ข้อห้ามและข้อฏิบัติ-ก่อน-หลังฉีดโบท็อกซ์

ข้อห้ามและข้อฏิบัติ ก่อน-หลังฉีดโบท็อก

เพื่อให้การฉีดโบท็อกได้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด นอกจากการเลือกคลินิกและแพทย์ที่น่าเชื่อถือแล้ว การเตรียมตัวก่อนฉีดโบและการดูแลหลังฉีดโบท็อก ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้โบท็อกอยู่ได้นานขึ้น เห็นผลชัดเจนขึ้น

ส่วนบทความนี้หมอมีข้อห้ามและข้อปฏิบัติ ทั้งก่อน-หลังฉีดโบท็อกมาแนะนำครับ ถ้าคนไข้ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ก็จะช่วยรักษาโบท็อกให้อยู่ได้นานขึ้นครับ

ก่อนฉีดโบท็อก

การเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อก เริ่มตั้งแต่การศึกษาข้อมูล การเลือกคลินิกและเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์ครับ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ก่อนฉีดโบท็อกเตรียมตัวอย่างไร? ต้องรู้อะไรบ้าง หมอมีข้อแนะนำในข้อต่อไปนี้ครับ

1. ก่อนฉีดโบท็อก ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดโบท็อก

ก่อนฉีดโบท็อกควรหาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ ดูว่าการฉีดโบท็อกช่วยเรื่องอะไรบ้าง เหมาะกับปัญหาที่ต้องการแก้ไขหรือไม่ หากคนไข้ต้องการฉีดโบท็อกลดกราม จะช่วยได้เฉพาะคนที่มีปัญหากรามใหญ่จากกล้ามเนื้อเท่านั้นครับ จะไม่ได้ผลกับคนที่กรามใหญ่จากโครงสร้างกระดูก

การทำงานของโบท็อก

(โบท็อกจะเข้าไปยั้บยั้งการทำงานของสารสื่อประสาท ทำให้มัดกล้ามเนื้อทำงานได้ลดลง)

ซึ่งกลไกการออกฤทธิ์ของโบท็อกจะช่วยยั้บยั้งการทำงานของสารสื่อประสาทและทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นหยุดทำงานชั่วคราว จะช่วยลดริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้าและรอยพับบริเวณต่างๆ ได้ดีครับ

อ่านเพิ่มเติม : ฉีดโบท็อก อันตรายไหม มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร?

2. เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน แพทย์มีประสบการณ์

ก่อนฉีดโบท็อกควรเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ ตรวจสอบได้ว่าผ่านมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข และเข้าไปปรึกษากับแพทย์ที่มีประสบการณ์โดยตรงครับ แพทย์จะช่วยประเมินใบหน้า และแนะนำโบท็อกที่เหมาะกับแต่ละเคสได้

การเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์จะช่วยประเมินกล้ามเนื้อที่จะฉีด ว่าจุดไหน ความลึกเท่าไรคือจุดที่เซลล์เส้นประสาทมาเกาะกล้ามเนื้อ ถ้าฉีดไม่ตรงจุด ก็จะได้ผลเหมือนกัน แต่เห็นผลช้าและอยู่ได้สั้นลงครับ เพราะต้องรอโบท็อกแพร่กระจายจากจุดที่ฉีดมายังปลายเซลล์ประสาท

อ่านเพิ่มเติม : โบท็อกยี่ห้อไหนดีที่สุด Botox อเมริกา / เกาหลี / อังกฤษ / เยอรมัน แตกต่างกันอย่างไร?

(โบท็อกยี่ห้อไหนดีที่สุด อเมริกา/เกาหลี/อังกฤษ/เยอรมัน ต่างกันอย่างไร?)

