Reading Time: 6 minutes

ข้อห้าม หลังฉีดโบท็อก

ในทุกวันนี้การฉีดโบท็อก ( โบทูลินั่ม ท็อกซิน ) เป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากราคาไม่แพง เห็นผลได้อย่างรวดเร็วชัดเจน โดยปรกติจะอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน

คุณหมอได้นำงานวิจัยล่าสุดมาเจาะลึกและสรุปให้ฟังกันในบทความนี้ ในเรื่องวิธีการปฏิบัติตัวทั้งก่อนฉีดและหลังฉีดโบท็อก ซึ่งจะช่วยให้โบท็อกอยู่ได้นานกว่าปรกติ

เพราะหากคนไข้ละเลยการปฏิบัติตัวตามขั้นตอนเหล่านี้ จะส่งผลให้ต้องฉีดโบท็อกบ่อยยิ่งขึ้น นอกจากจะเสียเงินมากขึ้นแล้วยังทำให้ดื้อโบท็อกง่ายขึ้นอีกด้วย

คนไข้ควรศึกษาถึงกลไกการออกฤทธิ์ของโบท็อก เพื่อเข้าใจถึงวิธีปฏิบัติตัวก่อนฉีด-หลังฉีดโบท็อก ว่าทำเพื่ออะไร และจะช่วยให้เราจำได้ง่ายขึ้นด้วย

เซลล์ประสาท

โบท็อก มีลักษณะเป็นโปรตีนในน้ำใส ๆ หลังจากที่ฉีดเข้าสู่บริเวณกล้ามเนื้อแล้ว จะแยกเป็น 2 ส่วน ดังนี้

·         ส่วนที่ 1 เป็นส่วนที่ถูกดูดซึมเข้าไปเก็บเอาไว้ในเซลล์ประสาท เป็นส่วนเดียวเท่านั้นที่จะออกฤทธิ์ หากส่วนนี้มีความเข้มข้นสูงก็จะช่วยทำให้โบท็อกอยู่ได้นานมากยิ่งขึ้น

·         ส่วนที่ 2 เป็นส่วนที่ไม่ถูกดูดซึม ซึ่งจะปลิวไปตามกระแสเลือดภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมงหลังฉีด และในที่สุดจะถูกขับออกไป ไม่มีผลต่อเซลล์อื่น ๆ ของร่างกาย (เสียไปฟรีๆ)

วิธีปฏิบัติตัวก่อนฉีดโบท็อก เพื่อจะทำให้ส่วนที่ 1 เข้มข้นขึ้น และอยู่ได้นานกว่าปกติ รวมทั้งเพื่อจะทำให้โบท็อกส่วนที่ 2 ปลิวไปน้อยที่สุด

1. ควรเลือกฉีดด้วยโบท็อกแท้เท่านั้น

ก่อนฉีดทุกครั้งต้องตรวจสอบว่าเป็น “โบท็อกของแท้” เท่านั้น เนื่องจากโบท็อกแท้จะมีการกระจายตัวต่ำ จะทำให้การปลิวหายไปเกิดขึ้นน้อยลง นั่นคือฉีดจุดไหนจะอยู่จุดนั้น

เพื่อให้มั่นใจว่าฉีดโบท็อกของแท้จริงๆ หากเป็นคลินิกที่ใช้ของแท้ก็จะยินดีให้คนไข้ตรวจสอบได้แน่นอน ดังนั้น

·         ก่อนฉีดควรเตรียมศึกษา วิธีสังเกตโบท็อกแท้ยี่ห้อต่าง ๆ

·         ควรให้คุณหมอแกะกล่องเปิดขวด ผสมโบท็อกให้ดูต่อหน้า

·         หลังฉีดควรขอกล่องและขวดกลับบ้าน หรือถ่ายรูปเก็บไว้ตรวจสอบ

วิธีตรวจสอบโบท็อกแท้-Allergan

เมื่อเทียบกับโบท็อกยี่ห้ออื่น ๆ โบท็อกอเมริกาจะมีค่าการกระจายตัวต่ำที่สุด แต่โบท็อกอเมริการาคาก็จะสูงกว่าเป็นเท่าตัว 

โดยคุณหมอได้เขียนอธิบายไว้โดยละเอียดในบทความเรื่อง แฉหมดเปลือก ! วิธีการเลือกใช้โบท็อก อเมริกา/อังกฤษ/เกาหลี และกลโกงโบท็อก !

