
Ulthera ยกกระชับ ลดริ้วรอย ไม่ต้องผ่าตัด
Ulthera คือเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ช่วยฟื้นความกระชับได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์ที่ลงลึกถึงชั้น SMAS (ชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ดึงตอนทำ Facelift) ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ยกผิวให้ดูเฟิร์มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ในบทความนี้หมอจะพาไปรู้จัก Ulthera แบบครบทุกมุม ทั้งวิธีทำงาน ข้อดี เหมาะกับใคร ราคาเท่าไหร่ และวิธีเลือกคลินิกที่ปลอดภัยและเห็นผลจริงครับ
(พญ.ธนิสา สุภัทรกุล เลข ว.47870)

สารบัญ Ulthera
Ulthera คืออะไร ? ช่วยยกกระชับได้อย่างไร ?

Ulthera (อัลเทอร่า) คือเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นเสียงอัลตราซาวนด์แบบโฟกัส (Microfocused Ultrasound) ที่สามารถปล่อยพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นผิวเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า ช่วยให้ผิวยกกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัดครับ
Ulthera จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติ ทำให้ผิวค่อย ๆ กระชับ เรียบเนียน มีความแน่นขึ้น ในช่วง 2-3 เดือน และเห็นผลเต็มที่ใน 3-6 เดือน อยู่ได้นาน 1 ปี
ปัจจุบัน Ulthera มีการใช้งานแล้วมากกว่า 1.5 ล้านเคสทั่วโลก จึงมั่นใจได้ว่าเป็นหนึ่งในหัตถการยอดนิยมที่ทั้งแพทย์และคนไข้ไว้วางใจครับ
หลักการทำงานของ Ulthera

Ulthera ทำงานโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงแบบเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) ยิงพลังงานผ่านหัวยิง (Transducer) ลงสู่ใต้ผิวในระดับความลึกต่างกัน ได้แก่ 1.5 mm, 3.0 mm และ 4.5 mm ซึ่งสามารถลงลึกถึงชั้น SMAS ได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
พลังงานจะเปลี่ยนเป็นจุดความร้อนขนาดเล็ก ประมาณ 60-70°C ทำให้เนื้อเยื่อใต้ผิวเกิดการหดตัวทันที และกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติ ส่งผลให้ผิวแน่น กระชับ และเรียบเนียนขึ้นครับ
ยิงลึกแค่ไหน ? มีหัวยิงมีกี่ระดับ ?

Ulthera สามารถยิงพลังงานได้ลึกครอบคลุมทุกชั้นผิว ด้วยหัวที่มีความลึกต่างกัน 3 ระดับ เพื่อให้เหมาะกับปัญหาเฉพาะแต่ละตำแหน่ง ได้แก่
- หัว 1.5 mm เหมาะสำหรับผิวชั้นตื้น เช่น ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) และหนังแท้ (Dermis) ใช้ลดริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตา ใต้ตา หรือหน้าผาก
- หัว 3.0 mm ยิงลึกถึงชั้นไขมันใต้ผิว (Subcutis) ซึ่งมีคอลลาเจนแนวตั้ง ช่วยยกกระชับผิวบริเวณกรอบหน้า ลดความหย่อนคล้อย และสามารถยิงถึงชั้น SMAS ได้ในบางจุดที่ผิวบาง
- หัว 4.5 mm ยิงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นโครงสร้างกล้ามเนื้อใต้ผิวหนังเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า เหมาะกับการยกกระชับแก้ม เหนียง และลำคอให้เห็นผลชัดเจน
การใช้หัวยิงแต่ละขนาดจะถูกออกแบบเฉพาะเคส ขึ้นอยู่กับปัญหาผิว ความหนาของเนื้อเยื่อ และผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยแพทย์จะประเมินอย่างละเอียดก่อนทำทุกครั้งครับ
Ulthera ช่วยอะไรได้บ้าง ?
อัลเทอร่า (Ulthera) เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ที่สามารถช่วยแก้ปัญหาผิวหน้าและลำตัวได้หลายด้าน ดังนี้ครับ
- ยกกระชับหน้า ที่หย่อนคล้อย ทั้งแก้ม กรอบหน้า คอ และเหนียง
- ลดเลือนริ้วรอย ร่องแก้ม มุมปาก หน้าผาก และรอบดวงตา
- ปรับรูปหน้าให้เรียวชัด (V-shape) ด้วยการยกกระชับโดยไม่ทำให้หน้าตอบ
- ยกกระชับรอบดวงตา ยกคิ้ว เหมาะกับคนที่รู้สึกว่าตาดูอ่อนล้า หางตาตก
- เก็บกรอบหน้าและแนวกราม ให้ดูชัดขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด
- ยกกระชับเนินอก สำหรับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนตรงช่วงอก
- ช่วยแก้ปัญหากรามใหญ่ โดยการกระชับผิวบริเวณกรามให้เรียวขึ้น ทำให้ใบหน้าดูเพรียวและมีมิติมากขึ้น
Ulthera เหมาะกับใครบ้าง ?

