
เทียบ Emface กับ Ulthera ทุกด้าน
Emface กับ Ulthera เป็นเครื่องยกกระชับหน้าทั้งคู่ครับ แต่ Emface จะเน้นกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าโดยให้ความร้อนแก่ผิวชั้นกลาง ช่วยให้หน้าแข็งแรง ผิวแน่นขึ้น ส่วน Ulthera จะเน้นยิงถึงชั้น SMAS โดยส่งความร้อนไปยังผิวชั้นลึก เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน ช่วยให้หน้ายก กรอบหน้าชัด ผิวแน่น
ใครที่อยากรู้ว่า Emface กับ Ulthera ต่างกันอย่างไร ? แบบไหนดีกว่า เหมาะกับใคร ? ทำร่วมกันได้ไหม ? Emface กับ Ulthera ทำกี่ครั้งถึงเห็นผล ? อยู่ได้นานแค่ไหน ? ในบทความนี้หมอจะมาให้คำตอบครับ
สารบัญ Emface กับ Ulthera
Emface คืออะไร ?

Emface เป็นเทคโนโลยียกกระชับหน้าที่ออกแบบมาเพื่อยกใบหน้าโดยไม่ต้องใช้เข็ม ไม่ต้องผ่าตัด และไม่ทำให้เจ็บเหมือนเลเซอร์หรือคลื่นพลังงานแบบเดิมครับ โดยเครื่อง Emface ใช้ 2 พลังงานทำงานพร้อมกัน ได้แก่
- HIFES™ (High-Intensity Facial Electrical Stimulation) เป็นกระแสไฟฟ้าความเข้มสูง ที่ใช้กระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้ากลุ่มที่ช่วยพยุงโครงหน้า ทำให้กล้ามเนื้อยกตัวและแข็งแรงขึ้น เหมือนเราออกกำลังกายให้กล้ามเนื้อหน้าแบบเฉพาะจุด
- RF (Radiofrequency) เป็นคลื่นวิทยุที่ให้ความร้อนอ่อน ๆ บนผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวแน่น เรียบตึง และดูสดใสขึ้น
จุดเด่นของ Emface
- ไม่เจ็บ ไม่ต้องทายาชา
- ไม่ต้องพักฟื้น ไม่มีรอย ไม่มีแผล
- ยกใบหน้าแบบธรรมชาติ ไม่เป็นหน้าแข็ง
- ช่วยยกคิ้ว หน้าผาก แก้ม และกรอบหน้า
- เห็นผลภายใน 2-6 สัปดาห์
- ทำซ้ำได้บ่อย ยิ่งทำยิ่งเห็นผลชัดเจน
ข้อจำกัดของ Emface
- ไม่ลงลึกถึงชั้น SMAS ทำให้ยกแรงเท่า Ulthera ไม่ได้
- เหมาะกับผิวหย่อนคล้อยน้อย-ปานกลาง
- ต้องทำเป็นคอร์ส 4 ครั้งขึ้นไป ถึงจะเห็นผลชัด
- ผลลัพธ์ค่อย ๆ ชัดใน 2-6 สัปดาห์ ไม่ให้ผลทันที
- ใช้ได้เฉพาะกล้ามเนื้อใบหน้าบางมัด ไม่ครอบคลุมทุกปัญหา
- กรอบหน้าตกมาก แก้มห้อยเยอะ อาจต้องใช้ Ulthera หรือ HIFU ร่วม
- ไม่ใช่ตัวเลือกหลักสำหรับคนที่ต้องการยกหน้าแบบเห็นผลในครั้งเดียว
Ulthera คืออะไร ?