3. เลือกฉีดโบท็อกแท้เท่านั้น

ปัญหาการดื้อโบท็อกมาจากการที่คนไข้ฉีดโบท็อกปลอมครับ เมื่อกลับมาฉีดโบท็อกแท้แล้วจะไม่เห็นผล ดังนั้น ควรศึกษาวิธีดูโบท็อกแท้ เพื่อที่จะสามารถตรวจสอบกล่องและขวดได้เองในเบื้องต้นก่อนฉีดโบท็อกครับ

วิธีดูโบท็อกแท้ยี่ห้อต่างๆ

Allergan100U_6square
Dysport_6square
Nabota_6square_2020
Botulax_6square

การผสมน้ำเกลือ

(โบท็อกแท้ทุกยี่ห้อ จะเป็นสูญญากาศแห้งๆ ไม่มีน้ำ ต้องใส่น้ำเกลือลงไปละลายเพื่อดูดออกมาฉีด)

ก่อนฉีดควรให้แพทย์ผสมโบท็อกต่อหน้าทุกครั้ง เพื่อจะได้มั่นใจว่าไม่ได้เจือจางน้ำเกลือมากเกินไป ถ้าผสมเป็นน้ำมาแล้ว เราจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเจือจางหรือเข้มข้นครับ และการฉีดโบท็อกแต่ละครั้ง ไม่ควรฉีดเกิน 300 ยูนิต จะเพิ่มโอกาสที่ร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานได้ง่ายขึ้นและจะเกิดการดื้อโบท็อกได้ครับ

หลังฉีดโบท็อก

เมื่อฉีดโบท็อกแล้ว การดูแลตัวเอง ข้อควรปฏิบัติและข้อห้ามหลังฉีดโบท็อก เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่ง ที่จะช่วยรักษาผลลัพธ์ของโบท็อกให้อยู่ได้นานขึ้นครับ หมอได้รวบรวมข้อห้ามและข้อปฏิบัติที่สำคัญไว้ ดังนี้

ข้อปฏิบัติหลังฉีดโบท็อก

1. หลังฉีดโบท็อกทันที ควรขยับเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณนั้นๆ ทันที 1-2 ครั้ง

หลังฉีดโบท็อกเสร็จแล้ว ควรรีบขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดทันที และบริหารกล้ามเนื้อเป็นเวลา 30 นาที เพื่อให้โบท็อกถูกเซลล์ประสาทดูดเข้าไปมากที่สุดครับ ถ้าฉีดโบท็อกลดกรามหมอจะแนะนำให้คนไข้ใช้วิธีเคี้ยวหมากฝรั่งหรือกัดฟันไว้หลังฉีดครับ

2. การกินแร่ธาตุ Zinc 50 mg ก่อนและหลังการฉีดโบท็อก ช่วยให้โบท็อกออกฤทธ์ไวขึ้น

ในงานวิจัยพบว่าการรับประทาน แร่ธาตุ zinc 50 mg ก่อนและหลังการฉีดโบท็อก จะช่วยให้โบท็อกออกฤทธิ์ได้ไวขึ้นและช่วยให้โบท็อกอยู่ได้นานขึ้นครับ

แต่ในบางเคสอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงหลังฉีดโบท็อกมากขึ้น เพราะออกฤทธิ์รุนแรงเกินไป ดังนั้นในการกินธาตุสังกะสีปริมาณมากๆ แนะนำให้กินตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้นครับ

การกินแร่ธาตุ-zinc-ก่อนหลังฉีดโบท็อกช่วยให้โบท็อกอยู่ได้นานขึ้น-1

3. ควรฉีดโบท็อกต่อเนื่องในระยะเวลาที่เหมาะสม

หลังฉีดโบไปแล้วสามารถกลับมาฉีดซ้ำได้เรื่อยๆ ครับ หากต้องการรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้น แต่ควรเว้นช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม ไม่ฉีดถี่จนเกินไป 3 เดือน เป็นอย่างต่ำครับ

4. ควรงดทานอาหารเสริม ประเภทวิตามินอี น้ำมันปลา

ควงงดทานวิตามินอี น้ำมันปลา ยาต้านการอักเสบชนิด NSAIDs และยาแอสไพริน ซึ่งมีผลลดการแข็งตัวของเลือด หรือสมุนไพรที่ทำให้ร่างกายร้อน เช่น โสมก่อนการฉีดโบทอกซ์ 1 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเขียวช้ำหลังฉีด