Ulthera เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวโดยไม่ผ่าตัด โดยเฉพาะคนที่เริ่มมีปัญหาความหย่อนคล้อยในชั้นลึก เช่น SMAS ซึ่งเป็นชั้นผิวเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้าครับ
กลุ่มที่เหมาะทำอัลเทอร่า ได้แก่
- ผู้ที่มีใบหน้าหย่อนคล้อย แก้มตก เหนียงเริ่มชัด ต้องการยกกระชับให้ดูอ่อนเยาว์
- ผู้ที่อยากปรับรูปหน้าให้มีกรอบหน้าชัด V-shape โดยไม่ศัลยกรรม
- ผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัดหรือพักฟื้นนาน
- ผู้ที่อายุ 30 ปีขึ้นไป ที่เริ่มสูญเสียคอลลาเจนและความยืดหยุ่นของผิว
- ผู้ที่เคยทำ HIFU แล้วรู้สึกผลลัพธ์ไม่ชัดพอ ต้องการผลที่แน่นและอยู่ได้นานขึ้น
Ulthera มีกี่รุ่น ?

ปัจจุบันเครื่อง Ulthera ที่ใช้กันในคลินิกจะมี 2 รุ่นครับ ได้แก่ Ulthera SPT และ Ulthera Prime ซึ่งต่างก็เป็นเครื่องแท้จากสหรัฐอเมริกา ที่มีเทคโนโลยี MFU-V เหมือนกัน แต่มีจุดเด่นเฉพาะตัวในแต่ละรุ่น ดังนี้
Ulthera SPT
Ulthera SPT คือเครื่องอัลเทอร่ารุ่นที่ได้รับการพัฒนาให้สามารถยกกระชับผิวได้ลึกถึงชั้น SMAS ได้อย่างแม่นยำ โดยใช้เทคโนโลยี Real-Time Visualization ที่สามารถแสดงภาพชั้นผิวจริงบนหน้าจอระหว่างทำ ช่วยให้แพทย์เห็นชั้นผิวแต่ละระดับได้อย่างชัดเจน และออกแบบการยิงพลังงานได้ตรงจุด
Ulthera SPT จึงเหมาะสำหรับคนที่ต้องการยกกระชับใบหน้า เหนียง คอ และบริเวณอื่น ๆ แบบตรงจุด เจ็บน้อย และเห็นผลลัพธ์ชัดเจน
Ulthera Prime
Ulthera Prime คือเครื่องอัลเทอร่ารุ่นใหม่ล่าสุดที่ถูกพัฒนาต่อยอดจากรุ่น SPT โดยยังคงเทคโนโลยี MFU-V และระบบ Real-Time Visualization ไว้เหมือนเดิม แต่เสริมความทันสมัยมากขึ้นในหลายด้าน เช่น
- หน้าจอแสดงชั้นผิว คมชัดระดับ Full HD
- ดีไซน์ตัวเครื่องใหม่ ทันสมัย ใช้งานง่าย
- ระบบประมวลผลเร็วขึ้น 20% ทำให้ใช้เวลาทำสั้นลง
- คนไข้รู้สึกสบายขณะทำมากขึ้น เจ็บน้อยลง
แม้จะใช้เวลาน้อยลง แต่ Ulthera Prime ยังให้ผลลัพธ์ยกกระชับที่เทียบเท่ารุ่น SPT ทั้งในแง่ความลึก ความแม่นยำ และความปลอดภัยครับ
Sofwave กับ Ulthera ต่างกันอย่างไร ?
Sofwave และ Ulthera เป็นเทคโนโลยียกกระชับที่ใช้หลักการคล้ายกัน แต่มีความต่างกันดังนี้ครับ
- เทคโนโลยี : Ulthera ใช้ High-Intensity Focused Ultrasound (HIFU) ในขณะที่ Sofwave ใช้ Synchronous Ultrasound Parallel Beam Technology
- ระดับความลึก : Ulthera สามารถยิงลึกถึงชั้น SMAS (4.5 mm) แต่ Sofwave ยิงลึกสุดที่ 1.5 mm
- ระดับความเจ็บ : Sofwave จะเจ็บน้อยกว่า Ulthera
- ระยะเวลาในการทำ : Sofwave ใช้เวลาน้อยกว่า ประมาณ 30-40 นาที ในขณะที่ Ulthera ใช้เวลา 45-60 นาที
- ผลลัพธ์ : Ulthera จะให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่าในการยกกระชับ ส่วน Sofwave จะเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวในระดับตื้นกว่า
ทั้งสองเทคโนโลยีมีข้อดีต่างกัน การเลือกว่าอันไหนเหมาะกับคนไข้ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละบุคคลครับ
สำหรับผู้ที่สนใจเปรียบเทียบ Ulthera กับเทคโนโลยีอื่น สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Ulthera กับ Thermage เพื่อเห็นภาพความแตกต่างที่ชัดเจนยิ่งขึ้นครับ
เปรียบเทียบ Ulthera/Ultraformer III/Thermage/Volnewmer และเครื่องยกกระชับอื่น ๆ
(พญ.วรรณศิลป์ สุขสมานพันธ์ เลข ว.49758)

