วิธีนี้จะมีความเสี่ยงในเรื่องการบวมช้ำ อักเสบหรือติดเชื้อ และต้องใช้เวลาในการพักฟื้นนาน
  5. คลื่นวิทยุและคลื่นเสียง เช่นเครื่อง Thermage และ เครื่อง Hifu Ultrafomer III เป็นการยกกระชับผิว ที่เหมาะกับคนกลัวเข็มและมีริ้วรอยไม่ลึก ช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา ถุงใต้ตา ผิวหย่อนคล้อยได้ ยิ่งทำยิ่งเห็นผลดี ชัดเจนมากขึ้นครับ
  6. เลเซอร์ใต้ตา จะเป็นการยิงเลเซอร์เพื่อทำลายเม็ดสีใต้ตา ให้กลับมาสว่างขึ้น แต่มีข้อเสียคือ อาจมีการเจ็บปวดระหว่างทำ หรือเกิดแผลติดเชื้อได้ และไม่สามารถแก้ปัญหาใต้ตาคล้ำจากสาเหตุกระดูกใต้ตายุบตัวได้
  7. ครีมบำรุงใต้ตา การทาครีมบำรุงคือตัวเลือกแรกๆ ที่หลายคนนึกถึงครับ เพราะเป็นวิธีที่สะดวก สามารถหาซื้อได้ง่าย แต่ข้อเสียคือต้องใช้ระยะเวลานาน ไม่เห็นผลทันที และอาจไม่ได้ผลที่ชัดเจน

ในการแก้ไขปัญหาริ้วรอยใต้ตา ใต้ตาคล้ำ ร่องลึกใต้ตา การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะเป็นวิธีที่หมอแนะนำมากที่สุดครับ เพราะเห็นผลไวกว่าเมื่อเทียบกับการรักษาด้วยวิธีอื่น หลังฉีดเห็นผลทันที ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น และมีความเสี่ยงน้อยกว่าการฉีดไขมันใต้ตา หรือการผ่าตัด

4.ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

ฟิลเลอร์ใต้ตา สามารถแก้ปัญหาใต้ตาได้เกือบทั้งหมดครับ อีกทั้งยังมีความปลอดภัย จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเวลามีคนไข้มาปรึกษาหมอเกี่ยวกับปัญหาใต้ตา หมอจะแนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์แทนหัตถการอื่น

ฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยแก้ร่องน้ำตา เบ้าตาลึก ตาโหล

สาเหตุปัญหาเบ้าตาลึก

ปัญหาเบ้าตาลึกส่วนใหญ่เกิดจากชั้นไขมันใต้ตาหรือกระดูกเบ้าตาเกิดการยุบตัวลง เนื่องจากอายุที่มากขึ้นครับ เมื่ออายุ 25 ปีขึ้นไป ชั้นไขมันหรือคอลลาเจนในชั้นผิวจะเริ่มเสื่อมลงอย่างเลี่ยงไม่ได้

นอกจากนี้เส้นเอ็นรอบดวงตา (Retaining ligament ) ที่มีหน้าที่ยึดผิวให้กระชับ เต่งตึงก็จะหย่อนลง
วิธีแก้คือใช้ฟิลเลอร์ ฉีดเข้าไปในบริเวณที่มีร่องลึกด้วยเทคนิคพยุงชั้นกระดูกใต้ตา ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวรอบดวงตาดูตื้นขึ้นครับ ไม่เพียงส่งผลให้ผิวใต้ตาดูตื้นขึ้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนกว่าวัยอีกด้วย

ฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยลดขอบตาดำ ใต้ตาคล้ำ

สาเหตุปัญหาขอบตาดำ

ปัญหาใต้ตาคล้ำเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุครับ เช่น ความผิดปกติของเม็ดสีบริเวณใต้ตา,โรคภูมิแพ้,การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ รวมไปถึงภาวะ aging process หรืออายุมากขึ้น จากสาเหตุใต้ตาคล้ำ

หมอจะเป็นคนประเมินว่าควรรักษาด้วยวิธีแบบไหนจึงจะเหมาะสม อย่างถ้าคล้ำจากเม็ดสีใต้ตาก็จะรักษาด้วยการฉีดเมโสใต้ตาเช่น ไซโตแคร์, Filorga หรือใช้เลเซอร์รักษาเม็ดสีครับ

แต่ถ้าหากคล้ำจากใต้ตาลึก ก็จะรักษาด้วยการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาครับ เพราะเป็นการแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากกว่าวิธีอื่น ฟิลเลอร์จะช่วยเติมเต็มใต้ตาให้ดูตื้นขึ้น ใต้ตาดูแน่น ฟู กระชับ เมื่อใต้ตากระชับ ผิวใต้ตาก็จะดูสว่างขึ้นครับ

ฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยลดริ้วรอยใต้ตา ร่องใต้ตา

สาเหตุปัญหาริ้วรอยใต้ตา

ไม่เพียงแต่โบท็อกเท่านั้นที่ช่วยลดริ้วรอยใต้ตาได้ แต่การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาก็สามารถช่วยลดริ้วรอยใต้ตา ร่องใต้ตาได้เช่นกันครับ

ริ้วรอยใต้ตาส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากผิวบริเวณใต้ตาขาดน้ำ ขาดความชุ่มชื้น เนื่องจากคอลลาเจนและไฮยาลูโรนิค เอซิดลดลง ทำให้ผิวเริ่มสูญเสียความแข็งแรง ไม่กระชับและยืดหยุ่น สังเกตได้จากเวลาเรายิ้ม หรือแสดงสีหน้า บริเวณใต้ตาจะเหี่ยวย่นจนเกิดเป็นริ้วรอยครับ