Ulthera / Ulthera SPT / Ulthera Prime คือเทคโนโลยียกกระชับใบหน้าที่ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์แบบโฟกัสความเข้มสูง (Micro-Focused Ultrasound : MFU) ยิงลงไปใต้ชั้นผิวลึกถึงชั้น SMAS จนเกิดเป็นพลังงานความร้อน 60-70°C ขนาด 1 mm ลักษณะเป็นจุดไข่ปลาเล็ก ๆ เรียงกันเป็นเส้นตรงเพื่อทำให้ผิวหดตัว
จุดเด่นของ Ulthera คือการยกผิวชั้นลึกแบบไม่ต้องผ่าตัด ทำให้กรอบหน้าชัดขึ้น แก้มยกขึ้น และช่วยลดความหย่อนคล้อยได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยแพทย์สามารถมองเห็นชั้นผิวผ่านจอ DeepSEE™ ทำให้การยิงแม่นยำมากกว่าเครื่องยกกระชับทั่วไป
จุดเด่นของ Ulthera
- ยกกระชับได้ถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นที่ศัลยแพทย์ใช้ในการดึงหน้า
- ผลลัพธ์ชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณกรอบหน้า แก้มล่าง คิ้วตก และคอหย่อน
- มีหน้าจอ DeepSEE™ ทำให้แพทย์เห็นชั้นผิวแบบเรียลไทม์ ยิงได้แม่นยำกว่าเครื่องอัลตราซาวด์อื่น
- ทำปีละครั้ง ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1 ปี เพราะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างเป็นธรรมชาติ
- เหมาะกับเคสหย่อนคล้อยปานกลาง-มาก ที่ Emface หรือ HIFU แบบทั่วไปอาจยกได้ไม่พอ
- ช่วยยกกระชับโดยไม่ทำให้หน้าเสียรูป
- สามารถทำร่วมกับ Ultraformer III / Thermage / Volnewmer
ข้อจำกัดของ Ulthera
- ราคาสูงกว่าเทคโนโลยีอื่น เพราะมีต้นทุนหัวทิปต่อการยิงค่อนข้างสูง
- ไม่เหมาะกับใบหน้าหย่อนคล้อยหนักมาก เช่น ต้องการดึงแบบศัลยกรรม อาจต้องพิจารณาทางเลือกอื่นร่วม
- ต้องทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์จริง เพราะหากลงผิดชั้นอาจทำให้เจ็บมากหรือได้ผลไม่เต็มที่
- เจ็บกว่าเครื่องอื่น เพราะพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS แต่อยู่ในระดับที่ทนได้
- อาจระบมหรือกดเจ็บใต้ผิว 3-7 วันในบางราย ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของการกระตุ้นคอลลาเจน
ทำความรู้จัก Ulthera เพิ่มเติม คลิก!
เทียบทุกด้าน Emface กับ Ulthera ต่างกันอย่างไร ?
แม้ Emface กับ Ulthera จะถูกใช้เพื่อยกกระชับใบหน้า แต่จริง ๆ แล้วทำงานคนละชั้นผิวและแก้ปัญหาคนละแบบ ซึ่งหมอจะมาสรุปความแตกต่างให้คนไข้เข้าใจง่ายที่สุดตามตารางด้านล่างนี้ครับ
| คุณสมบัติ | Emface | Ulthera |
|---|---|---|
| พลังงานที่ใช้ | HIFES™ + RF | Micro-Focused Ultrasound |
| ระดับความลึก | กล้ามเนื้อใบหน้า + ชั้นผิวตื้น | ลงลึกถึงชั้น SMAS |
| จุดเด่นของเทคโนโลยี | ทำงานทั้งชั้นกล้ามเนื้อและผิวชั้นบนพร้อมกัน | มีหน้าจอแสดงภาพชั้นผิวแบบเรียลไทม์ |
| ผลลัพธ์เด่น | ยกกล้ามเนื้อใบหน้า ผิวสดใส แน่นขึ้น | ยกกระชับหน้าหย่อนคล้อย ลดริ้วรอย กรอบหน้าชัด ลดเหนียง |
| ความเจ็บ | อุ่น ๆ เจ็บเล็กน้อย | รู้สึกจี๊ด ๆ ถึงผิวชั้นลึก |
| จำนวนครั้ง | ทำ 4 ครั้งขึ้นไป | ปีละ 1 ครั้ง |
| เหมาะกับปัญหา | ผิวหย่อนคล้อยเล็ก–กลาง | ผิวหย่อนคล้อยปานกลาง-มาก |
| ผลเห็นเมื่อไหร่ | เห็นเรื่อย ๆ ภายใน 2–6 สัปดาห์ | เห็นผลทันที 20% ชัดใน 2-3 เดือน |
| อยู่ได้นาน | 6-12 เดือน | 1 ปี |
| การพักฟื้น | ไม่ต้องพักฟื้น | ไม่ต้องพักฟื้น |
| ราคา | เริ่มต้น 15,000.-/ครั้ง | เริ่มต้น 26,000.-/200 Line |
ตารางเปรียบเทียบความต่างระหว่าง Emface กับ Ulthera แตกต่างกันอย่างไร ?