ปัจจุบันมีเครื่องยกกระชับหลายชนิดให้เลือก ทั้ง Ulthera, Thermage FLX, Ultraformer III, Volnewmer, Morpheus8, Oligio และ Emface ซึ่งต่างมีเทคโนโลยี จุดเด่น และระดับความลึกที่ไม่เหมือนกัน ไปดูกันครับว่าแต่ละเครื่องต่างกันยังไงบ้าง
- Ulthera จะใช้คลื่นเสียง MFU-V ที่สามารถลงชั้นผิวได้ 3 ระดับ คือ 1.5 / 3.0 / 4.5 mm (ลึกถึง SMAS) เหมาะกับคนที่มีผิวหย่อนปานกลาง ต้องการผลใกล้เคียงดึงหน้า โดยไม่ผ่าตัด
- Thermage FLX จะใช้คลื่นความถี่วิทยุ Monopolar RF พลังงานลงลึกถึงชั้นไขมันใต้ผิว โดยจะอยู่ที่ 4.3 mm เหมาะกับคนที่มีผิวหลวม มีไขมันแก้ม เหนียง อยากให้ผิวแน่น เฟิร์ม
- Ultraformer III / Ultraformer MPT จะใช้คลื่นเสียง Ultrasound (HIFU) พลังงานลงชั้นผิวได้ 3 ระดับ คือ 1.5 / 3.0 / 4.5 mm เหมาะกับคนที่ผิวหย่อนเล็กน้อย เก็บกรอบหน้า ต้องการดูแลผิวตั้งแต่เนิ่น ๆ
- Volnewmer จะใช้คลื่นความถี่วิทยุ Monopolar RF พลังงานลงลึกประมาณ 3 mm เหมาะกับคนที่มีผิวบาง เจ็บง่าย มีไขมันแก้ม เหนียงเล็กน้อย
- Oligio ใช้พลังงานคลื่นวิทยุในรูปแบบ Monopolar RF ยิงลึกประมาณ 2-3 mm เหมาะกับคนที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ ผิวไม่แน่น ต้องการฟื้นฟูแบบอ่อนโยน
- Morpheus8 ใช้พลังงาน RF + Microneedle (เข็มเล็ก ๆ ) ยิงลงชั้นผิวลึกประมาณ 0.5-4 mm เหมาะกับคนที่มีผิวหย่อน รอยลึก หลุมสิว ต้องการฟื้นฟูชั้นลึก
- Emface ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ RF+ HIFES เพื่อไปกระตุ้นกล้ามเนื้อผิวหน้า เหมาะกับคนที่อยากยกกระชับกล้ามเนื้อหน้า ไม่ต้องการพักฟื้น
สรุปเลือกเครื่องไหนดี ?
- Ulthera → ยกกระชับผิวชั้นลึก เห็นผลใกล้เคียงดึงหน้า เหมาะกับผู้ที่ผิวหย่อนปานกลาง
- Thermage FLX → ผิวหลวม มีไขมันแก้ม เหนียง อยากให้ผิวแน่นขึ้น
- Ultraformer III → ผิวหย่อนเล็กน้อย เริ่มมีริ้วรอย ต้องการดูแลผิวเนิ่น ๆ
- Volnewmer → ผิวบาง เจ็บง่าย มีไขมันเล็กน้อย ต้องการฟื้นฟูแบบไม่เจ็บ
- Oligio → มีริ้วรอยเล็ก ผิวไม่กระชับ อยากกระตุ้นคอลลาเจนอย่างอ่อนโยน
- Morpheus8 → ลดปัญหาผิวหน้า รอยสิว ริ้วรอย + ลดไขมัน ต้องการกระตุ้นชั้นลึกด้วยเข็ม
- Emface → อยากกระชับกล้ามเนื้อใบหน้า ลดความอ่อนล้าของผิว โดยไม่เจ็บ
หากยังไม่แน่ใจว่าเครื่องไหนเหมาะกับปัญหาผิวของคนไข้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินผิวแบบเฉพาะบุคคล จะช่วยให้เลือกวิธีที่ “ตรงจุด ได้ผล ปลอดภัย และคุ้มค่าที่สุด” ครับ
Ulthera กับ Hifu Ultraformer III ต่างกันยังไง ?

