ฟิลเลอร์ juvederm

ฟิลเลอร์ juvederm

ฟิลเลอร์ juvederm เป็นฟิลเลอร์สัญชาติอเมริกาที่นำเข้าโดยบริษัท Allergan Thailand (DSKH) และได้รับรองการนำเข้าอย่างถูกต้องจากสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา  (อย.)  ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะของ Allergan ทำให้ฟิลเลอร์แต่ละตัวนั้นมีคุณสมบัติที่หลากหลายเหมาะสำหรับทุกสภาพผิวและทุกปัญหา 

เช่น ปัญหาริ้วรอยใต้ตา ถุงใต้ตาหย่อนคล้อย ร่องแก้มลึก หรือเติมหน้าผากให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสม ซึ่งฟิลเลอร์จูวีเดิมนั้น จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไปตามรุ่นต่างๆ ที่มีด้วยกัน 4 รุ่นครับ

รีวิวฉีดฟิลเลอร์คาง juvederm voluma

(รีวิวฉีดฟิลเลอร์คาง แก้ปัญหาคางสั้น คางถอย)

ฟิลเลอร์ juvederm มีกี่รุ่น แต่ละรุ่นมีจุดเด่นอะไรบ้าง ? 

ถึงแม้ว่าจะเป็นฟิลเลอร์ juvederm ยี่ห้อเดียวกัน มี กรดไฮยาลูรอน เหมือนกัน แต่ด้วยเทคโนโลยีและขั้นตอนการผลิตที่ต่างกันจึงทำให้เกิดคุณสมบัติทางกายภาพที่หลายหลาย จนเป็นสาเหตุที่ทำให้ตัวฟิลเลอร์นั้นมีด้วยกันถึง 5 รุ่นคือ Juvederm Ultraplus , Juvederm voluma, Juvederm volift , Juvederm Volite และ Juvederm volbella ซึ่งแต่ละตัวจะมีคุณสมบัติ จุดเด่นและราคาที่ต่างกันดังนี้ครับ

1. ฟิลเลอร์ Juvederm Ultraplus

ฟิลเลอร์ Juvederm Ultraplus เป็นฟิลเลอร์ที่มีส่วนผสมของยาชาที่ช่วยลดความเจ็บปวดขณะฉีด เนื้อเจลจะมีความแน่นและนิ่ม เพราะใช้เทคโนโลยี Hylacross ที่มีส่วนช่วยให้เนื้อฟิลเลอร์มีความเรียบเนียน คงตัว ไม่ไหล เหมาะสำหรับฉีดเพื่อปรับรูปหน้าให้สวย ดูสมส่วน และดูเป็นธรรมชาติ อายุของตัวยาสามารถอยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน  

ข้อดีของฟิลเลอร์ Juvederm Ultraplus

  • ช่วยเพิ่มความฟูของร่องแก้ม
  • เติมแก้มตอบหรือขมับที่มีส่วนช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย
  • ฟิลเลอร์มีความคงตัว ไม่ไหลหรือเป็นก้อน ทำให้ดูเป็นธรรมชาติ

2. ฟิลเลอร์ Juvederm voluma

ฟิลเลอร์ Juvederm voluma เป็นฟิลเลอร์ที่มีอายุของตัวยามากที่สุดคือ 18 เดือน เนื้อฟิลเลอร์จะมีความแน่น เรียบเนียน มีความยืดหยุ่นสูง  เหมาะสำหรับเติมได้ทั้ง ร่องแก้ม ใต้ตา ขมับ และคาง เพราะตัวฟิลเลอร์จะมีโมเลกุลขนาดใหญ่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคและความชำนาญของหมอด้วย

ข้อดีของฟิลเลอร์ Juvederm voluma

  • เป็นฟิลเลอร์ที่ช่วยเติมเต็มชั้นผิวให้มีความฟู ดูอวบอิ่ม และอยู่ได้นาน
  • เหมาะสำหรับเติมบริเวณร่องแก้มเพื่อยกกระชับ แก้ไขปัญหาแก้มหย่อนคล้อย
  • ช่วยปรับรูปคางเพื่อให้ใบหน้ามีสัดส่วนที่ชัดขึ้น

3. ฟิลเลอร์ Juvederm volift

ฟิลเลอร์ Juvederm volift เป็นฟิลเลอร์อีกตัวหนึ่งที่มีส่วนผสมของยาชา เนื้อฟิลเลอร์จะมีความนิ่มและมีความละเอียดกว่ารุ่น ultraplus เหมาะสำหรับคนที่มีร่องลึกไม่มากหรือคนที่มีผิวบาง อายุของตัวยาสามารถอยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน 