2. การผสมน้ำเกลือ

โบท็อกแท้ทุกยี่ห้อ จะไม่มีน้ำ โดยอยู่ในรูปแบบสูญญากาศแห้ง ๆ ตอนที่จะดูดออกมาฉีดจึงต้องใส่น้ำเกลือลงไปละลาย

ปริมาณความเข้มข้นที่เหมาะสมคือ น้ำเกลือ 2.6 CC ต่อ โบท็อก 100 ยูนิต ในกรณีที่เจือจางน้ำเกลือมากเกินไป จะส่งผลให้โบท็อกปลิวไปง่ายขึ้นครับ

วิธีตรวจสอบโบท็อกแท้

คนไข้ควรให้แพทย์ผสมโบท็อกต่อหน้าก่อนฉีดทุกครั้ง จะได้มั่นใจว่าไม่ได้เจือจางน้ำเกลือมากจนเกินไป เพราะหากผสมเป็นน้ำแล้วมาฉีดให้เลย เราจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเป็นการผสมน้ำเกลือแบบเข้มข้นหรือเจือจาง

3. เทคนิคการฉีด

สาเหตุที่แนะนำว่าควรเลือกกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน และหมอที่มีความเชี่ยวชาญนั้น เนื่องจากจะสามารถประเมินกล้ามเนื้อที่จะฉีดได้ว่า จุดไหนความลึกเท่าไรเป็นจุดที่เซลล์เส้นประสาทมาเกาะกล้ามเนื้อ

หากฉีดไม่ตรงจุด จะต้องรอโบท็อกแพร่กระจายจากจุดที่ฉีดมายังปลายเซลล์ประสาท ถึงแม้จะได้ผล แต่จะเห็นผลช้าและอยู่ได้สั้นลงกว่าที่ควรจะเป็น

โดยส่วน 2 ที่ปลิวกระจายไปอาจจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาได้ทำให้ดื้อโบท็อกตามมา

4. ในการฉีด botox แต่ละครั้ง ไม่ควรใช้จำนวนยูนิตเกิน 300 ยูนิต

·         ถ้าใช้จำนวนยูนิตเกิน จะเพิ่มโอกาสที่ร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานได้ง่ายขึ้น

·         ควรหลีกเลี่ยงเทคนิคการฉีดที่ไม่ได้ฉีดโบท็อกเข้าในกล้ามเนื้อโดยตรง เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการดื้อยา

·         ไม่ควรใช้จำนวนยูนิตน้อยเกินไปในแต่ละจุด เพราะจะทำให้หมดฤทธิ์ไว และต้องฉีดบ่อยขึ้น ซึ่งจะเสี่ยงต่อการดื้อโบท็อกได้เช่นกัน

ทั้งนี้ คุณหมอจะเป็นผู้ประเมินและแจ้งแก่คนไข้ถึงปริมาณยูนิตที่เหมาะสมที่ควรใช้ในการฉีดในแต่ละเคส

5. ประคบเย็น ระหว่างการฉีด

เพื่อลดการไหลเวียนของเส้นเลือดรอบ ๆ บริเวณที่ฉีด ระหว่างฉีดจึงควรประคบด้วยความเย็น ซึ่งจะช่วยให้โบท็อกอยู่เฉพาะจุดที่หมอต้องการจะฉีด โดยไม่ปลิวออกไป