ดังนั้น การฉีดฟิลเลอร์หรือกรดไฮยาลูรอนจึงมีความสัมพันธ์อย่างยิ่ง ต่อริ้วรอยที่เกิดขึ้นบนผิวหนังเพราะฟิลเลอร์จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น รักษาความชุ่มชื้นให้บริเวณใต้ตา เมื่อใต้ตาดูเต็ม ริ้วรอยใต้ตาก็จะจางลงครับ

ฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยลดลดถุงใต้ตา ไขมันใต้ตา

สาเหตุปัญหาถุงใต้ตา

บางคนจะสับสนว่าถุงใต้ตากับดอลลี่อายคืออย่างเดียวกัน แต่ความจริงมันคือคนละอย่างกันครับดอลลี่อาย เป็นมัดกล้ามเนื้อบริเวณขอบตาล่าง จะสังเกตได้ชัดขึ้นเวลายิ้มหรือหัวเราะ การมีดอลลี่อายจะทำให้ใบหน้าดูเด็กลง คนจึงนิยมฉีดดอลลี่อายกันมากขึ้นครับ

แต่ถุงใต้ตา คือ Inferior orbital fat หรือที่เรียกว่าไขมันในโพรงตา ที่เกิดจาก Orbital septum เกิดการหย่อนตัวจากอายุที่มากขึ้น ทำให้ไขมันชั้นตื้น (Superficial fat) บางลง และหย่อนคล้อยลงตามแรงโน้มถ่วง จนทำให้ใต้ตาดูลึก และเห็นโหนกชัดขึ้น

นอกจากนี้กล้ามเนื้อบริเวณใต้ตาที่เป็นเหมือนกำแพงสร้างความแข็งแรงก็จะฝ่อลง และไขมันชั้นลึก (Deep fat) ก็จะมีปริมาณที่ลดลงเช่นเดียวกันเมื่อทุกอย่างมีปริมาณลดลง อวัยวะสำคัญอย่างกระดูกก็จะเกิดการทรุดตัวได้ง่าย เพราะไม่มีอะไรมาเกาะ หรือยึดเหนี่ยวไว้ จนส่งผลให้เบ้าตาลึก ตาโหล

ทั้งหมดที่หมอกล่าวมานี้ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้ไขมันในโพรงตา (orbital fat) ห้อย ย้อยลงมา จนเกิดเป็นถุงใต้ตาในที่สุดครับ

แล้วการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยลดถุงใต้ตาได้อย่างไร? อย่างที่หมอได้อธิบายไปข้างต้นครับว่าถุงใต้ตาเกิดจากโครงสร้างของไขมันในโพรงตาเกิดการเปลี่ยนแปลง

ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะช่วยเติมเต็มและดันให้Orbital septum เข้าไปด้านในมากขึ้น จึงทำให้ถุงใต้ตาเล็กลง เบ้าตาดูตื้นขึ้นครับ

5. เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ในการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและเป็นธรรมชาติที่สุด หมอจะแบ่งปัญหาออกเป็น 2 ระดับ และเลือกฟิลเลอร์เนื้อแข็ง เนื้อนิ่ม แก้ไขปัญหาตามความเหมาะสมครับ

5.1 เทคนิคพยุงชั้นกระดูกด้วยฟิลเลอร์เนื้อแข็ง

เหมาะกับเคสที่มีปัญหากระดูกใต้ตายุบตัว เมื่ออายุมากขึ้น กระดูกเบ้าตาก็จะทรุดตัวลง ผิวหนังฝ่อลง ทำให้ผิวหย่อนยานและเกิดปัญหาใต้ตา การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ด้วยเทคนิคพยุงชั้นกระดูกใต้ตาโดยใช้ฟิลเลอร์เนื้อแข็ง จะช่วยทำให้ปัญหาใต้ตาลดลงครับ

การยุบตัวของกระดูกใต้ตา

กระดูกบริเวณใต้ตา เบ้าตา และหน้าแก้ม ที่จะมีการยุบตัวเมื่ออายุมากขึ้น
จะส่งผลให้ผิวหย่อนคล้อยลงตามไปด้วย

5.2 เทคนิคเก็บรายละเอียดรอบเบ้าตาด้วยฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม

ในเคสที่มีปัญหาใต้ตาบริเวณข้างเคียงร่วมด้วย หมอจะใช้ฟิลเลอร์เนื้อนิ่มฉีดพยุงรอบๆ เบ้าตาที่มีปัญหา เพื่อเลียนแบบโครงกระดูกที่เสื่อมหรือทรุดตัวลง จะให้ผลลัพธ์ที่เรียบเนียนและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

ดังนั้น แพทย์จะต้องประเมินว่าคนไข้แต่ละเคส ว่ามีปัญหามากน้อยแค่ไหน เพื่อเลือกชนิดของฟิลเลอร์และเทคนิคที่เหมาะสม ถ้าในคนที่มีปัญหามากๆ อาจต้องใช้ฟิลเลอร์ 2 ชนิด ในการฉีด แต่โดยปกติแล้ว การฉีดฟิลเลอร์เพียงชนิดเดียวก็สามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนแล้วครับ

ตัวอย่างเคสคนไข้ที่มีความกังวลเรื่องถุงใต้ตา เห็นเป็นรอยหย่อนคล้อย ทำให้เสียความมั่นใจ

