ถุงใต้ตา

ถุงใต้ตา

ถุงใต้ตา เป็นปัญหาที่สามารถพบได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายครับ โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งมาจากความหย่อนคล้อยของผิวหนังรอบดวงตา สามารถพบได้ตั้งแต่คนที่อายุยังน้อยได้เช่นกัน โดยมีลักษณะเป็นถุงนูนออกมาบริเวณใต้ดวงตา มองเห็นใต้ตาบวม หากมองโดยภาพรวมของใบหน้าจะทำให้ใบหน้าดูโทรม ดูอ่อนล้าไม่สดใส และดูมีอายุครับ

สำหรับแนวทางแก้ไข ในปัจจุบันมีหลายวิธีตั้งแต่วิธีทางธรรมชาติ ไปจนถึงหัตถการทางการแพทย์และการผ่าตัด ในบทความนี้หมอจะมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีที่ช่วยแก้ปัญหาถุงใต้ตา รวมถึงสาเหตุที่แท้จริงในด้านต่าง ๆ เพื่อให้สามารถวางแผนการรักษาและเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม คุ้มค่า และปลอดภัยมากที่สุดครับ

สารบัญ ถุงใต้ตา

(ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แก้ปัญหาร่องใต้ตา ถุงใต้ตา ลดริ้วรอย ปลอดภัย เห็นผลชัดเจน)

ถุงใต้ตา คืออะไร ?

ถุงใต้ตา (Eye bags) คือ ถุงไขมันที่อยู่บริเวณใต้ดวงตา หรือบริเวณเบ้าตาด้านล่าง เป็นหนึ่งในปัญหาที่ทำให้เจ้าของใบหน้าสูญเสียความมั่นใจ เพราะทำให้ดูโทรม เป็นลักษณะของผิวที่หย่อนคล้อย โดยถุงไขมันที่อยู่บริเวณใต้ตาจะมีทั้งหมด5 ถุง คือ

  • เปลือกตาบน 2 ถุง
  • ใต้เปลือกตาล่าง 3 ถุง

โดยจุดที่มักเป็นปัญหา มีถุงใต้ตาบวมใหญ่ขึ้นมาคือ ถุงกลาง (Middle Fat) และบางส่วนของถุงไขมันที่อยู่ด้านใน (Inner Fat) ครับ

ตัวอย่างถุงไขมันใต้ตา หรือถุงใต้ตาที่ทำให้ดูอ่อนล้า และโทรม

ลักษณะถุงใต้ตา

ถุงใต้ตาเกิดจากอะไร ?

ถุงใต้ตาเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่สามารถแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะหลัก คือ

