
Hyabell Filler
Hyabell Filler ฟิลเลอร์ใหม่จากเยอรมัน กำลังได้รับความนิยมและเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในวงการความงาม ด้วยคุณสมบัติเด่นที่ให้ผลลัพธ์เรียบเนียน เกลี่ยง่าย กลืนไปกับผิว ช่วยลดริ้วรอยและปรับรูปหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ในบทความนี้หมอจะพาไปทำความรู้จักกับฟิลเลอร์ Hyabell ให้มากขึ้น ทั้งในด้านเทคโนโลยีการผลิต มีกี่รุ่น ? เหมาะกับใคร ? ฉีดจุดไหนได้บ้าง ? ต่างจากยี่ห้ออื่นอย่างไร ? ราคาเท่าไหร่ ? เพื่อเป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจก่อนฉีดครับ
สารบัญ Hyabell Filler
Hyabell Filler คืออะไร ? ทำความรู้จักฟิลเลอร์ใหม่จากเยอรมัน

Hyabell Filler คือฟิลเลอร์ชนิด Hyaluronic Acid (HA) สัญชาติเยอรมนี ที่ผลิตโดย บริษัท Adoderm GmbH ผู้นำด้านนวัตกรรมความงาม ถูกออกแบบมาให้กักเก็บน้ำได้ดี มีคุณสมบัติในการช่วยเติมเต็มผิวและปรับรูปหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ฟิลเลอร์ Hyabell ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจากยุโรป (CE) ตั้งแต่ปี 2014 และปัจจุบันได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) ของประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยครับ โดยมีการนำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดย บริษัท KNA Interpharma จำกัด
เทคโนโลยีการผลิต Hyabell Filler

Hyabell Filler ผลิตด้วยเทคโนโลยี MPT (Monophasic Particle Technology) ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ ADODERM ช่วยจัดเรียงโมเลกุลของ HA ให้สม่ำเสมอ ส่งผลให้เนื้อฟิลเลอร์มีความคงตัวสูง ปั้นทรงง่าย กระจายตัวดี และยังถูกออกแบบให้มีปริมาณสาร Crosslinker แตกต่างกันในแต่ละรุ่น ทำให้ได้คุณสมบัติที่เหมาะกับปัญหาหลากหลายรูปแบบ ทั้งการเติมเต็มชั้นผิว แก้ไขริ้วรอย และการปรับรูปหน้า
นอกจากนี้ เทคโนโลยี MPT สามารถช่วยลดแรงในการฉีด (Extrusion Force) ทำให้แพทย์ฉีดฟิลเลอร์ได้อย่างนุ่มนวล แม่นยำ โดยไม่ต้องออกแรงดันมาก ลดความเสี่ยงบวมช้ำ และทำให้ผลลัพธ์เรียบเนียน
Hyabell Filler มีกี่รุ่น ? แต่ละรุ่นต่างกันอย่างไร ?