ปัญหาในเคสนี้ เกิดจากกระดูกหน้าแก้มทรุดตัว สามารถแก้ไขลดถุงใต้ตา ได้ด้วยการเติมฟิลเลอร์ยกหน้าแก้มและฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเพื่อเติมเต็มกระดูกเบ้าตาชั้นลึก ร่วมกับการเติมฟิลเลอร์เนื้อนิ่มเสริมด้านบน จะทำให้ใบหน้าอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

6. ลักษณะของใต้ตาที่สวยงาม และเหมาะกับใบหน้า

ลักษณะใต้ตาที่ดี

(ลักษณะโหงวเฮ้งที่ดีตามตำโหราศาสตร์จีน)


ลักษณะใต้ตาที่ดีและสวยงาม จะต้องมีความเอิบอิ่ม เปล่งปลั่ง เรียบเนียน ไม่เป็นร่องลึก ไม่มีริ้วรอย ซึ่งการมีลักษณะใต้ตาที่ดี ไม่เพียงแต่จะช่วยเสริมความมั่นใจให้เจ้าของใบหน้าเท่านั้น แต่ในทางโหงวเฮ้งยังบ่งบอกถึงการมีคู่ครองที่ดี และการเงินที่ดี

คนไข้ที่เข้ามาฉีดฟิลเลอร์กับหมอ นอกจากจะฉีดเพื่อเสริมความงามแล้ว ก็ยังมีหลายคนที่ฉีดฟิลเลอร์เพื่อเสริมโหงวเฮ้ง เป็นกระแสที่กำลังได้รับความนิยมมาก อย่างการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ก็มีความเชื่อว่าเป็นการเสริมดวงด้านคู่ครอง การเงิน และวาสนา

ในทางศาสตร์จีน โหงวเฮ้งตาจะเรียกว่า ฮูชีเก็ง ครับ ตำแหน่งนี้อยู่ตรงหางตาหรือปลายหางตาไปจนสุดตีนผม หมายถึงคู่ชีวิต และหน่ำหนึงเก็ง จะอยู่ตรงตำแหน่งใต้กระบอกตาซ้ายและขวา หมายถึง โชคลาภ ความสบาย

ดวงตาที่โหงวเฮ้งดี มีลักษณะอย่างไร?

โหงวเฮ้งตา-ร่องใต้ตา (หน่ำหนึงเก็ง)

ลักษณะเด่น : เต็มอิ่ม สีสดใส เรียบ เปล่งปลั่ง ไม่ว่าชายหรือหญิงจะมียศศักดิ์ และร่ำรวยศรีสุขไปตลอดชีวิต ลูกหลานเจริญรุ่งเรือง

ลักษณะด้อย : เป็นแอ่งโบ๋ ร่องลึก ถุงใต้ตาเยอะเกินไป ไม่ว่าชายหรือหญิง ก็จะอาภัพโชค หาคู่ครองยาก หรือลูกหลานดื้อ เลี้ยงยาก หากสีดำคล้ำ ก็จะพบปัญหาคู่ครองและบุตร อาจจะอาภัพลูก

โหงวเฮ้งตา-หางตา-ขมับ ( ฮูชีเก็ง )

ลักษณะเด่น :  เต็ม เอิบอิ่ม รับพอดีกับแนวไรผม และหน้าผาก รอยหางตามีจำนวนไม่มากเกินไป ยิ้มเป็นธรรมชาติไม่มีตำหนิ ใครมีลักษณะนี้ชีวิตคู่จะสมบูรณ์ ชายจะได้ภรรยาเป็นแม่ศรีเรือน หญิงจะได้สามีดี นอกจากนี้ขมับยิ่งอิ่มเอิ่บมากก็จะยิ่งได้รับมรดกจากพ่อตา แม่ยายมากตามไปด้วย

ลักษณะด้อย :  หางตามีริ้วรอย สับสนยุ่งเหยิง มีโหนกแก้มเด่น กระดูกโปน ไม่ว่าชายหรือหญิงก็มักจะอาภัพภรรยาหรือสามี หรือหากฝืนโชคชะตาก็จะเป็นคู่ครองที่มีปัญหากันไปตลอดเวลา บางช่วงหากมีสีดำคล้ำ ยังบ่งถึงกำลังพบปัญหาด้านคู่ครองด้วย บางตำราก็เพิ่มเติมว่า ยังเป็นคนพลัดบ้านพลัดถิ่นด้วย

จะสังเกตได้ว่าลักษณะตาที่โหงวเฮ้งดี สอดคล้องกับลักษณะรอบดวงตาที่สดใสและสวยงาม ไม่มีริ้วรอยซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเพื่อแก้ไขปัญหา นอกจากจะทำให้ใบหน้าดูเด็กลง สดใสขึ้น ก็สามารถเสริมโหงวเฮ้งไปได้ในตัวครับ 

7. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี รุ่นไหนดีที่สุด?