สรุปความต่างแบบเข้าใจง่ายที่สุด
- Emface ช่วยยกชั้นกล้ามเนื้อ + ผิวแน่นขึ้น แบบไม่เจ็บ ไม่มีพักฟื้น
- Ulthera ช่วยยกชั้นลึก SMAS ชัด เหมาะกับเคสหย่อนคล้อยมากกว่า
ทั้งสองเทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนกันได้ เพราะทำงานคนละชั้นผิว แพทย์จะประเมินเป็นรายบุคคลว่าแบบไหนเหมาะที่สุดสำหรับโครงหน้าแต่ละคนครับ
Emface กับ Ulthera แบบไหนเหมาะกับใคร ?
Emface กับ Ulthera เป็นเครื่องยกกระชับผิวที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแตกต่างกัน โดยสามารถเลือกได้ตามลักษณะปัญหาผิวของแต่ละบุคคลครับ
Emface เหมาะกับ
- คนที่ต้องการกระชับกล้ามเนื้อใบหน้าให้แข็งแรงขึ้น
- คนที่อายุ 25 ปีขึ้นไป เริ่มมีสัญญาณผิวตกเล็กน้อย
- คนที่อยู่ระหว่างการพักหน้าจากการฉีดโบท็อกซ์ หรือมีอาการดื้อโบท็อกซ์
- คนที่ผิวหย่อนคล้อย ระดับน้อย-ปานกลาง
- คนที่คิ้วตกเล็กน้อย หน้าผากเริ่มหย่อน
- คนที่ใบหน้าดูไม่สดใส ต้องการให้กล้ามเนื้อใบหน้าทำงานดีขึ้น
- คนที่ต้องการความเป็นธรรมชาติ ไม่อยากหน้าแข็ง
- คนที่อยากยกกระชับหน้าแต่กลัวเจ็บ ไม่มีเวลาพักฟื้น
- คนที่มีไขมันบนหน้าน้อย หน้าตอบ แก้มตอบ
Ulthera เหมาะกับ
- คนที่ต้องการยกชั้นผิวชั้นลึก เห็นผลชัดและนาน
- คนที่อายุ 25 ปีขึ้นไป ที่เริ่มมีความหย่อนคล้อยชัดเจน
- คนที่แก้มตก กรอบหน้าไม่ชัด มีเหนียง
- คนที่ต้องการผลลัพธ์ยกกระชับใกล้เคียงการผ่าตัด
- คนที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลาง-มาก
- คนที่ต้องการผลลัพธ์นาน 1 ปี ไม่ต้องทำซ้ำบ่อย
- คนที่ต้องการให้กรอบหน้าชัดขึ้นแบบเห็นได้ชัดเจน
Emface กับ Ulthera ทำตำแหน่งไหนได้บ้าง ?