Hyabell Filler มีทั้งหมด 4 รุ่น โดยแต่ละรุ่นถูกออกแบบมาให้มีคุณสมบัติของเนื้อเจลที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ความนุ่ม ความหนืด ไปจนถึงความคงตัว เพื่อให้แพทย์สามารถเลือกใช้แก้ปัญหาในแต่ละบริเวณของใบหน้าได้อย่างเหมาะสมครับ
1.Hyabell Lips
ฟิลเลอร์รุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อความละเอียดอ่อนโดยเฉพาะ มีเนื้อเจลที่นุ่มและบางเบาที่สุดในบรรดาทุกรุ่น ทำให้สามารถกระจายตัวได้ดีและให้ผลลัพธ์ที่เรียบเนียน

- ลักษณะเนื้อเจล : เนื้อนุ่มและบางเบาที่สุด
- ความเข้มข้น HA : 12 มก./มล. ผสมยาชา Lidocaine 3%
- เหมาะสำหรับ : เติมเต็มริมฝีปากให้อวบอิ่ม ชุ่มชื้น แก้ปัญหาปากแห้ง ลดริ้วรอยตื้น ๆ บริเวณรอบปาก หางตา เติมเต็มร่องเล็ก ๆ ใต้ตา หรือร่องหลุมสิวเล็ก ๆ ได้ในบางเคส
2.Hyabell Basic
รุ่นนี้มีเนื้อเจลแน่นขึ้นมาในระดับปานกลาง เหมาะสำหรับการเติมเต็มร่องลึกระดับปานกลางและเพิ่มวอลลุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ

- ลักษณะเนื้อเจล : แน่นปานกลาง
- ความเข้มข้น HA : 16 มก./มล. ผสมยาชา Lidocaine 3%
- เหมาะสำหรับ : เติมเต็มร่องแก้มและร่องน้ำหมากที่ไม่ลึกมาก เติมใต้ตาชั้นลึก ปรับรูปทรงปาก เพิ่มวอลลุ่ม เติมหน้าผากเพื่อให้ผิวเรียบเนียน
3.Hyabell Deep
เนื้อฟิลเลอร์รุ่นนี้มีความแน่นและคงรูปได้ดี เหมาะสำหรับการฉีดเพื่อยกกระชับและเติมเต็มในบริเวณที่ต้องการโครงสร้างที่ชัดเจนขึ้น

- ลักษณะเนื้อเจล : เนื้อแน่น คงรูปได้ดี
- ความเข้มข้น HA : 20 มก./มล. ผสมยาชา Lidocaine 3%
- เหมาะสำหรับ : ยกกระชับบริเวณหน้าแก้ม เติมขมับตอบ ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ปรับรูปคางและสร้างกรอบหน้าให้คมชัด
4.Hyabell Ultra
รุ่นนี้มีเนื้อเจลแน่นและแข็งที่สุด ถูกออกแบบมาเพื่อการปรับโครงสร้างใบหน้าในผิวชั้นลึกโดยเฉพาะ ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและคงทนยาวนาน

- ลักษณะเนื้อเจล : เนื้อแน่นมากที่สุด เหมาะกับการปั้นทรง ปรับรูปหน้า
- ความเข้มข้น HA : 24 มก./มล. ผสมยาชา Lidocaine 3%
- เหมาะสำหรับ : ปรับโครงสร้างใบหน้าบริเวณ Mid-face เสริมคางและปรับกรอบหน้าให้มีมิติ เติมเต็มหน้าผากและขมับที่ตอบลึก หรือฉีดใต้ตาเพื่อแก้ปัญหาโครงสร้างกระดูกยุบตัว
ทั้งนี้การเลือกรุ่นฟิลเลอร์ที่เหมาะสมควรอยู่ภายใต้การประเมินและคำแนะนำของแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ปลอดภัย และตรงตามความต้องการของแต่ละบุคคลครับ
Hyabell Filler เหมาะกับใคร ?
ฟิลเลอร์ Hyabell เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าหรือเติมเต็มผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีปัญหาและความต้องการดังต่อไปนี้
- ผู้ที่มีริ้วรอยหรือร่องลึกบนใบหน้า เช่น ร่องใต้ตา ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ร่องมุมปาก
- ผู้ที่มีปัญหาคางสั้น ขมับตอบ แก้มตอบ ริมฝีปากบาง ต้องการเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้า
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้คมชัด โดยเฉพาะในตำแหน่ง คาง กรอบหน้า โหนกแก้ม
- ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิวและใบหน้า
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ คงตัวดี และอยู่ได้นาน
Hyabell Filler ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง ?