  1. ถุงใต้ตาแท้ : มีลักษณะเป็นถุงป่องนูนบริเวณใต้ตา สาเหตุเกิดจาก
    • กรรมพันธุ์ : ปัญหาถุงใต้ตาจากกรรมพันธุ์และระบบต่อมไร้ท่อภายในร่างกายทำงานผิดปกติ โดยมีลักษณะเป็นถุงป่องนูนบริเวณใต้ตา ทำให้ไขมันมารวมกันบริเวณใต้ตามากเกินไป เกิดอาการบวมหรือคั่งน้ำ มีไขมันและของเหลวต่าง ๆ มารวมตัวกันบริเวณใต้ตาจนทำให้เกิดเป็นถุงนูนออกมา
    • ปัญหานี้สามารถพบเห็นได้ตั้งแต่อายุยังน้อยครับ เป็นตัวการทำให้ใบหน้าโทรม หรือดูอ่อนล้า อ่อนเพลียอยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญทำให้ดูแก่ก่อนวัย ซึ่งแตกต่างจาก ดอลลี่อายโดยสิ้นเชิง (ดอลลี่อายเป็นอย่างไร หมอขอยกไปอธิบายในหัวข้อถัดไปครับ)
    • อายุที่มากขึ้น : ส่งผลให้ผิวหนังเสื่อมสภาพ ไขมันมีการเคลื่อนตัวลงมา มีลักษณะเป็นถุงใต้ตาหย่อนคล้อยผนังกั้นบริเวณใต้ตาหย่อนยาน มองเห็นว่าไขมันปูดนูนชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ยังสัมพันธ์กับความเสื่อมของกระดูก เมื่ออายุมากขึ้น กระดูกบริเวณใต้ตาจะยุบตัวลง ทำให้เนื้อเยื่อที่พยุงถุงไขใต้ตาหย่อนคล้อยลง ในรายที่มีถุงใต้ตาขนาดใหญ่ อาจรุนแรงถึงขั้นดึงเปลือกตาลง ทำให้เปลือกตาล่างปลิ้นออกมา (Ectropion) ส่งผลให้คนไข้ที่สูงอายุ มีน้ำตาไหลได้ครับ
  2. ถุงใต้ตาเทียม : มีลักษณะอาการบวมน้ำที่บริเวณใต้ตาล่าง เรียกอีกอย่างว่าลักษณะตาบวม หรือถุงใต้ตาบวม เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น พฤติกรรม ระบบการไหลเวียนในร่างกายทำงานได้ไม่ดี ยกตัวอย่าง เช่น โรคภูมิแพ้(มักมีใต้ตา หรือขอบตาสีคล้ำ) มีการระคายเคือง พักผ่อนไม่เพียงพอชอบขยี้ตาบ่อย ๆ มีการร้องไห้หนัก ใช้สายตามากเกินไป รวมถึงรับประทานอาหารที่ก่อให้เกิดอาการบวมเช่น การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ เป็นต้น

ลักษณะของถุงใต้ตา

นอกจากลักษณะของถุงใต้ตาแท้ และถุงใต้ตาเทียมแล้ว ที่เห็นเป็น ถุงนูนออกมา หรือมีอาการบวมปูด ตุ่ยที่รอบตาล่างแล้ว ยังมีลักษณะของถุงใต้ตาแบบอื่น ๆ ที่แยกย่อยออกมา เช่น

  • ลักษณะมีถุงใต้ตาที่มาพร้อมปัญหาขอบตาคล้ำ

ในส่วนของขอบตาคล้ำ ที่หลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นถุงใต้ตา จริง ๆ แล้วไม่ใช่ถุงใต้ตาที่เกิดจากถุงไขมันครับ หากสังเกตดี ๆ ในคนที่มีปัญหาใต้ตาคล้ำ จะมองเห็นเส้นเลือดดำที่ขยายตัวบริเวณใต้ตา ทำให้ขอบตาดูคล้ำ และบวมขึ้นเล็กน้อย พบได้ในคนที่เป็นโรคภูมิแพ้เรื้อรัง หรือผู้ที่มีพฤติกรรมชอบขยี้ตาบ่อย ๆหรือในบางเคสอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ครับ

  • ลักษณะถุงใต้ตาบวมข้างเดียว

อาการถุงใต้ตาบวมข้างเดียว อาจเกิดจากเยื่อบุตาอักเสบ (Conjunctivitis) หรือการติดเชื้อครับ เป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อไวรัสก็ได้ ซึ่งมักมีอาการไข้ ปวด บวมแดงร่วมด้วย ต้องรักษาโดยการให้ยาฆ่าเชื้อ

ภาวะที่คล้ายคลึงกับถุงใต้ตา

ในบางคนอาจสับสนที่บางคนมีถุงใต้ตาแล้วไม่เห็นหน้าโทรม หรือดูแก่ แต่กลับดูเด็กลง มีความน่ารักสดใสซึ่งจะมีลักษณะเนื้อบริเวณขอบตาล่างชิดขนตาหนาขึ้นมา ทำให้ใต้ตาดูเหมือนนูนตุ่ย ๆ เล็กน้อย ลักษณะนี้ เรียกว่า ดอลลี่อาย ครับ ไม่ใช่ถุงใต้ตา