หลายคนอาจสงสัยว่า Ulthera กับ Ultraformer III ที่เป็นเครื่องยกกระชับผิวหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัดนั้น ต่างกันอย่างไร เลือกเครื่องไหนดี ?
เพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น หมอขอสรุปจุดต่างของ Ulthera (อัลเทอร่า) และ Ultraformer (อัลตร้าฟอร์เมอร์) ไว้ในตารางด้านล่างนี้ครับ
| คุณสมบัติ | Ulthera | Ultraformer III |
|---|---|---|
| เทคโนโลยี | MFU-V (Micro Focused Ultrasound with Visualization) | (Hight intensity focus Ultrasound Macrofocus) |
| จุดเด่น | ยิงลึกถึงชั้น SMAS พร้อมหน้าจอแสดงผล Real-Time ช่วยให้แพทย์วางแผนยิงได้แม่นยำ | ยิงลึกถึงชั้น SMAS ครอบคลุมหลายระดับผิว เหมาะกับผู้เริ่มต้นดูแลผิว |
| ระบบแสดงผล | มีหน้าจอแสดงชั้นผิวแบบ Full HD (เฉพาะรุ่น Ulthera Prime) | ไม่มีระบบ Visualization |
| ประสิทธิภาพการยกกระชับ | เห็นผลชัดในเคสผิวหย่อนปานกลาง แก้มตก มีเหนียง | เห็นผลชัดในคนที่ผิวเริ่มหย่อนเล็กน้อย |
| ระยะเวลาผลลัพธ์ | 1 ปี | 5-6 เดือน |
สรุป Ulthera กับ Ultraformer III เลือกแบบไหนดี ?
หากคนไข้ต้องการยกกระชับที่เห็นผลชัดเจนในชั้นลึกโดยเฉพาะชั้น SMAS และมั่นใจว่าเป็นเครื่องแท้ Ulthera จะเหมาะกว่า
แต่หากเริ่มมีปัญหาผิวหย่อนเพียงเล็กน้อย และอยากดูแลผิวในงบประหยัด Ultraformer III หรือ / Ultraformer MPT ก็คุ้มค่าและตอบโจทย์ได้ดีเช่นกันครับ
สามารถอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่นี่ครับ เปรียบเทียบ Ulthera VS Hifu เครื่องยกกระชับยอดนิยม ต่างกันอย่างไร ? เลือกเครื่องไหนดี ?
Ulthera อันตรายไหม ?
Ulthera ไม่อันตรายครับ เป็นหัตถการที่ผ่านการรับรองจากทั้ง U.S. FDA และ อย. ของไทย โดยตัวเครื่องจะปล่อยพลังงานแบบแม่นยำ สม่ำเสมอ ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและยกกระชับผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น
แต่อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยของการทำ Ulthera ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยสำคัญคือ
- เครื่องต้องเป็นของแท้ ที่สามารถตรวจสอบ serial number ได้
- แพทย์ต้องมีประสบการณ์ และรู้วิธีปรับพลังงานให้เหมาะกับชั้นผิวของแต่ละคน
ระวัง Ulthera ปลอม!
ด้วยความนิยมของ Ulthera ทำให้มีเครื่องปลอมในท้องตลาดจำนวนมากครับ เครื่องเหล่านี้ราคาถูก แต่พลังงานที่ปล่อยออกมาไม่แม่นยำ เสี่ยงทำให้ผิวไหม้ บวม หรือเกิดแผลถาวรได้
สัญญาณเตือนเครื่องปลอม เช่น
- ราคาโปรโมชั่นต่ำผิดปกติ เช่น Ulthera 300 line ราคาไม่ถึง 20,000 บาท
- โปรบุฟเฟ่ต์ ยิงไม่จำกัดไลน์
- ไม่แสดงชื่อเครื่องและจำนวน line อย่างชัดเจน
Ulthera ของแท้จะมีต้นทุนต่อไลน์ (line-based cost) และไม่สามารถยิงได้เกินจากที่กำหนดไว้ในหัวเครื่อง หากยิงไม่จำกัด แปลว่าอาจมีการดัดแปลงหรือใช้หัวปลอม ซึ่งเสี่ยงมากครับ
ผลข้างเคียงจากการทำ Ulthera
Ulthera ของแท้ที่ยิงโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ แทบไม่มีผลข้างเคียงรุนแรงเลยครับ สิ่งที่อาจพบได้เล็กน้อย ได้แก่
- รอยแดงชั่วคราว หายได้ใน 1-2 ชั่วโมง
- บวมเล็กน้อย หายภายใน 1-2 สัปดาห์ ไม่กระทบการใช้ชีวิต
แต่หากใช้เครื่องปลอม อาจเกิดปัญหา เช่น
- พลังงานไม่สม่ำเสมอ ยิงแรงเกิน → ผิวไหม้/เป็นแผล
- แพทย์ไม่กล้าใช้พลังงานที่เพียงพอ → ไม่เห็นผลเลย
Checklist วิธีตรวจสอบเครื่อง Ulthera แท้