ก่อนจะเลือกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อไหนดี? ต้องคำนึงถึงตำแหน่งที่ต้องการฉีดเป็นสำคัญครับ หมอจะประเมินว่าต้องฉีดชั้นลึกหรือชั้นตื้น ซึ่งใต้ตาเป็นตำแหน่งที่ผิวค่อนข้างบาง จึงควรจะเลือกฉีดฟิลเลอร์ที่ทำให้ผิวไม่ฟูมากจนเกินไป เพราะฉีดไปแล้วจะทำให้ดูบวมไม่เป็นธรรมชาติ 

สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา หมอแนะนำยี่ห้อและรุ่น ตามนี้ครับ

ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี

7.1 ฟิลเลอร์ Restylane  

  • Restylane Perlane Lyft มีความคงตัวสูง ไม่ฟู และสามารถคงรูปได้ดีที่สุด
  • Restylane Defyne  เนื้อเจลแข็งปานกลาง มีความยืดหยุ่นและอุ้มน้ำได้ดี
  • Restylane Vital Light เป็นฟิลเลอร์ที่มีส่วนผสมของยาชา เนื้อละเอียดมากที่สุด ใช้สำหรับเคสที่ผิวบางๆ หรือสำหรับเก็บรายละเอียด
  • Restylane Classic เป็นเนื้อเจลอนุภาคใหญ่ เหมาะสำหรับแก้ปัญหาริ้วรอยระดับปานกลางถึงมาก

7.2 ฟิลเลอร์ Juvederm

  • Juvederm Volite เนื้อละเอียด ใช้เติมใต้ตาชั้นตื้น เหมาะกับคนผิวบางแต่ไม่มากเกินไป
  • Juvederm Voluma เนื้อแข็ง ฟูปานกลาง ยืดหยุ่นสูง อุ้มน้ำและให้ความเป็นธรรมชาติ

7.3. ฟิลเลอร์ Belotelo

  • Belotero Volume เนื้อฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่นและคงตัว เหมาะกับเติมใต้ตาชั้นลึก

ทั้งนี้ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าฟิลเลอร์ทุกยี่ห้อ หรือทุกรุ่น อาจจะไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน ทุกตำแหน่งดังนั้นหมอจะเป็นคนแนะนำยี่ห้อและรุ่นฟิลเลอร์ที่เหมาะสมเป็นเคสๆ ไปครับ เพื่อจะได้แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด และเลือกใช้เทคนิคการฉีด รวมถึงประเมินถึงสาเหตุได้อย่างถูกต้อง

8. ฟิลเลอร์ใต้ตา ราคาเท่าไหร่? 

เรื่องราคาก็เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามครับ ราคาที่ถูกเกินไป หรือแพงเกินไป อาจมาจากคลินิกที่ทำการตลาด หรือเน้นให้เลือกปริมาณ cc เยอะๆ เพื่อหวังยอดขาย ซึ่งทำให้คนไข้เข้าใจผิด คิดว่าเลือกปริมาณ cc เยอะแล้วจะดี แต่ความจริงแล้วก็ไม่เสมอไปครับ

ฟิลเลอร์ใต้ตา 1 cc ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 11,000 – 14,000 บาท ครับ ขึ้นอยู่กับยี่ห้อของฟิลเลอร์ ,จำนวน CC ที่ใช้ ,เทคนิคการฉีดของหมอ รวมไปถึงราคาโปรโมชั่นฟิลเลอร์ของแต่ละคลินิก

สำหรับที่ V Square Clinic จะเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่เป็นแบรนด์ระดับโลก อย่างประเทศอเมริกา สวีเดน และสวิตเซอร์แลนด์ ผลิตภัณฑ์ทุกตัวสามารถตรวจสอบกับผู้ผลิตได้ว่าเป็นของแท้ ดังนั้นคนไข้มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยได้ครับ ซึ่งแต่ละตัวจะมีราคาดังนี้

ดังนั้นคนไข้มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยได้ครับ ซึ่งแต่ละตัวจะมีราคาดังนี้

ราคาฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ยี่ห้อและรุ่นฟิลเลอร์ ระยะเวลา ราคา / 1 cc
Juvederm Voluma 18 เดือน 13,000 บาท
Juvederm Volite 8-12 เดือน 13,000 บาท
Restylane Vital Light 6-12 เดือน 13,000 บาท
Restylane Perlane Lyft 12 เดือน 11,000 บาท
Restylane Defyne 18 เดือน 13,000 บาท
Restylane Classic 12 เดือน 14,000 บาท
Belotero Volume 18 เดือน 13,000 บาท
ราคาฟิลเลอร์ใต้ตา

คนไข้บางรายพอเห็นว่าคลินิกไหนมีราคาถูก ก็ตัดสินใจไปฉีดเลย โดยไม่คำนึงว่าฟิลเลอร์นั้นเป็นของปลอมหรือของแท้ 

แต่ก็ใช่ว่าฟิลเลอร์ราคาแพงจะดีเสมอไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย บางคลินิกตั้งราคาสูงไว้ก่อน เพื่อให้คนไข้คิดว่าฟิลเลอร์ราคาแพงจะต้องดี และเป็นของแท้

ดังนั้นในการเลือกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา หมอแนะนำว่าควรเลือกราคาที่เหมาะสม และที่สำคัญคือคนไข้ควรรู้จักวิธีสังเกตฟิลเลอร์แท้ และเลือกฉีดกับหมอที่มีประสบการณ์เท่านั้นครับ

อ่านบทความเพิ่มเติม : ฟิลเลอร์ใต้ตาราคาเท่าไหร่? รวมโปรโมชั่นฟิลเลอร์ใต้ตา ราคาสุดคุ้มที่ V Square Clinic

9. ฟิลเลอร์ใต้ตา ใช้กี่ CC ถึงจะเห็นผล?

รีวิวฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

(รีวิวฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา 3 CC ก่อน-หลังฉีดจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน)

การแก้ปัญหาใต้ตา โดยส่วนมากจะใช้ฟิลเลอร์ 2-4 CC แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล เช่น ความลึก ริ้วรอย ความคล้ำของใต้ตา หรือในเคสที่มีปัญหาน้อยๆ ก็สามารถแบ่งฟิลเลอร์ 1CC สำหรับฉีดใต้ตาทั้งสองข้างได้

10. ฉีดฟิลเลอร์ CC ยิ่งเยอะ ยิ่งดีจริงไหม?