ข้อดีของฟิลเลอร์ Juvederm volift

  • เติมเต็มบริเวณร่องแก้มหรือเติมเพื่อเก็บรายละเอียดส่วนที่มีริ้วรอยไม่ลึกมาก ให้กลับมาเรียบเนียนและตื้นขึ้น
  • ช่วยเติมเต็มริมฝีปากให้ได้รูปคมชัด ดูอวบอิ่มสวยงาม

4. ฟิลเลอร์ Juvederm volbella

 ฟิลเลอร์ juvederm volbella เป็นฟิลเลอร์ที่มีความละเอียดและนิ่มมากที่สุดจึงทำให้ฉีดเข้าสู่ผิวหนังได้ง่าย ไม่เป็นก้อน ดูเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับฉีดบริเวณหน้าผาก อายุของตัวยาสามารถอยู่ได้นานประมาณ  12 เดือน

ข้อดีของ ฟิลเลอร์ juvederm volbella

  • ช่วยลดริ้วรอยในบริเวณที่ผิวหนังบาง เช่น ใต้ตา 
  • ช่วยเสริมให้หน้าผากดูมีมิติ ให้ความเป็นธรรมชาติ
  • มีความคงตัว ไม่เป็นก้อน

5. ฟิลเลอร์ Juvederm Volite

ฟิลเลอร์ juvederm Volite เป็นฟิลเลอร์ที่มีเนื้อบางเบา มีความเรียบเนียน ช่วยเพิ่มความอิ่มฟูและความชุ่มชื้นให้ผิว ให้ความเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับฉีดบริเวณใต้ตา ลดริ้วรอยใต้ตา ลดใต้ตาคล้ำ และเหมาะสำหรับฉีดปาก เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น แก้ปัญหาปากแห้ง แตก ลอก หรือปรับรูปปากให้เป็นทรง อายุของตัวยาสามารถอยู่ได้นานประมาณ 8-12 เดือน

ข้อดีของฟิลเลอร์ Juvederm Volite

  • ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว 
  • เนื้อฟิลเลอร์มีความเรียนเนียนและบางเบา
  • เหมาะสำหรับบริเวณที่มีผิวบอบบาง
Juvederm-Volite

ฟิลเลอร์ juvederm มีกี่รุ่น แต่ละรุ่นมีจุดเด่นอะไรบ้าง ? 

ถึงแม้ว่าจะเป็นฟิลเลอร์ juvederm ยี่ห้อเดียวกัน มี กรดไฮยาลูรอน เหมือนกัน แต่ด้วยเทคโนโลยีและขั้นตอนการผลิตที่ต่างกันจึงทำให้เกิดคุณสมบัติทางกายภาพที่หลายหลาย จนเป็นสาเหตุที่ทำให้ตัวฟิลเลอร์นั้นมีด้วยกันถึง 5 รุ่นคือ Juvederm Ultraplus , Juvederm voluma, Juvederm volift , Juvederm Volite และ Juvederm volbella ซึ่งแต่ละตัวจะมีคุณสมบัติ จุดเด่นและราคาที่ต่างกันดังนี้ครับ

1. ฟิลเลอร์ Juvederm Ultraplus

ฟิลเลอร์ Juvederm Ultraplus เป็นฟิลเลอร์ที่มีส่วนผสมของยาชาที่ช่วยลดความเจ็บปวดขณะฉีด เนื้อเจลจะมีความแน่นและนิ่ม เพราะใช้เทคโนโลยี Hylacross ที่มีส่วนช่วยให้เนื้อฟิลเลอร์มีความเรียบเนียน คงตัว ไม่ไหล เหมาะสำหรับฉีดเพื่อปรับรูปหน้าให้สวย ดูสมส่วน และดูเป็นธรรมชาติ อายุของตัวยาสามารถอยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน  

ข้อดีของฟิลเลอร์ Juvederm Ultraplus

  • ช่วยเพิ่มความฟูของร่องแก้ม
  • เติมแก้มตอบหรือขมับที่มีส่วนช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย
  • ฟิลเลอร์มีความคงตัว ไม่ไหลหรือเป็นก้อน ทำให้ดูเป็นธรรมชาติ

2. ฟิลเลอร์ Juvederm voluma

ฟิลเลอร์ Juvederm voluma เป็นฟิลเลอร์ที่มีอายุของตัวยามากที่สุดคือ 18 เดือน เนื้อฟิลเลอร์จะมีความแน่น เรียบเนียน มีความยืดหยุ่นสูง  เหมาะสำหรับเติมได้ทั้ง ร่องแก้ม ใต้ตา ขมับ และคาง เพราะตัวฟิลเลอร์จะมีโมเลกุลขนาดใหญ่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคและความชำนาญของหมอด้วย

ข้อดีของฟิลเลอร์ Juvederm voluma

  • เป็นฟิลเลอร์ที่ช่วยเติมเต็มชั้นผิวให้มีความฟู ดูอวบอิ่ม และอยู่ได้นาน
  • เหมาะสำหรับเติมบริเวณร่องแก้มเพื่อยกกระชับ แก้ไขปัญหาแก้มหย่อนคล้อย
  • ช่วยปรับรูปคางเพื่อให้ใบหน้ามีสัดส่วนที่ชัดขึ้น

3. ฟิลเลอร์ Juvederm volift

ฟิลเลอร์ Juvederm volift เป็นฟิลเลอร์อีกตัวหนึ่งที่มีส่วนผสมของยาชา เนื้อฟิลเลอร์จะมีความนิ่มและมีความละเอียดกว่ารุ่น ultraplus เหมาะสำหรับคนที่มีร่องลึกไม่มากหรือคนที่มีผิวบาง อายุของตัวยาสามารถอยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน 

ข้อดีของฟิลเลอร์ Juvederm volift

  • เติมเต็มบริเวณร่องแก้มหรือเติมเพื่อเก็บรายละเอียดส่วนที่มีริ้วรอยไม่ลึกมาก ให้กลับมาเรียบเนียนและตื้นขึ้น
  • ช่วยเติมเต็มริมฝีปากให้ได้รูปคมชัด ดูอวบอิ่มสวยงาม

4. ฟิลเลอร์ Juvederm volbella

 ฟิลเลอร์ juvederm volbella เป็นฟิลเลอร์ที่มีความละเอียดและนิ่มมากที่สุดจึงทำให้ฉีดเข้าสู่ผิวหนังได้ง่าย ไม่เป็นก้อน ดูเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับฉีดบริเวณหน้าผาก อายุของตัวยาสามารถอยู่ได้นานประมาณ  12 เดือน

ข้อดีของ ฟิลเลอร์ juvederm volbella

  • ช่วยลดริ้วรอยในบริเวณที่ผิวหนังบาง เช่น ใต้ตา 
  • ช่วยเสริมให้หน้าผากดูมีมิติ ให้ความเป็นธรรมชาติ
  • มีความคงตัว ไม่เป็นก้อน

5. ฟิลเลอร์ Juvederm Volite

Juvederm-Volite

ฟิลเลอร์ juvederm Volite เป็นฟิลเลอร์ที่มีเนื้อบางเบา มีความเรียบเนียน ช่วยเพิ่มความอิ่มฟูและความชุ่มชื้นให้ผิว ให้ความเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับฉีดบริเวณใต้ตา ลดริ้วรอยใต้ตา ลดใต้ตาคล้ำ และเหมาะสำหรับฉีดปาก เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น แก้ปัญหาปากแห้ง แตก ลอก หรือปรับรูปปากให้เป็นทรง อายุของตัวยาสามารถอยู่ได้นานประมาณ 8-12 เดือน

ข้อดีของฟิลเลอร์ Juvederm Volite

  • ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว 
  • เนื้อฟิลเลอร์มีความเรียนเนียนและบางเบา
  • เหมาะสำหรับบริเวณที่มีผิวบอบบาง

เทคโนโลยี ฟิลเลอร์ Juvederm    

เนื่องด้วยฟิลเลอร์ Juvederm นั้นขึ้นชื่อในเรื่องของเทคโนโลยีในด้านคุณสมบัติที่หลากหลาย จนทำให้เกิดเป็นฟิลเลอร์ที่มีประสิทธิภาพหลายรุ่น และเทคโนโลยีที่ว่าคือเทคโนโลยี Hylacross และ VYCROSS สองตัวนี้มีความสำคัญอย่างไร หมอขออธิบายดังนี้ครับ

เทคโนโลยี Hylacross 

Hylacross เป็นเทคโนโลยีที่มีคุณสมบัติเด่นในเรื่องของค่าความอุ้มน้ำได้ดี  ทำให้ตัวฟิลเลอร์มีความฟู เนื้อละเอียด เรียบเนียน ทนต่อการขยับ มีความยืดหยุ่นสูง แต่ในการยึดเกาะยังทำได้ไม่เท่ารุ่นฟิลเลอร์ที่ใช้เทคโนโลยี VYCROSS  เหมาะสำหรับการฉีดบริเวณ ร่องแก้ม แก้มตอบ ฟิลเลอร์ Juvederm รุ่นที่ใช้เทคโนโลยี Hylacross ได้แก่ รุ่น Ultra Plus