- ตรวจสอบรายชื่อคลินิกจากเว็บไซต์ Merz Aesthetics
- มีสติกเกอร์ Merz check สีทอง ติดอยู่บริเวณหน้าจอเครื่อง เมื่อสแกนจะแสดงผลชื่อคลินิก
- หน้าจอเครื่องแสดงผลการสแกนชั้นผิวแบบ Real time
- มีใบประกาศนียบัตร Certificate of Authenticity
- มีการระบุชื่อคลินิกชัดเจน และ Serial number จะต้องตรงกับด้านหลังเครื่อง
- มีสติกเกอร์ Certificate ติดที่กระจกด้านหน้าคลินิก
- มีโล่เพชร Authenticity
- มีหมุด Ultherapy Prime บริเวณหน้าคลินิก
- Ulthera ราคาไม่ต่ำเกินจริง และระบุจำนวน Line ชัดเจน
Ulthera ดีไหม ?

Ulthera เป็นเทคโนโลยียกกระชับที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันครับ แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือ Ulthera ดีจริงหรือไม่ ? หมอขอตอบว่า Ulthera นั้นมีข้อดีหลายประการครับ
เหตุผลที่ควรดูแลผิวด้วยโปรแกรม New Ulthera SPT
- ช่วยยกกระชับผิว สร้างคอลลาเจน อีลาสติน โดยไม่ต้องผ่าตัด ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ
- พลังงานลงลึกถึงผิวชั้นกล้ามเนื้อ SMAS ชั้นเดียวกับศัลยกรรมดึงหน้า
- เลือกหัวยิงได้ตามปัญหา แม่นยำ ตรงจุด ครอบคลุมทุกชั้นผิว
- หลังทำเห็นผลลัพธ์ชัดเจนทันทีประมาณ 30%
- เห็นผลนาน 1 ปี ป้องกันความหย่อนคล้อยของผิวในอนาคต
- ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น
- ได้รับการรับรองจาก FDA
อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของ Ulthera จะขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของแพทย์ และการใช้เครื่องที่ได้มาตรฐานด้วยครับ
Ulthera ทำตำแหน่งไหนได้บ้าง ?

Ulthera ทำได้หลายตำแหน่งครับ ตั้งแต่ใบหน้า ร่องแก้ม ร่องมุมปาก หางตา หางคิ้ว รอบดวงตา กรอบหน้า และคอ เหมาะกับคนที่ต้องการยกกระชับ ปรับรูปหน้า ลดริ้วรอย ให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ต้องการผ่าตัด
- ใบหน้า : ช่วยทำให้กรอบหน้าชัดขึ้น ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้น และยังช่วยลดปัญหาหย่อนคล้อยของผิว ผิวจะดูฟูขึ้น
- Ulthera ใต้ตา หรือ Ulthera รอบดวงตา ช่วยยกหางคิ้ว ยกหางตา ทำให้ตาโตขึ้นดูเด็ก สดใส
- ใต้คาง ลำคอ เหนียง : ช่วยเรื่องฟื้นฟูผิวและบริเวณเนินอกให้ตึงกระชับ
- หน้าอก : สามารถยกกระชับผิวบริเวณเนินอกที่หย่อนคล้อย ให้เต่งตึง และเรียบเนียนขึ้นได้
- ท้องแขน และ หน้าท้อง : ช่วยเพิ่มความกระชับ ลดความย้วยและหย่อนคล้อยของผิวได้
Ulthera ทำกี่ไลน์ ถึงจะเห็นผล ?