จากประสบการณ์ของหมอ การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาในปริมาณ 2 -4 CC จะเป็นปริมาณที่เหมาะสมครับ ไม่ควรมากไปกว่านี้ 

คนไข้บางรายคิดว่ายิ่งใช้จำนวน CC เยอะจะยิ่งเห็นผลดี ซึ่งไม่จริงเลย เพราะบริเวณใต้ตาเป็นบริเวณที่ต้องให้ผลออกมาเป็นธรรมชาติมากที่สุด ถ้าหากใช้ปริมาณ CC เยอะเกินไป เวลายิ้มจะทำให้ใต้ตาดูบวมเป็นก้อน ดูไม่เป็นธรรมชาติครับ

11. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อยู่ได้กี่เดือน ?

หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้ว ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 6-18 เดือน อยู่ที่ยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ และการดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ คือควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่จะทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็ว เช่น ความร้อน การทำเลเซอร์ เป็นต้น 

ซึ่งถ้าแบ่งตามยี่ห้อฟิลเลอร์สำหรับฉีดใต้ตาแล้ว แต่ละยี่ห้อจะมีอายุอยู่ได้นานดังนี้ครับ

ฟิลเลอร์ใต้ตา Restylane

ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อ-Restylane-Perlane-Lyft

Restylane Perlane Lyft มีอายุการใช้งานอยู่ได้นาน 12 เดือน

ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อ-Restylane-Defyne

Restylane Defyne มีอายุการใช้งานอยู่ได้นาน 18 เดือน

ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อ-Restylane-Vital-Light

Restylane Vital Light มีอายุการใช้งานอยู่ได้นาน 6-12 เดือน

ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อ-Restylane-classic

Restylane Classic มีอายุการใช้งานอยู่ได้นาน 12 เดือน

ฟิลเลอร์ใต้ตา Juvederm

ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อJuvederm-Volite

Juvederm Volite มีอายุการใช้งานอยู่ได้นาน 8-12 เดือน

ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อJuvederm-Voluma

Juvederm Voluma มีอายุการใช้งานอยู่ได้นาน 18 เดือน

ฟิลเลอร์ใต้ตา Belotero

ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อ-Belotero-volume

Belotero Volume มีอายุการใช้งานอยู่ได้นาน 18 เดือน

12. การปฏิบัติตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

การปฏิบัติตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา-2-อาทิตย์
  • ศึกษาข้อมูลที่จำเป็น ทั้งการเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน การเลือกหมอ เทคนิคในการทำ รวมไปถึงวิธีการสังเกตฟิลเลอร์แท้แต่ละยี่ห้อ เพื่อความปลอดภัยและมั่นใจว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดี คุ้มค่า
การปฏิบัติตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา-1-อาทิตย์
  • มียาและวิตามินบางชนิดที่ควรงดก่อนฉีดฟิลเลอร์ แอสไพริน, NSAIDs, วิตามิน St. Johns Wort, ginko biloba, primrose oil, garlic, ginseng และ Vitamin E
  • งดยาผลัดเซลล์ผิว การดึงหรือโกนขนบริเวณที่จะฉีดฟิลเลอร์
  • งดคอร์สเลเซอร์และนวดหน้าอย่างน้อย 3 วัน ก่อนฉีด
  • หากมีโรคประจำตัวหรือยาที่ต้องรับประทานประจำควรแจ้งแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง
  • แพทย์จะพิจารณาให้กินยาห้ามเลือดหรือฉีดยาลดบวมในบางเคส เพื่อลดความเสี่ยงในการบวมช้ำ อักเสบติดเชื้อ

13. ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
  1. ก่อนฉีด ต้องเข้าปรึกษาหมอ เพื่อให้ประเมินใบหน้า และแจ้งความต้องการของคนไข้ (ถ้ามียาที่แพ้หรือโรคประจำตัวต้องแจ้งหมอให้ทราบทุกครั้ง)
  2. วันที่เข้ามาฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แต่งหน้ามาได้ครับ ที่คลินิกจะมีการทำความสะอาดผิวก่อนฉีด
  3. เมื่อปรึกษาหมอเรียบร้อยแล้ว ผู้ช่วยจะแปะยาชาให้
  4. ยาชาออกฤทธิ์ใน 30 นาที หมอเริ่มฉีดฟิลเลอร์
  5. ขณะฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ต้องอยู่ในท่านั่งหรือนอนเอียงที่ระดับหัวอยู่สูงกว่าหัวใจ

14. การปฏิบัติตัวหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
  • หลีกเลี่ยงการแตะ แกะ เกาและกดนวดในจุดที่ฉีด อาจมีอาการบวมแดงหรือเขียวช้ำเป็นปกติ จะค่อยๆ ดีขึ้นใน 7-14 วัน (หากหลังจาก 3 วันไปแล้ว มีอาการบวมมากขึ้นให้ติดต่อกลับมาที่คลินิกเพื่อรับยากินเพิ่มครับ)
  • ควรอยู่ในที่อากาศเย็น หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิดและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดงอย่างน้อย 48 ชม. เช่น ซาวน่า ออกกำลังกายหนัก ตากแดด
การดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