ดอลลี่อาย (dolly eyes) เป็นเทรนด์ความงามที่นิยมอยู่ช่วงหนึ่งครับ โดยฉีดฟิลเลอร์บริเวณขอบตาล่างให้หนาขึ้น ที่เรียกกันว่า การฉีดดอลลี่อาย แต่ในปัจจุบันไม่นิยมฉีดแล้ว แต่ก็ยังมีให้เห็นอยู่บ้าง เพราะช่วยทำให้ดวงตาดูมีมิติมากขึ้น

ดอลลี่อายและถุงใต้ตา

ข้อแตกต่างระหว่างดอลลี่อายกับถุงใต้ตาที่หลายคนสับสนดอลลี่อายจะเป็นมัดกล้ามเนื้อบริเวณขอบตาล่าง สังเกตได้ชัดขึ้นเวลายิ้มหรือหัวเราะ ต่างจากถุงใต้ตาที่เป็นถุงไขมันจะมีขนาดใหญ่จนสังเกตได้ชัด ทำให้ใบหน้าดูโทรมและมีอายุ จนเจ้าของใบหน้ารู้สึกเสียความมั่นใจ จึงต้องลดขนาดถุงใต้ตา เพื่อให้ใบหน้าสดใสมากขึ้น

ในปัจจุบันก็มีวิธีลดถุงใต้ตาที่ได้รับความนิยมอยู่หลายวิธีครับ ทั้งวิธีการดูแลตัวเองแบบธรรมชาติ และการพึ่งพาหัตถการทางแพทย์ วิธีไหนจะให้ผลลัพธ์อย่างไร หมอจะอธิบายเป็นข้อ ๆ ดังนี้ครับ

วิธีลดถุงใต้ตาด้วยวิธีธรรมชาติ

วิธีรักษาถุงใต้ตาด้วยวิธีธรรมชาติ เป็นวิธีง่าย ๆ เหมาะสำหรับคนที่ยังไม่อยากพบหมอ และมีระดับความรุนแรงไม่มาก ตัวอย่างเช่น

1. ลดถุงใต้ตาด้วยถุงชา

ในถุงชาจะมีสารคาเฟอีนที่ช่วยให้เส้นเลือดใต้ตาหดตัว ช่วยลดอาการบวมและช่วยผ่อนคลายผิวบริเวณรอบดวงตาจากการใช้สายตาหนัก ๆ เหมาะกับคนที่มีปัญหาถุงใต้ตาเทียม มีปัญหาใต้ตาบวมจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ วิธีการคือนำถุงชาที่ใช้แล้วประคบบนเปลือกตา (ห้ามใช้ขณะที่ถุงชายังร้อนอยู่) ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จะช่วยให้อาการบวมของถุงใต้ตาค่อย ๆ ลดลงได้ครับ

2. ลดถุงใต้ตาด้วยการประคบเย็น

ความเย็นสามารถช่วยลดอาการบวมของถุงใต้ตาที่เกิดจากการระคายเคือง, พักผ่อนน้อย หรือจากการดื่มเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ได้ สามารถใช้น้ำแข็ง หรือผ้าเย็นประคบบริเวณรอบดวงตา ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที ก็จะช่วยให้ผ่อนคลายขึ้น ยุบบวมลงได้ แต่ให้ระวังเรื่องของความสะอาดโดยเฉพาะใครที่ใช้น้ำแข็งโดยตรง หากไม่สะอาด อาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่ดวงตา เกิดการระคายเคือง ถุงใต้ตาบวมมากขึ้นได้

3. ลดถุงใต้ตาด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ

ลักษณะถุงใต้ตาเทียมที่พบได้บ่อยมักมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ นอนน้อย นอนดึก จนทำให้เกิดอาการใต้ตาบวม มีถุงใต้ตา ขอบตาดำ ใต้ตาคล้ำ วิธีแก้ไขที่ดีที่สุดคือการแก้ที่ต้นเหตุครับ ควรนอนพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 8-10 ชั่วโมง/วัน ก็จะช่วยลดอาการตาบวม หน้าโทรมจากถุงใต้ตาได้