Ulthera ทํากี่ช็อต ? ขึ้นอยู่กับปัญหา สภาพผิวหน้า และบริเวณที่ต้องการจะยกกระชับครับ โดยหมอจะเริ่มต้นที่ Ulthera 300 line ในกรณีที่มีความหย่อนคล้อยมาก หรือต้องการทำทั่วหน้า ยกเก็บกรอบหน้า ต้องใช้จำนวน line ที่เพิ่มมากขึ้นครับ
- รอบดวงตา ประมาณ 200 Line
- แก้ม ประมาณ 300 line
- แก้ม + เหนียง ประมาณ 500 Line
- ทั่วหน้า ประมาณ 700 Line
- ทั่วหน้า + ลำคอ ประมาณ 1,000 Line
ทำ Ulthera แล้วไม่เห็นผล เพราะอะไร ?
โดยทั่วไป Ulthera จะเริ่มเห็นผลประมาณ 1-2 เดือน และจะชัดเจนที่สุดในช่วง 3 เดือนครับ แต่ถ้าทำแล้วไม่เห็นผล อาจเกิดจากปัจจัยเหล่านี้
- ใช้เครื่องปลอมไม่ได้มาตรฐาน พลังงานจะไม่เสถียร ยิงไม่ถึงชั้นเป้าหมาย และเสี่ยงต่อผลข้างเคียง เช่น หน้าไหม้ หรือบวมผิดปกติครับ
- ยิงจำนวน Line ไม่เพียงพอ ถ้ายิงน้อยเกินไป ไม่ครอบคลุมทุกจุดที่มีปัญหา จะไม่สามารถยกกระชับได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณกรอบหน้า เหนียง หรือร่องแก้มลึก ๆ
- ความคาดหวังไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะ Ulthera เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยปานกลาง ถ้ามีไขมันสะสมเยอะ หรือผิวหย่อนคล้อยมาก อาจต้องใช้หัตถการอื่นร่วมด้วย เช่น Thermage, HIFU หรือฟิลเลอร์ เพื่อให้ผลลัพธ์ดูชัดขึ้น
- เทคนิคการยิงของแพทย์ ยิงไม่ตรงชั้นผิว ผลลัพธ์ก็จะไม่ชัดเจน เพราะ Ulthera ต้องอาศัยการประเมินใบหน้าแบบเฉพาะบุคคล และยิงด้วยเทคนิคที่แม่นยำ เพื่อให้พลังงานลงลึกถูกตำแหน่ง
Ulthera ทำร่วมกับหัตถการอะไรได้บ้าง ? ทำอันไหนก่อน ?
ข้อดีของเครื่อง Ulthera คือสามารถทำร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ได้ครับ เช่น ฟิลเลอร์, โบท็อก, เมโสแฟต, ร้อยไหม, Collagen Biostimulator, Skin Booster และ Thermage เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและเห็นผลไวยิ่งขึ้น ซึ่งหมออาจจะแนะนำดังนี้ครับ Ulthera > Botox หรือ Filler หรือหัตถการอื่น ๆ
เหตุผลที่ควรทำ Ulthera ก่อน
- Ulthera เป็นการยกกระชับผิวในระดับลึก ซึ่งอาจส่งผลต่อตำแหน่งของ Filler ที่ฉีดไว้ก่อนหน้า
- การทำ Ulthera ก่อนจะช่วยให้เห็นผลการยกกระชับที่ชัดเจน ทำให้การฉีด Botox และ Filler มีความแม่นยำมากขึ้น
หลังจากทำ Ulthera แล้ว ควรรอประมาณ 2-4 สัปดาห์ก่อนทำ Botox และ Filler หรือหัตถการอื่น ๆ เพื่อให้ผิวได้พักฟื้น และเห็นผลลัพธ์จาก Ulthera ชัดเจนขึ้นครับ
ทั้งนี้ลำดับในการทำจะขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการทำหัตถการที่เหมาะสมกับสภาพผิวและความต้องการของคนไข้ครับ
ข้อดีการทำ Ulthera