ข้อห้ามหลังฉีดโบท็อก

1. หลังฉีดโบท็อก ห้ามนอนราบ 3 ชั่วโมง

งดก้มหน้าลงต่ำกว่าระดับหัวใจ เพราะจะทำให้เลือดไหลเวียนมาที่บริเวณใบหน้ามากขึ้น ส่งผลให้โบท็อกที่ฉีดปลิวไปบริเวณที่ไม่ต้องการมากขึ้น

2. หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิดและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง

หลังฉีดโบท็อก ควรห้ามหรืองดกิจกรรม เช่น เข้าซาวน่า ออกกำลังกายหนักๆ ตากแดด ดื่มแอลกอฮอล์ และงดเลเซอร์ร้อนที่ลงผิวชั้นลึกทุกชนิด ในช่วง 2 อาทิตย์หลังฉีดครับ

3. อาหารที่ห้ามกิน หลังฉีดโบท็อก

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เหล้า เบียร์ ไวน์ น้ำหมัก
  • หมูกระทะ ปิ้งย่าง ชาบู ที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อนๆ
  • อาหารที่เผ็ดมากๆ แสบร้อนจนหน้าแดง
  • งดอาหารหมักดอง
  • งดสูบบุหรี่

หลังจากฉีดโบท็อกไปแล้ว 2 สัปดาห์ กิจกรรมเหล่านี้จะไม่ได้ส่งผลกับการออกฤทธิ์ของโบท็อกมากแล้วครับ ให้ระวังเรื่องการเข้าซาวน่า การเลเซอร์ร้อน ส่วนอื่นๆ สามารถทำได้ตามปกติครับ

อาหารที่ห้ามกินหลังฉีดโบท็อก

การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อก แต่งหน้า ทาครีม มาร์คหน้าได้ไหม?

หลังฉีดโบท็อกสามารถล้างหน้า แต่งหน้า ทาครีมหรือมาร์คหน้าได้แต่ให้เว้นบริเวณรอยเข็มไว้ 1 คืน หลังจากนั้นสามารถทำได้ตามปกติครับ

หลังฉีดโบท็อก ออกกำลังกายได้ไหม?

หลังฉีดโบท็อกสามารถออกกำลังกายได้ครับ แต่สำหรับการออกกำลังกายหนักๆ ที่ทำให้เลือดสูบฉีดมาก แนะนำให้เว้นไว้ประมาณ 2 สัปดาห์ หรืออย่างน้อย 48 ชั่วโมงครับ

วิธีการนอนหลังฉีดโบท็อก

จริงๆ แล้วหลังฉีดโบท็อกสามารถนอนได้ตามปกติครับ แค่งดนอนราบในช่วง 3 ชั่วโมงแรกหลังฉีดใช้หมอนหนุนศีรษะอย่างน้อย 2 ใบ โดยการนอนให้หัวสูงกว่าหน้าอกครับ

หลังฉีดโบท็อกกินอะไรได้บ้าง?

หลังฉีดโบท็อกรับประทานอาหารได้ตามปกติ แต่ให้งดปิ้งย่าง ชาบูที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อน อาหารหมักดองที่ทำให้เส้นเลือดขยายตัว เช่น ปลาร้า หน่อไม้ดอง มะม่วงดอง และควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เป็นเวลา 2 สัปดาห์ครับ

อ่านเพิ่มเติม : หลังฉีดโบกินวิตามินได้ไหม? ดูแลตัวเองอย่างไรให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและอยู่ได้นาน?

รีวิว ฉีดโบท็อก

รีวิว โบท็อกลดกราม ปรับรูปหน้าให้เรียวสวยมีมิติ

(รีวิว โบท็อกลดกราม ปรับรูปหน้าให้เรียวสวยมีมิติ)

รีวิวโบท็อกหน้าผาก ลดริ้วรอย

(รีวิวโบท็อกหน้าผาก ลดริ้วรอย)

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้ง 14 สาขา หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

สามารถ Comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