ลดถุงใต้ตาด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ

4. การทาครีมบำรุง ช่วยลดถุงใต้ตา

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์บำรุงใต้ตา เช่น อายเจล ครีมบำรุงใต้ตา ออกมาหลายแบรนด์ ที่มุ่งเน้นให้ความชุ่มชื้น ลดความหมองคล้ำ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่มีปัญหาไม่เยอะ แต่ต้องใช้อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ ก็จะช่วยลดปัญหาถุงใต้ตาเทียมได้ โดยควรทำควบคู่กับการดูแลตัวเองร่วมด้วย เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆลดการดื่มเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ ให้น้อยลง

ทั้ง 4 วิธีที่กล่าวมาสามารถช่วยลดปัญหาถุงใต้ตาเทียมได้ครับ แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตาแท้ ทั้งจากกรรมพันธุ์และอายุที่มากขึ้น วิธีแก้ไขจำเป็นต้องพึ่งหัตถการทางการแพทย์ถึงจะสามารถเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน

วิธีลดถุงใต้ตาด้วยวิธีทางการแพทย์

วิธีลดถุงใต้ตาด้วยวิธีทางการแพทย์มีหลายหัตถการที่สามารถช่วยได้ ซึ่งมีข้อดีและข้อเสีย แตกต่างกันไป ดังนี้

1. รักษาถุงใต้ตาด้วยการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นหัตถการที่แก้ปัญหาใต้ตาได้ดี สามารถแก้ไขได้หลายปัญหา เช่น ใต้ตาคล้ำ ใต้ตาลึก ตาโหล ริ้วรอยใต้ตา รวมถึงปัญหาถุงใต้ตา โดยจะมีเทคนิคการฉีดที่แตกต่างกันในแต่ละปัญหาตามความชำนาญของแพทย์

บทความแนะนำ

ฟิลเลอร์ใต้ตา

สำหรับการฉีดฟิลเลอร์แก้ไขถุงใต้ตา หมอจะฉีดฟิลเลอร์เติมเต็มในชั้นกระดูกใต้ตาที่ยุบตัวลงเมื่อเราอายุมากขึ้น จากผิวที่เคยเกาะอยู่บริเวณนั้นหย่อนคล้อยลงเป็นก้อนใหญ่ใต้ตา เมื่อเติมฟิลเลอร์เข้าไปจะทดแทนในส่วนที่ยุบลง ช่วยลดถุงใต้ตาหรือทำให้เห็นถุงใต้ตาน้อยลงได้ครับ

ข้อดี :

  • ไม่ใช่การผ่าตัด ไม่มีแผลและไม่ต้องพักฟื้น
  • หลังทำเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ทันที
  • ช่วยลดถุงใต้ตา ลดรอยคล้ำใต้ตา ใต้ตาลึก ตาโหล มีร่องใต้ตา และแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยใต้ตาได้
  • เป็นวิธีที่แก้ปัญหาได้ตรงจุด คุ้มค่าและไม่ต้องเจ็บตัวมาก
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา-ลดถุงใต้ตา
vฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา-ลดถุงใต้ตา

(หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ผิวใต้ตาจะเรียบเนียนขึ้น ช่วยแก้ปัญหาถุงใต้ตา ลดริ้วรอยใต้ต)

ข้อเสีย : การฉีดฟิลเลอร์ลดถุงใต้ตา ไม่ใช่วิธีการรักษาที่ถาวร ฟิลเลอร์แท้สามารถสลายได้หมดโดยไม่มีสารตกค้าง หากฟิลเลอร์สลายสามารถกลับมาฉีดซ้ำเพื่อคงผลลัพธ์ได้ แต่ควรเลือกฉีดกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้ฟิลเลอร์แท้ และฉีดกับแพทย์มีประสบการณ์เท่านั้นครับ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดี

2. รักษาถุงใต้ตาด้วย การทำ Hifu Ultraformer

Hifu Ultraformer สามารถช่วยยกกระชับ ลดไขมันใต้ตาได้บางส่วน เหมาะสำหรับคนที่กลัวเข็มมาก ๆ

ข้อดี :

  • สามารถทำซ้ำได้เรื่อย ๆ ได้ ยิ่งทำจะยิ่งเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
  • ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น
  • ใช้ระยะเวลาทำไม่นาน