  • ให้งดเลเซอร์ร้อนที่ลงผิวชั้นลึกทุกชนิดอย่างน้อย 1 เดือน
  • อย่าขยับผิวในจุดที่ทำมากโดยเฉพาะช่วง 3 วันแรก เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนได้ครับ
ข้อปฏิบัติตัวหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
  • ควรงดทานอาหารบางอย่างที่ส่งผลต่อการอักเสบ บวมและทำให้ฟิลเลอร์เข้าที่ช้า ดังนี้ครับ

    • – เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
    • – อาหารที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อนๆ หมูกระทะ ชาบู
    • – อาหารหมักดอง อาหารที่เผ็ดมากๆ จนหน้าแดง อาหารหวานจัดและอาหารดิบจากร้านที่ไม่สะอาด
    • – งดสูบบุหรี่ เพราะจะทำให้ยุบบวมช้าและส่งผลการรักษาอยู่ได้สั้นลงด้วยครับ
ข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

(การดื่มน้ำเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานขึ้น ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ 1.5-2 ลิตร ต่อวัน)

15.ฟิลเลอร์ใต้ตา กับ โบท็อกใต้ตาต่างกันอย่างไร?

ฉีดโบท็อกใต้ตาลดริ้วรอย

(การฉีดโบท็อกใต้ตาเพื่อลดริ้วรอยร่วมด้วย จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น)

หมอเชื่อว่าหลายคนยังสงสัย หรือยังแยกไม่ค่อยออกครับ ว่าโบท็อกกับฟิลเลอร์ต่างกันอย่างไร แล้วถ้านำมาฉีดใต้ตาผลลัพธ์จะต่างกันไหม หมอจะสรุปเพื่อให้เข้าใจง่ายดังนี้ครับ

ฟิลเลอร์  ใช้ฉีดเพื่อเติมเต็มผิวบริเวณใต้ตาที่เป็นร่องลึก ให้ดูตื้นขึ้น ริ้วรอยและรอยคล้ำดูจางลง 

โบท็อก ฉีดเพื่อลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อโบท็อกจะไปรบกวนการทำงานของระบบประสาท มีผลทำให้มัดกล้ามเนื้อทำงานลดลงชั่วคราว ผิวหนังก็จะตึงขึ้น ไม่เกิดรอยพับ ริ้วรอยหางตาหรือรอยตีนกาก็จะดูจางลงครับ

ดังนั้นนอกเหนือจากปัญหาร่องลึกใต้ตา ขอบตาดำแล้ว หากคนไข้มีความกังวลเรื่องริ้วรอยเล็กๆ รอยตีนกา รอยเหี่ยวย่นจากการขยับใบหน้า หมอจะแนะนำการฉีดโบท็อกใต้ตาร่วมด้วย เพื่อช่วยลดริ้วรอย และเพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นครับ

อ่านบทความเพิ่มเติม : โบท็อกใต้ตา ลดริ้วรอย คืออะไร แก้ไขได้จริงไหม

16. หลังฉีดเติมเต็มใต้ตา ใต้ตาเต็มแค่ไหน?

หลังฉีดแล้วใต้ตาเต็มแค่ไหน? ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคลครับ แต่หลังฉีดจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงทันที ทั้งในเรื่องริ้วรอย ความลึกบริเวณใต้ตา และรอยคล้ำใต้ตา

(Video ตัวอย่างการฉีดฟิลเลอร์เพิ่มเติมเต็มในชั้นผิว)

ด้วยคุณสมบัติของฟิลเลอร์ที่จัดเป็นสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) เมื่อฉีดบริเวณใต้ตา ใต้ตาจะกลับมาเรียบเนียน เต่งตึง ส่งผลให้ใบหน้าอ่อนเยาว์ลง บวกกับคุณสมบัติอุ้มน้ำของฟิลเลอร์ จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวเปล่งปลั่ง และชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคตได้ ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์จึงสัมพันธ์กับการแก้ปัญหาริ้วรอยต่างๆ อย่างได้ผลครับ

17. รีวิวฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ก่อน หลังฉีด filler ใต้ตา

รีวิวฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา 3 cc

ก่อนฉีด ในเคสนี้คนไข้มีปัญหาขอบตาดำ เบ้าตาลึก ส่งผลให้ดูแก่กว่าวัย

หลังฉีด ใต้ตาดูสดใสขึ้นอย่างชัดเจน ใต้ตาดูตื้นขึ้น ใบหน้าโดยรวมดูเด็กลง

รีวิวฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา-ร่องแก้ม-ข้างละ-2-cc

ก่อนฉีด ในเคสนี้คนไข้มีปัญหาขอบตาดำ มีริ้วรอยใต้ตา ถุงใต้ตา

หลังฉีด ริ้วรอยใต้ตา ถุงใต้ตาดูจางลง ใต้ตาดูสดใสขึ้น

รีวิวฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา-2-cc-ฟิลเลอร์ปาก-1-CC

ก่อนฉีด ในเคสนี้คนไข้มีปัญหาขอบตาดำ เบ้าตาลึก ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อย

หลังฉีด ริ้วรอยใต้ตา ถุงใต้ตาดูจางลง ใต้ตาสดใสและดูตื้นขึ้น

รีวิวฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา-2-cc

ก่อนฉีด ในเคสนี้คนไข้มีปัญหาขอบตาดำ เบ้าตาลึก 

หลังฉีด ริ้วรอยใต้ตา ถุงใต้ตาดูจางลง ใต้ตาสดใสและดูตื้นขึ้น

รีวิวฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา-3-CC-ร่องแก้ม-1cc

ก่อนฉีด ในเคสนี้คนไข้มีปัญหาริ้วรอยใต้ตา มีถุงใต้ตา เบ้าตาลึก

หลังฉีด ริ้วรอยใต้ตา ถุงใต้ตาดูจางลง ใต้ตาดูตื้นขึ้น

(รีวิวฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แก้ปัญหาขอบตาดำ คืนความสดใสให้ใบหน้า)

18. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ไหนดี?