โปรแกรม Ulthera ดีอย่างไร ?
- แม่นยำ ตรงจุด ใช้พลังงานจากคลื่นอัลตราซาวด์ ยิงลงลึกถึงใต้ผิวหนังชั้น smas (ชั้นเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า) ได้ผลแม่นยำ ตรงจุด โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น
- ยกกระชับผิว เหมาะกับผู้ที่มีผิวหน้าหย่อนคล้อย มีริ้วรอย ต้องการยกกระชับผิว และปรับรูปหน้าให้มีกรอบหน้าชัด และผิวเรียบเนียน
- ผลลัพธ์ชัดเจน หลังทำ ผิวหน้ายกกระชับขึ้น ริ้วรอยจางลง ใบหน้าดูอ่อนเยาว์อย่างเห็นผล จากการกระตุ้นเนื้อเยื่อและสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่
- ปลอดภัย ใช้เครื่องแท้ ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ U.S. FDA และทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น
- เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก ผิวยกกระชับขึ้นใน 1-2 เดือน อยู่ได้นาน 1 ปี
ข้อเสียการทำ Ulthera
- ระหว่างทำ Ulthera จะรู้สึกเจ็บครับ จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
- ราคาที่ค่อนข้างสูง แต่ทำแล้วอยู่ได้นาน 1 ปี หมอจึงแนะนำให้ทำปีละครั้งครับ เทียบกับเครื่องมือยกกระชับอย่าง Hifu ที่ทำ 3-4 เดือนครั้ง แม้อัลเทอร่าจะมีราคาสูงกว่า แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าครับ
การเตรียมตัวก่อนทำ Ulthera
ก่อนทำ Ulthera ไม่ต้องเตรียมตัวมากครับ เพราะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น คนไข้สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ แจ้งข้อมูลโรคประจำตัว ประวัติผ่าตัด หรือการทำหัตถการบนใบหน้าที่ผ่านมา เพื่อให้แพทย์ประเมินความเหมาะสม และวางแผนจำนวน Line ที่จะยิงให้เหมาะกับโครงหน้า
ถ้าไม่มีข้อห้ามหรือปัญหาสุขภาพเฉพาะ ก็สามารถเริ่มทำ Ulthera ได้เลยในวันเดียวกันครับ
ขั้นตอนการทำ Ulthera

ขั้นตอนการทำ Ulthera ใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที โดยมีลำดับขั้นตอนดังนี้ครับ
- แพทย์ตรวจสภาพผิวหน้า ประเมินความหย่อนคล้อย และวางแผนยิงพลังงานตามจุดที่เหมาะสม
- ทำความสะอาดผิว แล้วแปะยาชาประมาณ 30-45 นาที
- เริ่มทำ Ulthera โดยยิงคลื่นเสียงลงชั้นลึกเพื่อกระตุ้นการยกกระชับ
- หลังทำเสร็จสามารถกลับบ้านได้ทันที โดยอาจมีอาการบวมเล็กน้อยซึ่งจะค่อย ๆ หายไปใน 2-3 วัน
วิธีดูแลตัวเองหลังทำ Ulthera

หลังทำ Ulthera สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้เลยครับ ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น แต่อยากแนะนำให้ดูแลตัวเองตามนี้ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด
- แต่งหน้า ทาครีมบำรุงได้ตามปกติ
- ทาครีมกันแดด SPF สูงทุกวัน
- หลีกเลี่ยงการนวดหน้าแรง ๆ
- งดออกแดดจัดหรือเผชิญแสงแดดโดยตรง
- งดซาวน่า สตรีม อบไอน้ำ และการใช้ความร้อนบนผิว
- งดทำเลเซอร์ร้อนลงลึก เช่น RF เป็นเวลา 1 เดือน
หากดูแลตัวเองตามคำแนะนำนี้ ผลการยกกระชับจะชัดเจนขึ้น และอยู่ได้นานยิ่งขึ้นครับ
Ulthera ราคาเท่าไหร่ ?
Ulthera ราคา ถือว่าคุ้มค่าครับ เป็นทางเลือกให้สำหรับคนที่ไม่อยากผ่าตัด ไม่มีเวลาพักฟื้น หรือกลัวเข็ม ถ้าอยากรักษาผลลัพธ์ไว้ให้อยู่ได้นาน ก็สามารถมาทำซ้ำได้เรื่อย ๆ
Ulthera ราคา โปรโมชั่น


รีวิว Ulthera ก่อน-หลังทำ จากผู้ใช้บริการจริง
ตัวอย่างรีวิว Ulthera ยกกระชับหน้า ที่ V Square Clinic







คลิกดูรีวิวผลลัพธ์หลังทำ Ulthera

ทำ Ulthera ที่ไหนดี ?