ข้อเสีย : แก้ปัญหาถุงใต้ตาได้ แต่เห็นผลไม่ชัดเท่าการฉีดฟิลเลอร์ครับ

3. รักษาถุงใต้ตาด้วยการใช้คลื่น Radio Frequency – RF

Thermage คือเครื่องมือที่ช่วยสลายไขมันบนใบหน้า ยกกระชับผิว และกระตุ้นคอลลาเจนลงไปในชั้นผิวหนัง

ข้อดี : เนื่องจากตัวเครื่องมีคุณสมบัติในการลดไขมันและทำให้ผิวกระชับขึ้น จึงช่วยลดถุงใต้ตาได้เล็กน้อย เหมาะกับเคสที่มีเป้าหมายหลักคือ การยกกระชับหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ และแก้ไขปัญหาถุงใต้ตาในคราวเดียวกัน

ข้อเสีย : ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาถุงใต้ที่ตรงจุด ไม่สามารถลดถุงใต้ตาให้หายขาดและเห็นผลน้อย และราคาค่อนข้างสูง

4. วิธีการผ่าตัด กำจัดถุงใต้ตา

ผ่าตัดกำจัดถุงใต้ตา เป็นวิธีแก้ไขที่ตรงจุด เพราะสามารถช่วยแก้ปัญหาถุงใต้ตาแท้ได้อย่างเห็นผล

ข้อดี : แพทย์สามารถเก็บผิวหนังส่วนเกินออก เหมาะกับเคสที่มีปัญหาถุงไขมันใต้ตาเยอะมาก ๆ โดยวิธีการผ่าตัดสามารถทำได้ทั้งแบบใช้มีดผ่าตัด และใช้เลเซอร์

การผ่าตัด-ลดถุงใต้ตา

(การผ่าตัด ลดถุงใต้ตาโดยการนำไขมันใต้ตาออก)

ข้อเสีย : ทุกการผ่าตัดย่อมมีความเสี่ยง เนื่องจากในขั้นตอนการผ่าตัดแพทย์จะมีการวางยาสลบ หลังผ่าตัดมีแผลจากการกรีดเอาถุงไขมันออก หากเข้ารับการรักษากับแพทย์ประสบการณ์ไม่มากพอ อาจแก้ไขปัญหาถุงใต้ตาได้ แต่กลับทำให้เห็นเป็นร่องลึกใต้ตาแทน ซึ่งส่งผลให้ใบหน้าโดยรวม ดูโทรมและอ่อนล้าครับ

นอกจากนี้หากมีการตัดหนังตาส่วนเกินออกมากเกินไป อาจทำให้คนไข้มีปัญหา ตาหลับไม่สนิท หรือเปลือกตาล่างแบะออกได้

5. รักษาถุงใต้ตาด้วยการดูดไขมัน

การดูดไขมันใต้ตา เพื่อกำจัดถุงใต้ตา เป็นการผ่าตัดแบบแผลด้านในเพื่อดูดไขมันถุงใต้ตาออก เหมาะกับเคสที่มีถุงใต้ตาไขมันนูนออก แต่ผิวหนังหย่อนคล้อยไม่มาก

ข้อดี : เป็นการผ่าตัดแบบแผลด้านใน จึงไม่มีแผลออกมาให้เห็นด้านนอก มีเพียงแผลขนาดเล็กในเปลือกตา และไม่ต้องตัดไหม

ข้อเสีย : ไม่เหมาะกับคนที่มีหนังตาหย่อนคล้อย เพราะหลังดูดไขมันถุงใต้ตาออกมา จะต้องตัดหนังตาที่หย่อนออกไปด้วย หากหมอไม่มีความชำนาญ อาจเกิดปัญหา เช่น อักเสบติดเชื้อ หนังตาปลิ้นได้

ดูดไขมัน-ลดถุงใต้ตา

(การดูดไขมันแบบแผลด้านใน)