Emface กับ Ulthera สามารถทำได้หลายตำแหน่งครับ เช่น
Emface นิยมทำตำแหน่ง
- หน้าผาก ยกคิ้ว คิ้วตกดีขึ้น
- ขมับและหางตา หน้าดูสดใส ตาไม่ตก
- แก้มส่วนบน ให้ใบหน้าดูยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- ร่องข้างจมูก ผิวแน่นขึ้น
Emface ไม่เหมาะกับบริเวณที่ไขมันเยอะหรือหย่อนคล้อยมาก เช่น คาง กรอบหน้า และลำคอ เพราะพลังงานไม่ได้ลงลึกถึง SMAS ครับ
Ulthera นิยมทำตำแหน่ง
- กรอบหน้า ลดความหย่อนคล้อย
- แก้มส่วนล่าง แก้แก้มตก ปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น
- คาง/ใต้คาง ลดคางสองชั้น ยกกระชับแนวคอ
- หางตา ยกคิ้ว เปิดหางตา
- ลำคอ กระชับคอหย่อน
Emface กับ Ulthera แบบไหนยกหน้าได้ดีกว่ากัน ?
ถ้าเทียบเรื่องผลลัพธ์การยกกระชับหน้า จะเห็นความต่างกันชัดเจนครับว่า Ulthera ยกได้ดีและยกได้ลึกกว่า เพราะ พลังงานลงถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการดึงหน้า จึงให้ผลลัพธ์ของการยกชัดเจนและอยู่ได้นานกว่า
ส่วน Emface จะเน้นกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าบางมัด ที่มีหน้าที่ยกพยุงผิวตามธรรมชาติ ทำให้ผิวดูเฟรชขึ้น หน้ายกนิด ๆ เหมือนใบหน้าที่ได้พักผ่อนเต็มที่ แต่ระดับการยกจะไม่เท่า Ulthera และไม่สามารถแก้เคสหย่อนคล้อยลึกได้ดีเท่าเครื่อง Ulthera ครับ
ทำ Emface กับ Ulthera ร่วมกันได้ไหม ?
Emface กับ Ulthera สามารถทำร่วมกันได้ครับ เพราะทั้งสองเครื่องทำงานคนละชั้นผิว
- Ulthera ช่วยยกกระชับในชั้นลึกถึง SMAS ทำให้กรอบหน้าชัด แก้มยก
- Emface ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าที่ใช้ยกผิว พร้อมทำให้ผิวแน่น กระชับ และสดใสขึ้น
เมื่อทำร่วมกันผลลัพธ์จะเหมือน “ยกทั้งชั้นลึก + กระชับชั้นตื้น” จึงได้ผลยกกระชับที่ชัดและอยู่ได้นานขึ้น อีกข้อดีคือ Emface ไม่เจ็บ ไม่บวม และไม่ต้องพักฟื้น จึงใช้เสริมผล Ulthera ได้ดีในช่วงดูแลผิวหลังการยิงอัลตราซาวด์ครับ
ระหว่าง Emface กับ Ulthera อะไรเจ็บกว่ากัน ?
Ulthera เจ็บกว่า Emface ครับ เพราะทั้งสองเทคโนโลยีลงลึกไม่เท่ากันและกระตุ้นชั้นผิวคนละระดับ
- Ulthera เจ็บกว่า เพราะลงถึงชั้น SMAS ทำให้รู้สึกเจ็บ แสบร้อน หรือจี๊ด ๆ โดยเฉพาะกราม แก้มล่าง และใต้คาง
- Emface เจ็บน้อย ไม่ต้องทายาชา รู้สึกตึง ๆ หรือกระตุกเบา ๆ คล้ายการนวดกระตุ้นกล้ามเนื้อ
อ่านบทความเพิ่มเติม : หลังทำ Ulthera บวมกี่วัน ? กี่วันหน้าเข้า ? ห้ามทำอะไรบ้าง ?
Emface กับ Ulthera ทำกี่ครั้งถึงเห็นผล ?
- Emface ควรทำ 4 ครั้ง ห่างกัน 1 สัปดาห์ จากนั้นทำเดือนละครั้ง เพื่อให้กล้ามเนื้อใบหน้าแข็งแรงขึ้น
- Ulthera ทำเพียง 1 ครั้ง ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นในช่วง 2-3 เดือน
Emface กับ Ulthera ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน ?