การปฏิบัติตัว หลังฉีดโบท็อก เพื่อทำให้ โบท็อกสลายช้าที่สุด

6.1 หลังฉีดโบท็อกทันที ควรรีบขยับเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดทันที 1-2 ครั้ง

รวมทั้งควรบริหารกล้ามเนื้อทั้งหมดที่ฉีดเป็นเวลา 30 นาที หลังจากฉีด botox เสร็จแล้วทั้งหมด เพื่อให้เซลล์ประสาทดูดโบท็อกเข้าไปให้มากที่สุด เหลือส่วนที่จะปลิวไปน้อยที่สุด แต่ไม่ควรประคบเย็นในช่วงที่เราขยับกล้ามเนื้อหลังฉีดเสร็จ เนื่องจากจะไปขัดขวางการดูดโบท็อกเข้าเซลล์ประสาท

สรุปคือ ตอนฉีดเราใช้ความเย็นบล็อกรอบ ๆ ให้โบท็อกอยู่เฉพาะจุดที่ต้องการฉีด จากนั้นหลังฉีดเราจึงขยับกล้ามเนื้อเพื่อดึงโบท็อกเข้าเซลล์

รีวิวโบท็อกหน้าผาก-โบท็อกหางตา-โบท็อกขมวดคิ้ว

ตัวอย่างรีวิวผลการรักษาด้วยโบท็อก

หลังฉีดเสร็จ คนไข้ควรรีบขยับกล้ามเนื้อแบบในรูปฝั่งซ้ายมือทันที หากฉีด botox กรามหลังฉีดควรใช้วิธีเคี้ยวหมากฝรั่งหรือกัดฟันทันที

6.2 หลังฉีดโบท็อก ควรงดนอนราบ 3 ชั่วโมง

หน้าบวม เป็นอาการปรกติที่เกิดขึ้นได้หลังฉีดโบ ควรดูแลตัวเองอย่าไปแกะ เกา หรือนวดในบริเวณที่ฉีด

อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงการก้มหัวลงต่ำกว่าระดับหัวใจ เพราะโบท็อกจะปลิวไปเยอะขึ้น จะทำให้เลือดไหลเวียนไปที่หน้ามากขึ้น

จะต้องใช้เวลา 7-14 วันกว่าจะเริ่มเห็นผล สำหรับโบท็อกส่วนที่ 1 ที่อยู่ในเซลล์ประสาท ทำหน้าที่ยับยั้งกล้ามเนื้อ จากนั้น การยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อ และความเข้มข้นของโบท็อก จะค่อย ๆ ลดลงตามเวลา

ความร้อน และการไหลเวียนของเลือด (Metabolism) คือ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้โบท็อกย่อยสลายไวขึ้น

7.1 หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด รวมทั้งกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง

กิจกรรมที่ควรงดเว้น อาทิเช่น เข้าซาวน่า, ออกกำลังกายหนักๆ, ตากแดด, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, เลเซอร์ร้อนที่ลงผิวชั้นลึกทุกชนิด เช่น RF thermage งดนอนคว่ำ, งดก้มหัวต่ำกว่าอก  โดยเฉพาะในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังฉีด (หากทำไม่ได้ก็ขอให้งดอย่างน้อย 48 ชั่วโมงหลังฉีด)

ห้ามดื่มเหล้าเบียร์

หลังฉีดโบท็อกห้ามกินอะไรบ้าง หลังฉีดในช่วง 14 วัน (หากทำไม่ได้ ควรงดอย่างน้อย 48 ชั่วโมง)

 

·         อาหารที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อน ๆ หมูกระทะ ปิ้งย่าง ชาบู

·         อาหารที่เผ็ดมาก ๆ แสบร้อนจนหน้าแดง

·         อาหารหมักดอง เช่น ปลาร้า หน่อไม้ดอง มะม่วงดอง เพราะมีสารที่ทำให้เส้นเลือดขยายตัว