Reading Time: 3 minutes

ฉีดฟิลเลอร์ปาก

การ ฉีดฟิลเลอร์ปาก ช่วยเพิ่มความมั่นใจเวลาที่พูด ยิ้ม พบปะผู้คน จะสัมพันธ์กับเวลายิ้ม สามารถทำให้รอยยิ้มของเราเปลี่ยนแปลงไปได้

ดังนั้น การฉีด filler เพื่อปรับแต่งรูปปาก จึงเป็นเทรนด์การตกแต่งเสริมความงามในประเทศไทยที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องเสียเวลาในการพักฟื้น สามารถแต่งหน้าออกไปทำงานต่อในวันรุ่งขึ้นได้ตามปรกติ

การฉีดฟิลเลอร์ปากสามารถช่วยให้ดูอ่อนวัยลงได้ เพราะจะช่วยแก้ปัญหาปากแห้ง ปากเป็นร่อง ให้ริมฝีปากกลับมาสวย ชุ่มชื้น ดูอวบอิ่มยิ่งขึ้น อันเนื่องจากคนเราเมื่อก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ หรือวัยผู้สูงอายุ  ริมฝีปากมักจะเริ่มบางลง ผิวหนังบริเวณรอบ ๆ ริมฝีปากจะแห้งลง เกิดเป็นเส้นริ้วรอยโดยรอบ ไม่อิ่มเอิบ จนอาจส่งผลให้ดูแก่กว่าอายุจริงได้

ขอบคุณข้อมูลจาก รีวิว ฉีดฟิลเลอร์ปาก ทรงสวย อวบอิ่ม เป็นธรรมชาติ ที่ V Square Clinic จาก Youtube Channel: V Square Clinic

1. ฉีดฟิลเลอร์ปาก อันตรายไหม

การฉีดฟิลเลอร์ปาก ถือได้ว่าเป็นทางเลือกที่มีความปลอดภัยสูงและสะดวกกว่าการผ่าตัดตกแต่งริมฝีปาก

ซึ่งการผ่าตัดตกแต่งรูปปาก มีลักษณะดังนี้

·         ใช้เวลาพักฟื้นนาน เนื่องจากต้องมีระยะเวลาการรักษาแผลให้หายดี  

·         หากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นจะแก้ไขยาก

ในขณะที่ การฉีดฟิลเลอร์ปาก (filler) เป็นการฉีดสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid  (ไฮยาลูโรนิค แอซิด) หรือ HA” เพื่อช่วยทำให้ริมฝีปากเติมเต็ม กลับมาเต่งตึง ดูอวบอิ่ม ชุ่มชื้นขึ้น จึงดูอ่อนเยาว์ลงกว่าเดิม

·         ไม่มีสารตกค้าง เนื่องจากสาร HA สามารถสลายเองได้หมด 100%

·         ไม่เป็นอันตราย

2. ฉีดฟิลเลอร์ปาก เป็นก้อน เกิดจากสาเหตุอะไร?

หลังการฉีดฟิลเลอร์ปาก แล้วเกิดเป็นก้อน มีได้หลายสาเหตุ ดังนี้

·         แพทย์ขาดประสบการณ์ หรือไม่มีความชำนาญที่มากพอ ส่งผลให้ใช้เทคนิคการฉีดที่ไม่เหมาะสม  หรือเลือกชนิดของฟิลเลอร์ไม่เหมาะกับการฉีดปาก เช่น เลือกใช้ฟิลเลอร์เนื้อแข็งในการฉีดปาก ซึ่งปากเป็นบริเวณที่มีการขยับมาก จึงส่งผลให้ออกมาดูไม่เป็นธรรมชาติ

·         การใช้ฟิลเลอร์ปลอมในการฉีด ซึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายมากที่สุด เราจึงต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าทางคลินิกเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่เป็นของแท้ในการฉีดให้คนไข้เท่านั้น