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ต้องพิถีพิถันในการเลือกคลินิกและแพทย์ที่มีประสบการณ์ ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญครับ 

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ที่ V Square Clinic 

  1. คนไข้สามารถไว้วางใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ทุกตัวเป็นของแท้ เพราะเราเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่งเสมอ จึงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน เป็นแบรนด์ระดับโลก ทั้งจากประเทศอเมริกา สวีเดน และสวิตเซอร์แลนด์
  2. มีการฉีดฟิลเลอร์ที่เป็นเทคนิคเฉพาะของคลินิก ทีมแพทย์ทุกคน มีการเทรนนิ่ง อัพเดทความรู้เพิ่มเติมทั้งในและต่างประเทศเป็นประจำทุกปี เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการจะได้รับความพึงพอใจที่สุดครับ
  3. มีใบอนุญาตประกอบการติดไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้คนไข้มั่นใจว่าเป็นคลินิกที่เชื่อถือได้ ได้มาตรฐาน และปลอดภัย รวมทั้งต้องมีเลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก
  4. คลินิกอยู่ในห้าง มีสาขาครอบคลุมทั่วกรุงเทพ เดินทางสะดวก  

สามารถอ่านบทความ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ไหนดี เลือกคลินิกให้ได้มาตรฐาน ต้องดูอะไรบ้าง ? ที่หมอเขียนอธิบายเพิ่มเติมไว้ สำหรับการเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาได้ครับ

19. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อันตรายไหม?

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา-กับแพทย์มากประสบการณ์

(ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา กับคลินิกที่ได้มาตรฐาน แพทย์มีประสบการณ์ และตรวจสอบได้ว่าเป็นฟิลเลอร์แท้)

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นวิธีการแก้ปัญหาใต้ตาที่ปลอดภัย เห็นผลไว และเจ็บน้อยครับ 

เนื่องจากฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็มประเภทไฮยารูรอน ที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย สามารถฉีดได้เรื่อยๆ และสลายหมด 100% แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคนไข้ควรฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ และเลือกใช้ฟิลเลอร์แท้เท่านั้น ผลลัพธ์จึงจะเป็นที่น่าพอใจ และปลอดภัยครับ


แต่หากคนไข้ฉีดฟิลเลอร์ปลอมที่ไม่บริสุทธิ์ หรือฉีดกับแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์ โดยฉีดเข้าเส้นเลือด ทำให้เส้นเลือดอุดตัน ก็จะเกิดอันตรายได้ เช่น อาจมีอาการแพ้ฟิลเลอร์ อักเสบติดเชื้อ บวมแดง และในรายที่อาการหนักอาจเนื้อตายหรือตาบอดได้


ฟิลเลอร์ปลอมจะไม่สามารถสลายได้หมด 100% ซึ่งถ้าหากเกิดกรณีนี้ จะต้องแก้ไขด้วยการขูดฟิลเลอร์หรือผ่าตัดออกเท่านั้น ซึ่งก็อาจจะมีความเสี่ยงที่จะโดนเส้นประสาท หรือจุดสำคัญที่เสี่ยงอันตรายได้ครับ
 

ดังนั้นก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คนไข้ควรศึกษาข้อมูล อ่านรีวิว เกี่ยวกับคลินิกและตัวฟิลเลอร์ที่จะฉีด ซึ่งสามารถหาข้อมูลและเปรียบเทียบได้ทางอินเตอร์เน็ต หากฟิลเลอร์ที่ฉีดเป็นฟิลเลอร์แท้ ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอันตรายจากตัวฟิลเลอร์เลยครับ

อ่านบทความเพิ่มเติม : ฟิลเลอร์อันตรายไหม? ข้อควรระวัง และวิธีดูแลตัวเองก่อน-หลังฉีดมีอะไรบ้าง?

19.1 ฟิลเลอร์ใต้ตา ทำให้ตาบอดจริงหรือ?

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วตาบอดจริงไหม

(ขณะเดินยาหมอจะคอยสังเกตุการเปลี่ยนแปลงของสีผิวคนไข้
ถ้าฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือด สีผิวจะซีดหรือแดงขึ้นเป็นบริเวณกว้าง)

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ทำให้ตาบอดได้จริงครับ แต่เกิดขึ้นได้ยากมาก สาเหตุที่ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แล้วตาบอด คือเกิดจากการฉีดฟิลเลอร์ปลอม ฉีดกับหมอเถื่อนที่ไม่มีความรู้ ไม่มีประสบการณ์ หรือเกิดข้อผิดพลาดระหว่างฉีด ทำให้ฉีดฟิลเลอร์เข้าหลอดเลือดและเกิดการอุดตัน

ดังนั้นก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คนไข้ควรเลือกฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงได้ สามารถวิเคราะห์ใบหน้า และแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด ทำให้เห็นผลลัพธ์ชัดเจน ดูเป็นธรรมชาติครับ

แต่ถ้าหากเทียบระหว่างฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากับฉีดไขมันใต้ตาซึ่งเป็นการเติมเต็มเหมือนกัน ทั้งในแง่ของผลข้างเคียง รอยช้ำ รอยแผล การพักฟื้น การฉีดไขมันใต้ตาจะมีความเสี่ยงมากกว่าครับ หากฉีดเข้าหลอดเลือดก็แก้ไขได้ยาก และมีวิธีการทำที่ยุ่งยากมากกว่า