- Emface อยู่ได้นาน 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับการแสดงสีหน้า กล้ามเนื้อใบหน้า และอายุผิวในแต่ละบุคคล
- Ulthera อยู่ได้นาน 1 ปี สามารถทำซ้ำปีละครั้งเพื่อคงผลลัพธ์
รีวิวผลลัพธ์หลังทำ Emface กับ Ulthera
ผลลัพธ์หลังทำ Emface กับ Ulthera จะต่างกันพอสมควรครับ เพราะทั้ง 2 ตัวทำงานคนละชั้นผิว Emface จะเน้นกระตุ้นกล้ามเนื้อ ทำให้หน้าดูเฟรชขึ้น แก้มบนยก ส่วน Ulthera จะเน้นยกผิวชั้นลึก กรอบหน้าชัด แก้มล่างยก
รีวิวผลลัพธ์หลังทำ Emface
หลังทำ Emface ผิวจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นธรรมชาติแบบไม่ได้รู้สึกว่ายกขึ้นทันที แต่จะรู้สึกเหมือนหน้าเฟรชขึ้นเหมือนได้พักผ่อนเต็มที่ ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นหลังทำ 2-4 ครั้ง โดยคนไข้จะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของผิวดังนี้ครับ
- กล้ามเนื้อใบหน้าบางมัดทำงานดีขึ้น ใบหน้าดูยกขึ้นนิด ๆ
- คิ้วดูยกขึ้นเล็กน้อย หางตาดูเปิด
- แก้มส่วนบนดูฟูขึ้น ทำให้หน้าไม่ตอบ
- ผิวแน่นขึ้น เนียนขึ้น รูขุมขนละเอียดขึ้น
- หน้าไม่แข็ง ไม่ปลอม เพราะไม่ใช่การเติมสารอะไรเข้าไป
รีวิวผลลัพธ์หลังทำ Ulthera
รีวิวผลลัพธ์ก่อน – หลังทำ Ulthera ที่ V Square Clinic




*ผลจากการเข้ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
ผลลัพธ์หลังทำ Ulthera จะชัดกว่า Emface เพราะเป็นการยกชั้นลึก คนไข้ส่วนใหญ่จะเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนบริเวณกรอบหน้าและแก้มล่าง โดยผลลัพธ์ที่สังเกตได้ชัดหลังทำทันทีมีดังนี้ครับ
- กรอบหน้าคมขึ้น
- แก้มล่างยกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- คางสองชั้นลดลง
- ใบหน้าดูเรียวยาวขึ้นตามธรรมชาติ
- หางตาและคิ้วยกเล็กน้อย
- ผิวแน่นกระชับขึ้นเรื่อย ๆ ใน 2-3 เดือน


ดูรีวิว Ulthera ก่อน-หลังทำ เพิ่มเติม คลิก!

ทำ Emface กับ Ulthera ราคาเท่าไหร่ ?
Emface ราคาเริ่มต้น 15,000.-/ครั้ง ส่วน Ulthera ราคาเริ่มต้น 26,000.-/200 Line ครับ โดยจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ตำแหน่งที่ทำ, จำนวนช็อตที่ใช้, โปรโมชันของแต่ละคลินิก และประสบการณ์ของแพทย์
โปรโมชัน Ulthera ราคาพิเศษ จาก V Square Clinic

ทำ Emface กับ Ulthera ที่ไหนดี ต้องพิจารณาอะไรบ้าง ?