เทคโนโลยี Vycross

Vycross เป็นเทคโนโลยีที่เด่นในเรื่องของการยกระชับ เพราะมีโมเลกุลยึดเกาะที่หนาแน่น แต่ถ้าเทียบกับตัวอื่นๆ แล้ว  Vycross จะมีอัตราการบวมน้ำหรืออุ้มน้ำน้อยกว่า แต่หลังฉีดยังคงให้ความเป็นธรรมชาติ ดูเรียบเนียนไม่เป็นก้อน เหมาะสำหรับฉีดเพื่อเติมความอวบอิ่มของริมฝีปากหรือฉีดเพื่อเติมเต็มร่องแก้ม ฟิลเลอร์ Juvederm รุ่นที่ใช้เทคโนโลยี Vycross ได้แก่  Volite, Voluma, Volift และ Volbella

ส่วนผสม Lidocaine ดีอย่างไร ?

ฟิลเลอร์ที่มีส่วนผสมของ Lidocaine หรือที่เรียกกันว่ายาชา จะมีข้อดีคือช่วยลดความเจ็บปวด และจะรู้สึกสบายขณะฉีดฟิลเลอร์เข้าสู่ผิวหนัง โดยตัวยาจะออกฤทธิ์ระงับประสาทรับความรู้สึก ส่งผลให้ผิวหนังหรือเนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าวไร้ความรู้สึก แต่สำหรับคนไข้ที่มีประวัติแพ้ยาชาหรือยาชนิดอื่น หมอแนะนำว่าควรแจ้งให้หมอทราบก่อนครับ เพื่อป้องกันการเกิดผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้

ส่วนผสม Lidocaine ดีอย่างไร

ส่วนผสม Lidocaine ดีอย่างไร ?

ส่วนผสม Lidocaine ดีอย่างไร

ฟิลเลอร์ที่มีส่วนผสมของ Lidocaine หรือที่เรียกกันว่ายาชา จะมีข้อดีคือช่วยลดความเจ็บปวด และจะรู้สึกสบายขณะฉีดฟิลเลอร์เข้าสู่ผิวหนัง โดยตัวยาจะออกฤทธิ์ระงับประสาทรับความรู้สึก ส่งผลให้ผิวหนังหรือเนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าวไร้ความรู้สึก แต่สำหรับคนไข้ที่มีประวัติแพ้ยาชาหรือยาชนิดอื่น หมอแนะนำว่าควรแจ้งให้หมอทราบก่อนครับ เพื่อป้องกันการเกิดผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้

รีวิวฉีดฟิลเลอร์ juvederm 

การเลือกฉีดฟิลเลอร์กับหมอที่มีประสบการณ์ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะออกมาเป็นธรรมชาติและบวมช้ำน้อยที่สุด เพราะหมอจะทำการประเมินปัญหาใบหน้าของคนไข้โดยตรง อย่างเคสนี้คนไข้จะมีปัญหาคางสั้น คางถอย หมอจึงเลือกใช้ฟิลเลอร์ Juvederm รุ่น voluma เพราะจะให้ความเป็นธรรมชาติ เวลายิ้มจะดูไม่แข็งเป็นก้อนครับ 

(คนไข้มีปัญหาคางสั้น คางถอย หลังฉีดจะสังเกตว่าคางดูยาวขึ้น ใบหน้าดูมีสัดส่วน)

(คนไข้มีปัญหาคางสั้น คางถอย หลังฉีดจะสังเกตว่าคางดูยาวขึ้น ใบหน้าดูมีสัดส่วน)

รีวิวฟิลเลอร์คาง2

(หลังฉีดฟิลเลอร์คาง 1 cc ใบหน้าด้านข้างดูมีมิติ คางดูยาวได้รูป)

หากจะถามว่าถ้ามีปัญหาริ้วรอยใต้ตา ถุงใต้ตาไม่กระชับ คางสั้นไม่ได้รูป หรือมีปัญหาร่องแก้มลึก แล้วตัดสินใจเลือกฉีดฟิลเลอร์ juvederm เลยดีไหม หรือจะ เลือกฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี หมอขอแนะนำว่าคนไข้ควร walk in เข้ามาปรึกษากับหมอโดยตรงจะดีที่สุดครับ เพราะหมอจะได้ประเมินปัญหาผิวหน้าและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ได้อย่างตรงจุด 

หรือถ้าหากคนไข้ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกฉีดฟิลเลอร์ที่คลินิกไหนดี ทาง  V Square Clinic ยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line@ ซึ่งหมอจะเป็นคนตอบเองทุกเคสครับ    

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้ง 14 สาขา หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

สามารถ Comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