Reading Time: 2 minutes

อาการแพ้ฟิลเลอร์

อาการแพ้ฟิลเลอร์ หากเป็นการฉีดโดยใช้สารไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA) โอกาสที่จะเกิดอาการแพ้ขึ้นมีได้น้อยมาก ๆ ซึ่งมีข้อดีคือไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ ปลอดภัย ก่อนฉีดไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบอาการแพ้ อยู่ในร่างกายได้นาน มีความคงตัว และสามารถสลายไปได้เอง แต่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถฉีดฟิลเลอร์ได้ คุณหมอได้อธิบายเพิ่มเติมถึงข้อยกเว้นในบางกรณีดังรายละเอียดในบทความดังต่อไปนี้

การฉีดฟิลเลอร์ไม่เหมาะกับใครบ้าง?

มิใช่ทุกคนที่จะสามารถฉีดฟิลเลอร์ได้ ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัด ดังต่อไปนี้

1.       ผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์ไม่ได้เด็ดขาด ได้แก่ ผู้ที่มีอาการแพ้ฟิลเลอร์ หรือแพ้สารไฮยาลูรอนิกแอซิด

2.       หญิงมีครรภ์ หรืออยู่ในช่วงการให้นมบุตร

3.       คนที่มีแผลฟกช้ำง่าย มีปัญหาเลือดออกแล้วหยุดยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่กำลังรับประทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อาทิเช่น ยาแอสไพริน (ASA), ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด (Warfarin), ยาแก้อักเสบปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ (NSAIDS), สารสกัดจากใบแปะก๊วย (Gingko biloba), วิตามินอี (Vitamin E) เป็นต้น

4.       ผู้ที่เป็นเริม หรืองูสวัดอยู่ ควรหลีกเลี่ยงการฉีดฟิลเลอร์ เนื่องจากอาจทำให้อาการกำเริบมากขึ้นได้

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดจากการฉีดฟิลเลอร์ และอาการแพ้ฟิลเลอร์

อาการแพ้ฟิลเลอร์หรือผลข้างเคียงอาจเกิดขึ้นได้ โดยแบ่งออกเป็นหลายประเภท ดังนี้

·         เกิดรอยแดง หรือรอยช้ำบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งสามารถหายไปได้เองภายในระยะเวลา 1-2 สัปดาห์

·         การเกิดผิวไม่เรียบ (beading) หรือรอยนูน เนื่องจากใช้เทคนิคการฉีดที่ตื้นจนเกินไป เช่น การฉีดในบริเวณที่ชั้นผิวมีความบาง การฉีดฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากเกินไป หรือมีการเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่มีขนาดโมเลกุลไม่เหมาะสม อาจส่งผลให้เป็นรอยนูน หรือเห็นฟิลเลอร์เป็นก้อนได้

·         หากมีการฉีดฟิลเลอร์ใกล้ๆ กับกล้ามเนื้อที่มีการขยับบ่อย ๆ อาจจะเกิดปัญหาการเคลื่อนย้ายของฟิลเลอร์ คือ ฟิลเลอร์มีการเคลื่อนที่ไปยังบริเวณข้างเคียงที่ไม่ต้องการ ไหลออกจากตำแหน่งที่ฉีด  ดังนั้น เพื่อช่วยลดปัญหาฟิลเลอร์เคลื่อนย้ายจากบริเวณที่ฉีดและสามารถรักษาผลลัพธ์ของฟิลเลอร์ได้นานขึ้น จึงควรเลือกฟิลเลอร์ที่มีขนาดโมเลกุลเหมาะสม รวมทั้งเทคนิคการฉีดที่ดีด้วย

·         เกิดอาการแพ้ฟิลเลอร์ ที่มีลักษณะอักเสบ เป็นก้อน นูน แดง โดยอาการแพ้ประเภทนี้อาจพบได้บางครั้ง ภายหลังการฉีดฟิลเลอร์ผ่านพ้นไปแล้วเป็นเวลาหลาย ๆ เดือนหรือนานเป็นปี ขึ้นกับภูมิคุ้มกันของผู้ที่รับการฉีด และอายุใช้งานของฟิลเลอร์แต่ละชนิด

·         เป็นผื่น ลมพิษแบบรุนแรง (angioedema) เป็นอาการแพ้ฟิลเลอร์ที่จะพบได้น้อยมาก หากมีอาการต้องรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาทันที

·         หากเทคนิควิธีการฉีดที่ไม่สะอาด ฉีดกับหมอกระเป๋า หรือคลินิกไม่ได้มาตรฐาน อาจเกิดการติดเชื้อภายหลังการฉีดฟิลเลอร์ โดยมีอาการตั้งแต่ ปวดบวม แดง ร้อน มีตุ่ม หรือก้อนหนองในบริเวณที่ฉีด filler

·         หากฉีดฟิลเลอร์ผิดตำแหน่ง โดยฉีดเข้าไปโดนบริเวณหลอดเลือด โดยเฉพาะหลอดเลือดแดง อาจส่งผลให้หลอดเลือดเกิดการอุดตันได้ จนอาจนำไปสู่บริเวณที่เส้นเลือดนั้นมาเลี้ยงเกิดอาการเนื้อตาย (necrosis)

·         ตาบอด ภายหลังการฉีดฟิลเลอร์ อันเนื่องมาจาก filler ที่ฉีดเข้าไปอุดตัน บีบ หรือกดหลอดเลือดแดง (supratrochlear and supraorbital artery) ซึ่งมีแขนงต่อไปที่หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงจอประสาทตา (ophthalmic artery) จนส่งผลให้สูญเสียการมองเห็น

ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์
อาการแพ้ฟิลเลอร์ และผลข้างเคียงที่อาจเกิดจากการฉีดฟิลเลอร์

(ตัวอย่างเคสแก้ไข กรณีเกิดอุบัติเหตุจากการฉีดฟิลเลอร์จมูก ฟิลเลอร์เข้าหลอดเลือด มีเนื้อตายชั่วคราว (สังเกตที่จุดสีดำ ๆ) ซึ่งหากทำโดยใช้ผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ HA ที่ได้มาตรฐาน และแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง จะปลอดภัยเนื่องจากสามารถแก้ไขได้อย่างทันการณ์)

หลังฉีดฟิลเลอร์ห้ามกินอะไรบ้าง? ข้อควรระวังหากอยากให้ฟิลเลอร์เข้าที่เร็วขึ้น

ควรใส่ใจในการดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ หากอยากให้ฟิลเลอร์เข้าที่เร็วขึ้น โดยเฉพาะอาหารบางอย่างที่ควรหลีกเลี่ยงเพราะมีส่วนกระตุ้นการอักเสบหรือทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็วขึ้นได้ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์ ให้อยู่ได้นานยิ่งขึ้นด้วย

1.       งดอาหารที่มีรสเผ็ดจัด หรือแสบร้อนจนหน้าแดง

2.       งดดื่มเหล้า เบียร์ ไวน์ น้ำหมัก และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด

3.       หลีกเลี่ยงการกินชาบู หมูกะทะ ปิ้งย่าง ที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อน ๆ

4.       หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง เช่น ปลาร้า หน่อไม้ดอง มะม่วงดอง เนื่องจากมีสารที่ทำให้เส้นเลือดขยายตัว

5.       ควรงดนมวัว และอาหารที่มีรสหวานจัด เนื่องจากสามารถกระตุ้นให้เกิดการบวมอักเสบ

6.       ควรงดสูบบุหรี่ เนื่องจากในบุหรี่มีสารหลายชนิดที่ขยายหลอดเลือด จะทำให้ยุบบวมช้า รวมถึงทำให้ผลการรักษาอยู่ได้สั้นลง

7.       หลีกเลี่ยงการกินอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ และอาหารจากร้านอาหารที่ไม่สะอาด เพราะพยาธิบางชนิดในอาหารอาจไปทำปฏิกิริยากับฟิลเลอร์จนเกิดการอักเสบได้

อาการแพ้ฟิลเลอร์

ขอบคุณข้อมูล: [แนะนำ] ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี แตกต่างกันอย่างไร  ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี 

จาก Youtube Channel: V Square Clinic

สุดท้ายนี้ การฉีดฟิลเลอร์ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อย่างเหมาะสมและถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงควรฉีดโดยแพทย์เท่านั้น เพราะถ้าแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง มีเทคนิคการฉีดที่ดี จะสามารถแก้ปัญหาของคนไข้ได้ตรงจุด และช่วยลดโอกาสการเกิดปัญหาตามมาในภายหลังอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.vsquareclinic.com/