การเลือกคลินิกทำ Emface กับ Ulthera ที่ไหนดี ? ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ราคา แต่ควรพิจารณาหลายปัจจัยเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ชัดเจนและปลอดภัยครับ
- แพทย์ผู้ทำมีใบประกอบวิชาชีพชัดเจน และผ่านการเทรนเครื่องอุปกรณ์ Ulthera/Emface โดยตรง
- เครื่องที่ใช้เป็นของแท้ มีเอกสารการรับรอง เช่น สติกเกอร์ QR Code ตรวจสอบได้
- คลินิกมีรีวิว Before-After จริง และมีภาพชัดเจน
- สภาพคลินิกสะอาด ถูกสุขอนามัย มีใบอนุญาตเปิดกิจการติดชัดเจน
- มีการประเมินรูปหน้า วิเคราะห์ปัญหาอย่างละเอียดก่อนเริ่มหัตถการ
- มีการออกแบบโปรแกรมให้เหมาะกับแต่ละบุคคล ไม่ใช่โปรแกรมเดียวใครก็ทำได้
- ราคาอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมกับมาตรฐานตลาด ไม่ถูกเกินจนผิดปกติหรือแพงจนเกินไป
- มีบริการติดตามดูแลหลังทำ เช่น ตรวจผล ให้คำแนะนำการดูแลผิว และให้คำปรึกษาหลังทำเสร็จ
- อยู่ในโลเคชั่นที่สะดวก ให้เดินทางได้ง่าย มีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ที่จอดรถ สถานที่ปลอดภัย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Emface กับ Ulthera (FAQ)
Emface กับ Ulthera สามารถทำพร้อมกันในวันเดียวได้ไหม ?
ได้ครับ เพราะทั้ง 2 เครื่องทำงานคนละชั้นผิว โดยแพทย์มักเริ่มจาก Ulthera ก่อน เพื่อยกชั้นลึก จากนั้นทำ Emface เพื่อเสริมการยกชั้นตื้นและกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้า ทำให้ผลลัพธ์ดูชัดและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น
Emface กับ Ulthera อันไหนยกหน้าได้ดีกว่ากัน ?
Ulthera ยกหน้าได้แรงและลึกกว่าครับ เพราะยิงถึงชั้น SMAS ส่วน Emface จะเน้นความเฟรชของใบหน้า เหมาะกับเคสเริ่มหย่อนเล็กน้อย
Emface ช่วยลดไขมัน ทำให้หน้าเรียวได้ไหม ?
ไม่ครับ Emface ไม่ได้ช่วยสลายไขมัน แต่ทำให้กล้ามเนื้อยกตัวดีขึ้น ใบหน้าดูสดใสและกระชับมากขึ้นเท่านั้น ถ้าคนไข้ต้องการลดไขมันเหนียง กรอบหน้าชัด หน้าแน่น การทำ Ulthera จะตอบโจทย์กว่าครับ
หลังทำ Emface กับ Ulthera พักฟื้นกี่วัน ? แต่งหน้าได้ไหม ?
หลังทำ Emface กับ Ulthera ไม่จำเป็นต้องพักฟื้นครับ ไม่มีแผล ไม่มีเลือดออก คนไข้สามารถแต่งหน้า ทาครีมได้ตามปกติ
Ulthera ทำแล้วหน้าบางไหม ?
Ulthera ไม่ได้ทำให้หน้าบางครับ กลับกันยิ่งช่วยเสริมให้ผิวแข็งแรงขึ้น เพราะมีการกระตุ้มคอลลาเจนใหม่ จึงทำให้ผิวแน่น กระชับ และเฟิร์มขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย ร่องลึกในอนาคตได้ด้วยครับ
สรุป ระหว่าง Emface กับ Ulthera แบบไหนคุ้มค่า ? ทำอะไรดี ?
Emface กับ Ulthera เป็นเครื่องยกกระชับที่เหมาะกับปัญหาและชั้นผิวที่ต่างกัน ความเหมาะสมในการเลือกใช้ จึงขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและความต้องการของแต่ละบุคคลครับ
- ต้องการยกหน้านิด ๆ หน้าเฟรช ไม่เจ็บ Emface ตอบโจทย์
- ต้องการยกผิวชั้นลึก หน้าแน่น ลดเหนียง กรอบหน้าชัด Ulthera จะตอบโจทย์
อย่างไรก็ตาม ทั้ง Emface กับ Ulthera สามารถทำร่วมกันได้เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น โดยควรปรึกษาแพทย์ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพผิว และความต้องการของแต่ละบุคคลครับ