3. การฉีดฟิลเลอร์ปาก ควรเตรียมตัวอย่างไร

1. ควรศึกษาค้นคว้าข้อมูล

ก่อนพิจารณาเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ปาก คนไข้ควรศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ให้เข้าใจก่อน ในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ฉีดฟิลเลอร์ปาก ที่ไหนดี, ฉีดฟิลเลอร์ปาก รีวิว (โดยควรดูรีวิวที่เป็นปัจจุบันจากเคสคนไข้ที่เคยทำจริง), ข้อดี และผลข้างเคียงจากการฉีด filler ปาก, ฉีดฟิลเลอร์ปาก อันตรายไหม เป็นต้น

2. เลือกยี่ห้อของฟิลเลอร์ ที่เหมาะสมกับการฉีดริมฝีปาก

หมอขอแนะนำให้ใช้ยี่ห้อ Juvederm เป็นหลัก สาเหตุเพราะการฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นตำแหน่งที่ผิวหนังมีการขยับบ่อยมาก ซึ่งฟิลเลอร์ที่จะเลือกใช้ ควรมีค่าความยืดหยุ่นสูงจึงจะเหมาะสมที่สุดครับ

3. ก่อนฉีดฟิลเลอร์ปาก ควรมีการเตรียมตัวล่วงหน้า ดังนี้

·         ถ้าคนไข้มีโรคประจำตัว หรือมียาที่ต้องรับประทานเป็นประจำ ควรเตรียมข้อมูลไว้เพื่อแจ้งให้คุณหมอทราบก่อนที่จะทำหัตถการ

·         ควรงด ยาแอสไพริน ยา NSAIDs เช่น ibruprofen, diclofenac, ponstan  เป็นเวลา 1 สัปดาห์ก่อนฉีด

·         ควรงดรับประทาน Vitamin E, วิตามิน St.Johns Wort, ginko biloba, primrose oil, garlic และ ginseng เป็นเวลา 1 สัปดาห์ก่อนฉีด

สิ่งที่ควรพิจารณาในการฉีดฟิลเลอร์ปากเพื่อออกแบบรูปทรงให้เข้ากับใบหน้า มีดังนี้

1)      ดูในเรื่อง ความสมมาตรของปากว่ามีหรือไม่ ในกรณีที่คนไข้ปากเบี้ยว ปากไม่เท่ากัน มุมปากตก แพทย์สามารถฉีดฟิลเลอร์แก้ไขเพื่อให้ปากมีความสมดุล ได้รูป สมส่วนมากยิ่งขึ้น

2)      พิจารณาในเรื่องสัดส่วนระหว่างริมผีปากบนกับริมฝีปากล่าง โดยทั่วไป Golden ratio (สัดส่วนทองคำ) ซึ่งใช้ในการพิจารณาว่าริมฝีปากได้สัดส่วนที่สวยงามหรือไม่ คือ ริมฝีปากบนจะต้องหนาประมาณ 1 ส่วน ริมฝีปากล่างจะหนาประมาณ 1.6-1.8 ส่วน 

3)      ท้ายสุดคือ การเปรียบเทียบสัดส่วนของรูปปากกับส่วนอื่น ๆ บนใบหน้า โดยจะสามารถวิเคราะห์ได้ว่ารูปหน้าคนไข้ เหมาะกับรูปทรงปากแบบไหน เพื่อให้สัดส่วนทั้งหมด Balance กัน ส่งผลให้ฉีดฟิลเลอร์ปากออกมาแล้วสวยงามรับกับใบหน้ามากที่สุด

4. ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ปาก

ขั้นตอนในการฉีดฟิลเลอร์ปากคือ เมื่อเลือกรูปทรงริมฝีปากที่เหมาะสมได้แล้ว หมอจะฉีดยาชาก่อนเริ่มฉีด filler โดยจำนวนเข็มและปริมาณของฟิลเลอร์ที่ใช้ ขึ้นอยู่กับรูปทรงของปากที่ต้องการปรับ โดยฟิลเลอร์จะช่วยลดร่องลึกและริ้วรอยบนริมฝีปาก รวมไปถึงจะเข้าไปเติมเต็มผิวริมฝีปาก ช่วยทำให้ปากดูอวบอิ่ม ไม่มีร่อง ดูสุขภาพดี และสวยอย่างเป็นธรรมชาติ

รีวิวฉีดฟิลเลอร์ปาก

ฉีดฟิลเลอร์ปาก

5. หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก วิธีการดูแลตัวเองมีอะไรบ้าง

การดื่มน้ำมากๆ หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก จะช่วยเพิ่มการอุ้มน้ำของฟิลเลอร์ ทำให้ฟิลเลอร์ฟู เป็นการรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้น  และไม่ควรจับ บีบ นวด บริเวณริมฝีปาก เพราะอาจส่งผลให้รูปปากที่ฉีดมาเกิดเสียรูปได้ เพื่อริมฝีปากได้รูปทรงที่สวยอย่างเป็นธรรมชาติ คนไข้จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก และข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก มีดังนี้

·         เพื่อเป็นการป้องกันปากที่ฉีดฟิลเลอร์จากการเสียรูปทรง ควรงดกิจกรรม การออกกำลังกายหรือการเล่นกีฬาหนัก ๆ

·         ข้อควรระวังที่สำคัญ คือ ห้ามลอกหรือดึงหนังริมฝีปาก เนื่องจากเป็นการทำลายผิวริมฝีปาก ทำให้ความสามารถในการเก็บกักความชุ่มชื้นของผิวบริเวณปากลดน้อยลง

·         งดดื่มเครื่องดื่มร้อน ๆ งดเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ เพราะอาจส่งผลให้ปากเกิดอาการบวมหรืออักเสบได้ง่าย

·         ควรดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อเพิ่มการอุ้มน้ำของฟิลเลอร์ การดื่มน้ำมากๆ ช่วยให้ฟิลเลอร์ฟูขึ้น และอยู่ได้นานขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์ปากบวมกี่วัน

อาจเกิดอาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ปากซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ และภายในประมาณ 4-5 วันอาการจะค่อย ๆ ทุเลาลงจนหายบวมไปเอง   จากนั้นภายในประมาณ 1-2 สัปดาห์ การฉีดฟิลเลอร์ปากจะเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนและปากเข้าที่สวยได้รูป

6. ฉีดฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน

ปัจจัยหลักที่บอกว่าการฉีดฟิลเลอร์ปากจะอยู่ได้นานแค่ไหน ก็คือ รุ่นและยี่ห้อของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ในการฉีด

·         Juvederm volift อยู่ได้นาน 12 เดือน  รุ่นนี้ดูเป็นธรรมชาติ และไม่เป็นก้อน

·         Juvederm ultraplus xc อยู่ได้นาน 12 เดือน  จะฟูเยอะ ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ต้องการมีปากอวบอิ่มแบบฝรั่ง แต่ในช่วง 2-3 เดือนแรก อาจจะคลำเจอเนื้อฟิลเลอร์นิ่ม ๆ ได้

·         Restylane vital light อยู่ได้นาน 4-6 เดือน  รุ่นนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาริมฝีปากแห้งให้ชุ่มชื้นยิ่งขึ้น โดยที่ไม่ได้ต้องการเติมปากให้อวบอิ่มมากจนเกินไป

·         Restylane volyme คล้ายกับฟิลเลอร์ Juvederm volift  หากแต่อยู่ได้นานกว่า Juvederm volift  คืออยู่ได้นานถึงประมาณ 18 เดือน

 

ข้อปฏิบัติตัวหลัง ฉีดฟิลเลอร์ปาก เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น

ข้อปฎิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก
ข้อปฎิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก
ข้อปฎิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก
ข้อปฎิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก

7. รีวิว ฉีดฟิลเลอร์ปาก

หลังจากฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับรูปปากแล้ว ฟิลเลอร์จะช่วยทำให้ริมฝีบางดูอวบอิ่ม ชุ่มชื้นยิ่งขึ้น ร่องปากเต็มขึ้น ปากดูมีสุขภาพที่ดี ส่งผลให้ใบหน้าโดยรวมแล้วดูอ่อนวัยลงกว่าเดิม

ซึ่งแพทย์ต้องเลือกฟิลเลอร์ยี่ห้อและรุ่นที่เหมาะกับรูปทรงปาก เพื่อแก้ปัญหาให้ได้ตรงจุด และตรงกับความต้องการของคนไข้อย่างเหมาะสม

ข้อสำคัญคือ คนไข้ควรต้องศึกษาล่วงหน้าถึงวิธีดูฟิลเลอร์แท้ยี่ห้อต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสารที่จะใช้ฉีดเป็นฟิลเลอร์ของแท้ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน

รีวิว-เจสซี่_ฟิลเลอร์ปาก1ccใต้ตา1cc

ก่อนหลัง ฉีดฟิลเลอร์ปาก รีวิว ฉีดฟิลเลอร์ปาก

รีวิว-เจสซี่_ฟิลเลอร์ปาก1cc

ฉีดฟิลเลอร์ปาก รีวิว ฉีดฟิลเลอร์ปาก vsquareclinic

 รีวิวฉีดฟิลเลอร์ปาก 1 CC  ปากอวบอิ่มเป็นธรรมชาติ

8. ฉีดฟิลเลอร์ปากราคา

ปัจจุบันนี้ ฟิลเลอร์มีหลากหลายเกรด หลากหลายราคา โดยราคาจะขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นฟิลเลอร์ที่เลือก

การฉีดฟิลเลอร์ปาก ที่ V Square เราใช้ฟิลเลอร์แท้ สลายหมด 100% แกะกล่องแกะหลอดใหม่ ให้กล่องและหลอดกลับบ้าน เพื่อให้คนไข้สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็น filler ของแท้ 100%

ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อก็จะมีเนื้อ filler และมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป แพทย์จะแนะนำตามความต้องการของคนไข้  และความเหมาะสมกับรูปปาก โดยยี่ห้อที่ได้รับความนิยมคือ Juvederm ของสหรัฐอเมริกา และ Restylane ของประเทศสวีเดน ราคา 1cc 13,000 บาท ครับ

9. ฉีดฟิลเลอร์ปากที่ไหนดี

·         ทางคลินิกมีข้อมูลรีวิวที่น่าเชื่อถือ จากผู้ที่เคยใช้บริการจริง ข้อมูลมีความเป็นปัจจุบัน  โดยพิจารณาจากแหล่งที่มีความเป็นกลาง

·         ควรดูรีวิวที่เป็นคลิปวิดิโอก่อน-หลังทำ จึงจะสามารถเปรียบเทียบได้อย่างชัดเจน

·         ดูเคสรีวิวของแพทย์แต่ละท่าน แพทย์ต้องมีประสบการณ์และความชำนาญ เพื่อให้บวมช้ำน้อยที่สุดและผลลัพธ์ออกมาดูเป็นธรรมชาติ

·         ค่าฉีดฟิลเลอร์ปาก มีราคาที่เหมาะสม ไม่ตั้งราคาไว้สูงหรือต่ำต่างไปจากคลินิกอื่นๆ มากนัก แต่อาจจะมีราคาแตกต่างกันได้ เนื่องจากความเชี่ยวชาญของแพทย์

สำหรับคนที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจเลือกว่าจะ ฉีดฟิลเลอร์ปาก ที่ไหนดี ? ควรพิจารณาโดยเลือกดูคลินิกที่มีมาตรฐาน และมีความน่าเชื่อถือเป็นสำคัญ

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.vsquareclinic.com/