สำหรับใครที่มีปัญหาถุงใต้ตาที่สร้างความกังวลใจ และใช้วิธีลดถุงใต้ตาด้วยวิธีทางธรรมชาติแล้ว ไม่เห็นผล หากไม่ต้องการผ่าตัดกำจัดถุงใต้ตา ในเบื้องต้นหมอแนะนำฉีดฟิลเลอร์ลดถุงใต้ตาครับ เพราะเห็นผลเร็ว ผลลัพธ์ชัดเจน และไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น สะดวก ปลอดภัย สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ เช่น ฉีดโบท็อกรอบดวงตา เพื่อเก็บรายละเอียด ลดริ้วรอยย่น และรอยตีนกา ช่วยให้ใบหน้าสดชื่น สดใส และดูอ่อนเยาว์ลงได้

แต่หากใครไม่กลัวการผ่าตัดและมีปัญหาถุงใต้ตานูนออกมามาก การผ่าตัดเพื่อกำจัดถุงไขมันใต้ตาออก ก็สามารถให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนครับ แต่ก็จะให้เวลากับระยะพักฟื้นด้วย

เลือกคลินิกรักษาถุงใต้ตาที่ไหนดี ?

การเลือกคลินิกที่จะเข้ารับการรักษาถุงใต้ตา ไม่ว่าจะวิธีการใด ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญครับ เพื่อลดโอกาสการเกิดผลข้างเคียง และความเสี่ยงต่าง ๆ โดยควรพิจารณาเลือกคลินิกรักษาถุงใต้ตา ที่มีคุณสมบัติดังนี้

1. คลินิกหรือสถานพยาบาลต้องได้มาตรฐาน

คลินิกจะต้องเปิดให้บริการอย่างถูกต้อง มีการจดทะเบียนและมีเลขที่ใบอนุญาตของผู้ประกอบการ ติดไว้ในที่ที่มองเห็นได้ชัดเจน ตั้งอยู่ในแหล่งที่ปลอดภัย ภายในคลินิกมีความสะอาด เป็นระเบียบ ไม่แออัด

2. แพทย์มีประสบการณ์และความชำนาญมากพอ

ประสบการณ์และความชำนาญของแพทย์ จะช่วยให้วิเคราะห์ปัญหา และเลือกหัตถการที่เหมาะสมกับคนไข้ในแต่ละเคสได้อย่างตรงจุด มีเทคนิคการรักษาที่ช่วยลดความเสี่ยงต่าง ๆ ได้ แนะนำให้เลือกคลินิกที่มีแพทย์ประจำคลินิกครับ

3. ใช้ผลิตภัณฑ์และเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน

ในการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเพื่อลดถุงใต้ตา ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นฟิลเลอร์แท้ (Hyaluronic Acid) ผ่าน อย. เพื่อความปลอดภัย

4. มีรีวิวลดถุงใต้ตา

ก่อนตัดสินใจเลือกคลินิกรักษาถุงใต้ตาที่ใดควรดูรีวิวจากผู้ใช้บริการจริงของคลินิกนั้น ๆ ด้วยครับ ว่าทำแล้วได้ผลเป็นอย่างไรนอกจากนี้คลินิกควรมีช่องทางติดต่อที่สะดวก เช่น เบอร์โทร Line@ หรือ Facebook ให้คนไข้สามารถติดต่อปรึกษาได้ก่อนเข้าไปปรึกษาที่คลินิก

สรุป

หากต้องการลดถุงใต้ตา โดยเฉพาะปัญหาถุงใต้ตาแท้ แต่ยังไม่มั่นใจว่าวิธีรักษาถุงใต้ตาวิธีไหนจะเหมาะกับตัวเอง ควรขอคำปรึกษาจากแพทย์ เพราะถุงใต้ตาของแต่ละคนนั้นอาจเกิดจากปัญหาที่แตกต่างกัน แพทย์ที่มีประสบการณ์จะสามารถแนะนำวิธีลดถุงใต้ตาให้ตามต้นเหตุของปัญหา ข้อสำคัญควรเลือกใช้บริการคลินิกที่ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัย ได้ผลลัพธ์ที่ดี และคุ้มค่าที่สุดครับ

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้ง 27 สาขา หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า