การทำ Ulthera ให้ได้ผลและปลอดภัย ไม่ใช่แค่เลือกเครื่องแท้เท่านั้นครับ แต่ต้องดูคลินิกและแพทย์ประกอบด้วย ลองเช็ก 5 ข้อนี้ก่อนตัดสินใจ
- คลินิกถูกกฎหมาย มีใบอนุญาตประกอบการจากกระทรวงสาธารณสุข ตรวจสอบได้จริง มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ไม่ใช่คลินิกเถื่อน
- แพทย์เชี่ยวชาญ Ulthera โดยเฉพาะ มีประสบการณ์ในการวางแผนไลน์ยิงและประเมินชั้นผิวแต่ละเคส เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาชัดเจน
- ใช้เครื่อง Ulthera แท้ 100% สังเกตจากจอ Visualization, โลโก้ Ultherapy, ใบรับรอง Merz Aesthetics และ Serial Number คนไข้สามารถเช็กคลินิกที่ใช้ เครื่อง Ulthera แท้ ได้ที่ https://www.merzaesthetics.co.th/
- ราคาเหมาะสม ไม่ถูกเว่อร์ หากเจอโปร “ไม่จำกัดไลน์” หรือ “ราคาต่ำกว่าทุน” มักเป็นเครื่องปลอมหรือเครื่องเลียนแบบ (เช่น UltraX, Ultralift)
- มีรีวิว Before-After จากคนไข้จริง หลากหลาย โดยเฉพาะวิดีโอรีวิวจากผู้ใช้บริการจริงในช่วงอายุใกล้เคียงกับเรา เพื่อประเมินผลลัพธ์ที่คาดหวังได้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Ulthera
Ulthera เจ็บไหม ?
Ulthera เจ็บไหม การทำ Ulthera เจ็บครับ เนื่องจากจุด focus มีขนาดใหญ่ จึงรู้สึกปวด ๆ หน่วง ๆ ที่ชั้นกล้ามเนื้อใต้ผิว เพื่อให้ได้ผลอยู่ได้นานเป็นปี แพทย์จะปรับพลังงานสูงขึ้น แลกกับระดับความเจ็บที่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งระดับ
หากสามารถทนความเจ็บที่เพิ่มขึ้นได้ จะเห็นผลที่ชัดเจนและอยู่ได้นานมากขึ้นครับ สำหรับในบางเคสที่ทำแล้วทนเจ็บไม่ไหว หมอจะทำการปรับลดพลังงานลง แต่ผลที่ได้จะอยู่ได้ไม่ถึง 1 ปี
Ulthera อยู่ได้นานแค่ไหน ?
Ulthera อยู่ได้นาน 1 ปี แต่ต้องแลกมาด้วยความเจ็บ ถ้าคนไข้สามารถทนเจ็บไหวก็จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ดีขึ้นและอยู่ได้นานขึ้นครับ
หลังทํา Ulthera หน้าบวมกี่วัน ?
อาการบวม หน้าบวมหลังทำ Ulthera เกิดได้เป็นปกติ สามารถหายได้เองใน 1-2 อาทิตย์ ครับ
หลังทำ Ulthera กี่วันเห็นผล ?
หลังทำ Ulthera จะเห็นการเปลี่ยนแปลงประมาณ 30% โดยชั้นผิวจะหดตัวจากความร้อนที่ Focus ลงใต้ผิว จากนั้นผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ ตามคอลลาเจนใหม่ที่สร้างขึ้นมา ผิวจะกระชับขึ้นใน 1-2 เดือน และเมื่อผ่านไป 2-3 เดือน จะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
Ulthera ต้องทำกี่ครั้ง ?
การทำ Ulthera 1 ครั้งสามารถคงผลลัพธ์ได้ 1 ปี ดังนั้นแนะนำให้ทำ 1 ครั้งต่อปีครับ เพื่อคงความอ่อนเยาว์ ทั้งนี้ก็สามารถกลับมาทำซ้ำก่อน 1 ปี หรือ 2 ปี ครั้งก็ได้ครับ ขึ้นอยู่กับสภาพความหย่อนคล้อยของผิวแต่ละบุคคล และการตอบสนองต่อการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย
สรุป Ulthera ควรค่าแก่การทำไหม ?
เมื่ออายุเริ่มมากขึ้น ปัญหาความหย่อนคล้อย ริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้าก็พบได้มากขึ้นครับ การทำ Ulthera เป็นเทคโนโลยียกกระชับ สามารถดึงหน้าให้ยกกระชับขึ้น ลดริ้วรอยบนใบหน้าได้โดยไม่ต้องผ่าตัด และยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้นได้ครับ
แต่เนื่องจากปัจจุบันเครื่องมือยกกระชับมีหลายแบบ Ulthera / Hifu / Thermage จะเลือกวิธีไหนดี ในเบื้องต้นสามารถให้แพทย์ประเมินก่อนได้ครับ เพื่อการแก้ปัญหาได้ตรงจุด ผลลัพธ์ดี เหมาะสมกับงบประมาณและตรงกับความต้องการของคนไข้ครับ
อ้างอิง
- Ultherapy® – FDA-Cleared Non-Invasive Lift
- Kerscher M., et al. Skin physiology and safety of microfocused ultrasound with visualization for improving skin laxity. Clin Cosmet Investig Dermatol. 2019. PMID: 30666145
- Fabi SG., et al. Microfocused ultrasound for lifting and tightening face and neck: results at 6 and 12 months. [PMC source]
- J Clin Aesthet Dermatol. 2021 May 1;14(5):E70–E79. Systematic review. Clinical and safety data supporting Ultherapy (MFU-V) as gold standard for non-surgical lifting. [PubMed Central]
สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้ง 31 สาขา หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ







