ยี่ห้อโบท็อก

ปัจจุบันยี่ห้อโบท็อกที่คลินิกเสริมความงามเลือกใช้ และผ่าน อย.ไทยนั้นมีด้วยกันหลายยี่ห้อครับ เช่น ยี่ห้อ Dysport (อังกฤษ) , Xeomin (เยอรมัน), Aestox , Botulax (เกาหลี) และ Allergan (อเมริกา) ซึ่งแต่ละตัวก็จะมีคุณสมบัติ และผลลัพธ์แตกต่างกันออกไป

ในบทความนี้หมอจะมาอธิบายถึงคุณสมบัติของโบท็อกแต่ละยี่ห้อว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร โบท็อกยี่ห้อไหนดีสุด พร้อมบอกวิธีสังเกตโบท็อกแท้ เพื่อเป็นข้อมูล และข้อแนะนำในการเลือกฉีดโบท็อกครับ

อ่านบทความเพิ่มเติม : โบท็อกยี่ห้อไหนดีที่สุด แต่ละยี่ห้อต่างกันอย่างไร พร้อมบอกวิธีสังเกตโบท็อกแท้

ยี่ห้อโบท็อก แต่ละยี่ห้อต่างกันอย่างไร ?

โบท็อกเกาหลียี่ห้อ Nabota /Botulax

โบท็อกเกาหลี

โบท็อกเกาหลีที่ได้รับการรับรองว่าปลอดภัย และได้รับความนิยมมากในไทย และยังคงมาแรงในปี 2020 เพราะมีราคาที่ไม่แพงมาก โดยราคาถูกกว่าแบรนด์ Allergan ของอเมริกา แต่คุณภาพใกล้เคียงกัน ยี่ห้อที่ได้รับความนิยมจะมี Botulax, Aestox และ Nabota

  • Nabota

Nabota เป็นโบท็อกเกาหลียี่ห้อเดียวที่ผ่านงานวิจัยรับรองจาก อย.อเมริกา U.S.FDA approved (2018) ที่ผลิตโดยบริษัท DAEWOONG จากเกาหลี ตัวยาจะมีความบริสุทธิ์สูงถึง 98.7% เน้นการพัฒนาให้ออกฤทธิ์ไว ทำให้เห็นผลลัพธ์หรือการเปลี่ยนแปลงหลังฉีดค่อนข้างเร็ว สามารถช่วยฟื้นฟูใบหน้าให้กลับมาเต่งตึง แลดูอ่อนเยาว์ ช่วยลดกราม ปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กยิ่งขึ้น

  • Botulax

Botulax เป็นโบท็อกเกาหลีที่พยายามพัฒนาให้เหมือน โบท็อก Allergan (โบท็อกอเมริกา) ในราคาที่ถูกกว่าเท่าตัวครับ ตัวยาจะโดดเด่นในเรื่องของความอ่อนโยน และความบริสุทธิ์ นิยมใช้ลดริ้วรอย ทำหน้าใส ช่วยให้หน้าเรียวเล็กลงเห็นผลเร็ว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของการฉีด และขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลด้วยเช่นกัน

ข้อควรระวัง

โบท็อกเกาหลีจะเจอยาหิ้ว ยาปลอมเยอะครับ บางคลินิกใช้ขวดยาแท้ก็จริง แต่ข้างในอาจเป็นยาปลอมแล้วนำมาฉีด ซึ่งยาปลอมบางชนิดจะได้ผลดีในครั้งแรกๆ แต่ครั้งต่อไปจะเริ่มดื้อยา จนสุดท้ายพอผ่านไป 2-3 ครั้ง คนไข้ก็จะเกิดอาการดื้อยาถาวร หรือบางคลินิกโฆษณาว่าฉีดแล้วเห็นผลทันทีหลังฉีด ซึ่งไม่จริงครับ ที่ฉีดแล้วตึงทันทีนั้นเป็นอาการบวมเข็มจากน้ำเกลือ โบท็อกยี่ห้ออื่นๆ ก็เกิดผลหลังฉีดทันทีคล้ายๆ กัน

ส่วนโบท็อกเกาหลีอยู่ได้กี่เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังฉีดและปัญหาของแต่ละบุคคลครับ ถ้าเป็นโบท็อกริ้วรอย จะอยู่ได้ 3-4 เดือน ส่วนโบท็อกลดกรามจะอยู่ได้ 5-6 เดือน โดยโบท็อกแท้จะสลายหมด 100% ไม่มีสารตกค้าง

โบท็อกอเมริกา

โบท็อกยี่ห้อ Allergan ของอเมริกาเป็นบริษัท Original ของโบท็อกทั้งหมด เพราะเป็นแบรนด์แรกที่คิดค้นสาร Botulinum toxin type A (โบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ) เป็นแบรนด์แรกที่ได้รับ FDA สหรัฐอเมริกา ทำให้ได้รับความนิยมจากทั่วโลก และยังถูกใช้อย่างต่อเนื่องในวงการแพทย์

ถ้าเทียบกับยี่ห้อโบท็อกอื่นๆ แล้ว โบท็อกอเมริกาจะให้ผลการรักษาที่แม่นยำ และดีที่สุด ยากระจายตัวแคบ ทำให้หมอสามารถคาดคะเนการออกฤทธิ์ของโบท็อกได้แม่นยำ

ข้อควรระวัง

ในกรณีที่คนไข้ต้องการฉีดโบท็อก ไม่ถึง 50 หรือ 100 U หมอแนะนำให้หาเพื่อนมาแชร์ยูนิตให้ครบดีกว่าครับ เพราะมีหลายคลินิกขายโบท็อกอเมริกาในราคายูนิตถูกๆ แต่เอาโบท็อกเกาหลีมาฉีดแทน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะใกล้เคียงกันจนแทบแยกไม่ออก ดังนั้นเพื่อความมั่นใจว่าเป็นของแท้ตามราคาที่จ่าย คนไข้ควรให้หมอเปิดขวดใหม่และผสมยาให้ดูต่อหน้าครับ

ส่วนคำถามโบท็อกเกาหลีกับเมกาต่างกันยังไง จากประสบการณ์การของหมอแล้วสองยี่ห้อนี้จะต่างกันไม่มากครับ โบท็อกเกาหลี Nabota จะออกฤทธิ์ไวกว่าเล็กน้อย แต่ระยะเวลาอยู่ได้สั้นกว่าเล็กน้อยเช่นกัน เมื่อเทียบกับโบท็อกอเมริกา

โบท็อกเยอรมัน

โบท็อกเยอรมัน Xeomin จะมีคุณสมบัติที่อยู่กึ่งกลางระหว่างอเมริกากับอังกฤษ เพราะเป็นการพัฒนาโดยเอาข้อดีของ Allergan กับ Dysport มารวมกัน คือมีความบริสุทธิ์สูงและตัวยาจะไม่กระจุกตัวแคบเกินไป ทำให้ได้ผลที่ออกมาดูเป็นธรรมชาติ ไม่ตึงเกินไป

นิยมฉีดเพื่อแก้ไขริ้วรอยเหี่ยวย่นบริเวณหน้าผาก,ระหว่างคิ้ว,รอยตีนกา,รอบดวงตา,ปาก,ร่องแก้ม และยังมีงานวิจัยแสดงว่า Xeomin ได้ผลดีในเคสที่ดื้อยา (ในกรณีที่เคสนั้นๆต้องหยุดการฉีดโบท็อกมาแล้วอย่างน้อย 2-3 ปี)

โบท็อกอังกฤษ

จุดเด่นของโบท็อกอังกฤษคือเมื่อฉีดแล้วตัวยากระจายทั่วถึง ไม่กระจุกเป็นจุดแคบ เหมาะกับการฉีดลิฟหน้าด้วยเทคนิค dermolift เพื่อยกกระชับผิว ลดริ้วรอย

นอกจากนี้ยังนิยมฉีดเพื่อลดเหงื่อ ลดกลิ่นตัว ลดต้นแขน ลดน่องอีกด้วย และด้วยความที่ตัวยามีการกระจายตัวยากว้าง แพทย์จึงต้องมีประสบการณ์และใช้ความระมัดระวังในการฉีด เพื่อไม่ให้ยากระจายไปยังจุดที่ไม่ต้องการ และทำให้เสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เช่น ตาตก ยิ้มไม่สุด ปากเบี้ยวได้ครับ

ข้อควรระวัง

โบท็อกอังกฤษจะมีการนับจำนวน Unit ต่างจากยี่ห้อโบท็อกอื่น ๆ คือ 300 unit ของโบท็อกอังกฤษ จะเทียบเท่ากับ 100 Unit ของโบท็อกยี่ห้ออื่น ซึ่งมีบางคลินิกนำไปโฆษณาขายโบท็อกอังกฤษ 100 Unit ในราคาถูกๆ แต่แท้จริงแล้วคือเทียบเท่าแค่ประมาณ 40 Unit เท่านั้นครับ

เลือกฉีดยี่ห้อโบท็อก แบบไหนดีที่สุด

ในการเลือกยี่ห้อโบท็อกนั้น หมอที่มีประสบการณ์จะเป็นผู้ให้คำแนะนำและประเมินว่าควรใช้โบท็อกยี่ห้อใดจึงจะเหมาะสมกับบริเวณที่ต้องการฉีดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและเป็นธรรมชาติ แต่ถ้าบอกว่าโบท็อกไหนดีที่สุด โดยการแยกตามประเทศก็จะเป็นโบท็อกอเมริกาครับ รองลงมาก็จะเป็นโบท็อกเกาหลี

หากจะถามหมอว่าโบท็อกเกาหลีดีไหม หรือโบท็อกเกาหลีกับอเมริกาอันไหนดีกว่ากัน ถ้าพูดถึงเรื่องความคุ้มค่า จากประสบการณ์ของหมอ หมอจะแนะนำโบท็อกเกาหลีครับ เพราะถ้าเทียบประสิทธิภาพและราคา โบท็อกเกาหลีจะคุ้มค่าที่สุด

โบท็อกอเมริกาจะดีกว่าโบท็อกเกาหลีเล็กน้อย ซัก 20-30% แต่ว่าราคาจะแพงกว่าเกาหลีเท่าตัว ถ้าคนที่เน้นเรื่องความคุ้มค่าก็แนะนำโบท็อกของเกาหลี แต่ถ้าเน้นเรื่องคุณภาพ เอาตัวที่ดีที่สุด หมอก็จะแนะนำของ allergan ครับ

ยี่ห้อโบท็อกแท้ สังเกตอย่างไร?

สิ่งสำคัญที่สุดในการฉีดโบท็อกคือการเลือกใช้โบท็อกแท้ครับ เบื้องต้นคนไข้ควรรู้วิธีสังเกตโบท็อกแท้และโบท็อกปลอมด้วยตัวเอง โดยการตรวจเช็คโบท็อกแท้ง่ายๆ คือ

  • ต้องมีฝาพลาสติกใสปิดทับอยู่ด้านบน
  • ด้านข้างต้องมีตัวหนังสือภาษาไทยแสดงเลขที่อย. มีวันผลิต และวันหมดอายุที่กล่องกับขวดตรงกัน
  • มีข้อมูลระบุว่านำเข้าโดยบริษัทใด

หรือสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ตามวิดีโอด้านล่างนี้ได้เลยครับ หมอจะอธิบายไว้อย่างละเอียด และสามารถเข้าใจได้ง่าย

วิธีสังเกตุโบท็อกแท้ แต่ละยี่ห้อต่างกันอย่างไร

การเลือกฉีดโบท็อก ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อโบท็อกใด ไม่สำคัญเท่า การเลือกแพทย์ที่ชำนาญ มีความรู้และให้คำแนะนำได้ว่าควรใช้โบท็อกยี่ห้อใด ปริมาณเท่าไหร่จึงจะเหมาะสมกับบริเวณที่ต้องการฉีดเพื่อแก้ไขปัญหา และเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานครับ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดูเป็นธรรมชาติ โดยไม่มีผลข้างเคียง

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้ง 14 สาขา หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

สามารถ Comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