Hyabell Filler สามารถฉีดได้หลายตำแหน่งบนใบหน้า ขึ้นอยู่กับรุ่นของฟิลเลอร์และเทคนิคในการฉีด โดยจุดที่นิยมฉีดฟิลเลอร์ Hyabell ได้แก่
- ฟิลเลอร์ใต้ตา เติมเต็มบริเวณใต้ตาที่ลึกหรือมีร่องโหล ให้ดูสดใสขึ้น ลดขอบตาดำ
- ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ช่วยยกและเติมเต็มร่องแก้มลึก ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนเยาว์ขึ้น
- ฟิลเลอร์ขมับ แก้ขมับตอบ เติมความเต็มให้ใบหน้าดูสมดุล และเสริมความละมุนให้รูปหน้า
- ฟิลเลอร์กรอบหน้า ปรับแนวกรอบหน้าให้ชัดขึ้น ช่วยยกพยุงผิว ลดความหย่อนคล้อย
- ฟิลเลอร์หน้าผาก ช่วยเพิ่มวอลลุ่มและปรับรูปทรงหน้าผากให้ดูโหนกนูนแบบธรรมชาติ
- ฟิลเลอร์คาง ปรับทรงคางให้เรียว ได้รูป และช่วยเติมเต็มคางถอย ให้ใบหน้าดูสมส่วน
- ฟิลเลอร์แก้มส้ม เพิ่มวอลลุ่มบริเวณหน้าแก้ม ลดลักษณะแก้มแบนหรือห้อย ทำให้หน้าเด็กลง
- ฟิลเลอร์ปาก เติมเต็มให้ริมฝีปากดูอวบอิ่ม ชุ่มชื้น ปรับรูปทรงปากให้ชัดขึ้น ได้รูปตามต้องการ
- ฟิลเลอร์แก้มตอบ ช่วยเติมเต็มบริเวณที่ตอบเกินไปให้เต็มขึ้น ลดความเด่นของโหนกแก้ม
Hyabell Filler อยู่ได้นานแค่ไหน ?
ระยะเวลาการคงอยู่ของ Hyabell Filler โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ ประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับ รุ่นของฟิลเลอร์ที่ใช้, ตำแหน่งที่ฉีด, การดูแลหลังทำหัตถการ และ พฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละคน
- Hyabell Lips อยู่ได้ประมาณ 6-9 เดือน
- Hyabell Basic อยู่ได้ประมาณ 9-12 เดือน
- Hyabell Deep อยู่ได้ประมาณ 9-12 เดือน
- Hyabell Ultra อยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน
วิธีเช็ก Hyabell Filler ของแท้ ดูอย่างไร ?

แม้ว่า Hyabell Filler จะผ่านการรับรองจาก อย. ไทย และมีมาตรฐานความปลอดภัยระดับยุโรป (CE) แต่สิ่งสำคัญที่ต้องระวังคือ ฟิลเลอร์ปลอม หรือฟิลเลอร์หิ้วที่ลักลอบนำเข้ามาแบบผิดกฎหมาย หากพลาดไปฉีด อาจเสี่ยงต่อการอักเสบ ติดเชื้อ หรือเกิดก้อนแข็งใต้ผิวได้ครับ
ดังนั้นก่อนตัดสินใจฉีด คนไข้ควรรู้วิธีเช็กฟิลเลอร์ Hyabell ของแท้ เพื่อให้มั่นใจว่าได้รับการรักษาอย่างปลอดภัย อยู่ได้นาน และได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ โดยสามารถตรวจสอบได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้
1.ตรวจสอบกล่องและสติกเกอร์ อย.
- บนกล่องต้องมี เลขทะเบียน อย. ไทย ชัดเจน
- ตัวหนังสือคมชัด ไม่เบลอ ไม่พิมพ์เลอะ
- อยู่ในรายชื่อผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตจาก อย. ไทย
2.ตรวจสอบสติกเกอร์และฉลากจากผู้นำเข้า
- ต้องมีสติกเกอร์ของผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ บริษัท KNA Interpharma จำกัด
- ระบุข้อมูลครบ เช่น เลขล็อต (Lot), วันผลิต-วันหมดอายุ (EXP) และ รุ่นฟิลเลอร์
3.ตรวจสอบซองบรรจุ
- ต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่ฉีกขาด
- เข็มและหลอดฟิลเลอร์ต้องซีลเดิมจากโรงงาน
- หมายเลขล็อตบนหลอดฟิลเลอร์ต้องตรงกับบนกล่อง
4.QR Code หรือรหัสบนกล่อง
- กล่อง Hyabell Filler รุ่นใหม่มักมี QR Code ให้สแกนเพื่อตรวจสอบความแท้
- หากสแกนแล้วไม่ขึ้นข้อมูล หรือขึ้นเป็นผลิตภัณฑ์คนละชนิด ให้แจ้งคลินิกทันที
5.ดูบรรจุภัณฑ์และคุณภาพภายนอก
- กล่องต้องเป็นงานพิมพ์คุณภาพสูง สีไม่ซีด ไม่เพี้ยน
- ไม่มีร่องรอยแกะซ้ำ หรือการรีแพ็ก (Repack)

ข้อควรรู้ : การฉีดฟิลเลอร์ปลอมมีความเสี่ยงสูง อาจทำให้เกิดการอักเสบ ผิวผิดรูป และไม่สามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ได้ ดังนั้น หากต้องการผลลัพธ์ที่สวยงามและปลอดภัย ควรเลือกใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ผ่านการรับรอง และฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ในคลินิกที่ได้มาตรฐานเท่านั้น
Hyabell Filler ราคาเท่าไหร่ ?
Hyabell Filler ราคาจะแตกต่างกันตามตำแหน่งที่ฉีด จำนวน CC และรุ่นของฟิลเลอร์ที่ใช้ ก่อนฉีดแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกใช้รุ่นที่เหมาะสมกับปัญหาและจุดที่ต้องการแก้ไข จะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาสวยเป็นธรรมชาติและคุ้มค่าที่สุดครับ
เปรียบเทียบ Hyabell Filler กับยี่ห้ออื่น ๆ ต่างกันอย่างไร ?
Hyabell Filler เป็นฟิลเลอร์สัญชาติเยอรมันที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในวงการเสริมความงามของไทย สำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจ หมอได้รวบรวมข้อมูลเปรียบเทียบฟิลเลอร์ Hyabell กับแบรนด์ชั้นนำจากอเมริกาและยุโรป ได้แก่ Juvederm, Restylane และ Belotero ในรูปแบบตาราง ดังนี้
| คุณสมบัติ | Hyabell | Juvederm | Restylane | Belotero |
|---|---|---|---|---|
| ประเทศผู้ผลิต | เยอรมนี | สหรัฐอเมริกา | สวีเดน | สวิตเซอร์แลนด์ |
| เทคโนโลยีหลัก | MPT (Monophasic Particle Technology) | Vycross & Hylacross | NASHA & OBT (Optimal Balance Technology) | CPM (Cohesive Polydensified Matrix) |
| จุดเด่น | เนื้อฟิลเลอร์นุ่ม ฉีดง่าย เจ็บน้อย ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ | มีหลายรุ่นให้เลือกใช้ เหมาะกับปัญหาที่หลากหลาย โดดเด่นเรื่องการยกกระชับและให้ผลลัพธ์ที่เรียบเนียนยาวนาน | เป็นฟิลเลอร์แบรนด์แรกของโลก มีการใช้อย่างยาวนาน มีความปลอดภัยสูง และมีรุ่นที่หลากหลายเหมาะกับแต่ละสภาพผิว | เนื้อฟิลเลอร์ปั้นทรงสวย มีความยืดหยุ่นและยึดเกาะผิวได้ดี ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ |
| ระยะเวลาคงผลลัพธ์ | ประมาณ 6-18 เดือน (ขึ้นอยู่กับรุ่น) | ประมาณ 8-24 เดือน (ขึ้นอยู่กับรุ่น) | ประมาณ 6-18 เดือน (ขึ้นอยู่กับรุ่น) | ประมาณ 6-18 เดือน (ขึ้นอยู่กับรุ่น) |
| เหมาะสำหรับ | ผู้ที่ต้องการเน้นความละมุนของใบหน้า ลดริ้วรอยและปรับรูปหน้า | เติมเต็มร่องลึก ยกกระชับ ปรับรูปหน้า เช่น คาง โหนกแก้ม ขมับ | แก้ปัญหาริ้วรอยร่องลึก ปรับรูปหน้า เติมเต็มริมฝีปาก และฟื้นฟูสภาพผิว | เติมเต็มริ้วรอยร่องลึก ปรับรูปทรงริมฝีปาก และเพิ่มปริมาตรให้ใบหน้า |
การเลือกใช้ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดีนั้น ขึ้นอยู่กับปัญหาและบริเวณที่ต้องการฉีด ที่ V Square Clinic เลือกใช้ฟิลเลอร์แบรนด์ดัง มาตรฐานระดับโลก ได้รับการรับรองจาก อย. ทุกตัว โดยแต่ละตัวมีคุณสมบัติและตำแหน่งที่เหมาะสมต่างกัน แพทย์จะช่วยประเมินปัญหาและสภาพผิวของคนไข้ เพื่อเลือกรุ่น/ยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เหมาะสมที่สุด ให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ ตรงตามความต้องการและงบประมาณของแต่ละคนครับ
บทความแนะนำ
ข้อควรปฏิบัติก่อน-หลังฉีด Hyabell Filler
เพื่อให้ผลลัพธ์ของการฉีดฟิลเลอร์ Hyabell ออกมาดีที่สุดและลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ ควรเตรียมตัวก่อนฉีดและการดูแลตัวเองหลังฉีดอย่างถูกวิธี โดยปฏิบัติได้ตามคำแนะนำแพทย์ดังนี้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ Hyabell Filler
ฉีด Hyabell Filler เจ็บไหม ?
ขณะฉีดจะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้นครับ เนื่องจาก Hyabell Filler มียาชา Lidocaine ผสมอยู่ในตัวเนื้อฟิลเลอร์ ช่วยลดความเจ็บบริเวณที่ฉีดได้ดี นอกจากนี้ ความรู้สึกเจ็บยังขึ้นอยู่กับเทคนิคการฉีดของแพทย์ หากแพทย์มีประสบการณ์สูง ใช้เทคนิคที่เหมาะสม จะทำให้เจ็บน้อยลง ลดโอกาสบวมช้ำได้ครับ
Hyabell Filler มีผลข้างเคียงหรือไม่ ?
หลังฉีด Hyabell Filler อาจมีอาการบวม ช้ำ แดงเล็กน้อย ในช่วง 1-3 วันแรก ซึ่งถือเป็นอาการปกติที่พบได้ทั่วไปหลังฉีดฟิลเลอร์ มักจะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปเอง
อย่างไรก็ตาม หากหลังฉีดมีอาการฟิลเลอร์เป็นก้อน บวมไม่ยุบ หรือรู้สึกปวดแสบปวดร้อน ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการตรวจประเมินทันที เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของการฉีดฟิลเลอร์ในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง หรือมีความเสี่ยงจากการใช้ผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน
อ่านบทความเพิ่มเติม : ฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน ใต้ตา ร่องแก้ม คาง สาเหตุ วิธีแก้ไขที่ควรรู้
ฉีดฟิลเลอร์ Hyabell กี่วันเห็นผล ?
หลังฉีดฟิลเลอร์ Hyabell สามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีว่า ร่องลึกหรือบริเวณที่เติมเต็มดีขึ้น โดยประมาณ 70-80% หลังจากนั้น ผลลัพธ์จะเข้าที่ เห็นผลชัดเจนเต็มที่ใน 7-14 วัน เมื่อฟิลเลอร์เซ็ตตัวและการบวมลดลงครับ
สรุป Hyabell Filler ดีอย่างไร ? คุ้มค่าหรือไม่ ?
Hyabell Filler เป็นฟิลเลอร์จากเยอรมนี โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี MPT ที่ช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ผ่านการรับรองมาตรฐานยุโรปและ อย. ไทย ทุกสูตรมียาชาในตัว ช่วยลดความเจ็บขณะฉีด มีหลากหลายรุ่นให้เลือกใช้ ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและน่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้า และเติมเต็มผิวอย่างปลอดภัยครับ
อ้างอิง