ตารางเปรียบเทียบการฉีดสารเติมเต็มชนิดต่างๆ

(ตารางเปรียบเคสที่เกิดเนื้อตายตาบอดจากการฉีดสารเติมเต็มชนิดต่างๆ)

จากตารางจะเห็นว่ามีเคสที่เนื้อตายหรือตาบอดจากการฉีดไขมันสูงกว่าการฟิลเลอร์ เนื่องจากไขมันไม่มีเอนไซม์ที่ใช้ย่อยสลายได้ในทันที แต่หากเป็นฟิลเลอร์ จะมีเอนไซม์ที่ชื่อ Hyaluronidase ที่สามารถละลายหมดได้ 100% หากแพทย์พบว่าฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือดก็จะสามารถแก้ไขได้ทันทีครับ

19.2 ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เจ็บไหม?

ถ้าถามว่าการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เจ็บไหม? ให้ลองคิดถึงเวลาที่เราไปฉีดยาหรือฉีดวัคซีนครับ จะมีช่วงที่เจ็บคือตอนแทงเข็ม แต่ปกติแล้วคลินิกก็จะมีการแปะและฉีดยาชาให้ก่อน ดังนั้นก็จะไม่ได้เจ็บมาก อยู่ในระดับที่ทนได้ครับ และจะรู้สึกเล็กน้อยตอนที่กำลังฉีดฟิลเลอร์เข้าไป

19.3 ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น จากการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา จะมีอาการบวมได้ครับ เกิดจากเข็มและจากการที่เนื้อฟิลเลอร์ยังไม่เข้าที่ ซึ่งใน 2 สัปดาห์อาการต่างๆ จะหายไป ฟิลเลอร์เข้าที่สวยงาม ดังนั้นคนไข้ไม่ต้องกังวลครับ

19.4 ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา บวมกี่วัน?

หลังฉัดฟิลเลอร์ใต้ตาจะสามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังฉีด และประมาณ 4-5 วันจะค่อยๆเห็นผลชัดขึ้น และเห็นผลลัพธ์เข้าที่ชัดเจนประมาณ 2-3 สัปดาห์

19.5 ถ้าฟิลเลอร์สลายหมด ใต้ตาจะกลับมาคล้ำ มีริ้วรอยเหมือนเดิมไหม?

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน ต้องดูก่อนว่าเป็นลักษณะแบบไหนครับ ถ้าเป็นก้อนบวมไม่มาก ไม่เจ็บ จะไม่อันตรายครับ สามารถยุบไปเองได้ แต่ถ้าผ่านไป 2 สัปดาห์แล้วยังเห็นเป็นก้อน ดูไม่สวยงาม สามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ได้

ฉีดสลายฟิลเลอร์-ด้วย-Hyaluronidase

(ฟิลเลอร์แท้ HA (Hyaluronic Acid) สามารถใช้ตัวยาไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase:HYAL) ฉีดเพื่อสลายฟิลเลอร์ได้)

(ตอบข้อสงสัย การฉีดฟิลเลอร์สามารถสลายได้หรือไม่❓)

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน บวมแดง เจ็บหรือมีอาการอักเสบ แนะนำให้รีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ เพราะอาจเกิดจากการใช้ฟิลเลอร์ปลอม หรือสารที่อันตรายได้ ต้องรีบเอาออกครับ

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา-กับแพทย์มากประสบการณ์

ฟิลเลอร์ใต้ตา ถือเป็นการลงทุนที่มีความคุ้มค่าครับ เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้ จะเห็นว่าในเคสรีวิวแต่ละเคส หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ใบหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงทันที หน้าดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ และระยะเวลาที่อยู่ได้ของฟิลเลอร์ก็ไม่ได้สั้นจนเกินไป ฉีดซ้ำได้เรื่อยๆ โดยไม่เป็นอันตราย

19.6 ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา บวมกี่วัน?

อาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ถือว่าเป็นเรื่องปกติครับ หลัง 3 วันแล้วจะไม่บวมขึ้นอีก และจะค่อยๆ ดีขึ้น ยุบบวมเข้าที่เต็มที่ใช้เวลาประมาณ 1-2 อาทิตย์ครับ

19.7 ถ้าฟิลเลอร์สลายหมด ใต้ตาจะกลับมาคล้ำ มีริ้วรอยเหมือนเดิมไหม?

ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิตครับ หากคนไข้ยังมีพฤติกรรมที่เป็นตัวกระตุ้น อย่างการนอนดึก ชอบขยี้ตา ใต้ตาก็จะกลับมาคล้ำเหมือนเดิมได้ แต่ในแง่ของริ้วรอยที่มีอายุเป็นสาเหตุสำคัญนั้น ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเราไม่สามารถเลี่ยงได้ แต่เราชะลอได้ด้วยการฉีดฟิลเลอร์ครับ

และหากฟิลเลอร์สลายหมด เราสามารถกลับมาฉีดได้เรื่อยๆ เนื่องจากเป็นหัตถการที่ปลอดภัย ไม่ทำให้เกิดการแพ้ มีความคงตัว และอยู่ในร่างกายได้เป็นเวลานาน

อ้างอิง
Baumann L. Dermal fillers. Journal of Cosmetic Dermatology. 2004 Dec;3(4):249-50.
https://onlinelibrary.wiley.com/doi/abs/10.1111/j.1473-2130.2004.00143.x

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้ง 14 สาขา หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

สามารถ Comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