Jalor Filler

ทำความรู้จัก Jalor Filler ฟิลเลอร์จากอิตาลี

Jalor Filler คือฟิลเลอร์จากอิตาลีอีกหนึ่งตัวที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้า เติมเต็มร่องลึก แบบเห็นผลทันที ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นครับ

หลายคนอาจสงสัยว่า Jalor Filler ดีไหม ? ปลอดภัยแค่ไหน ? และเหมาะกับใครบ้าง ? บทความนี้หมอจะพาคนไข้ไปรู้จัก Jalor Filler ตั้งแต่เทคโนโลยีการผลิต จุดเด่นของแต่ละรุ่น วิธีแยกของแท้ ไปจนถึงการเลือกคลินิกที่ปลอดภัย เพื่อให้คนไข้ตัดสินใจก่อนฉีดได้อย่างมั่นใจ และได้ผลลัพธ์ที่สวยเป็นธรรมชาติครับ

ฟิลเลอร์คืออะไร ? ฉีดจุดไหนได้บ้าง ? ก่อนฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรกควรรู้อะไรบ้าง ?
V Square Clinic

สารบัญ Jalor Filler


Jalor Filler คืออะไร ? เป็นของประเทศอะไร ?

Jalor Filler อ่านว่า ฟิลเลอร์จาเลอร์ คือ ฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid Filler) จากประเทศอิตาลี ผลิตโดยบริษัท Jalor S.r.l. ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเจลฟิลเลอร์มาตรฐานยุโรป ในประเทศไทยมีการนำเข้าและจัดจำหน่ายโดย Key Aesthetics ซึ่งเป็นผู้นำเข้ารายหลักอย่างเป็นทางการครับ

อยากรู้จัก “ฟิลเลอร์” มากขึ้นใช่ไหม ? อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ คลิกเลย!

ฟิลเลอร์ คือ

เทคโนโลยีการผลิต Jalor Filler

Jalor Filler ใช้ Multi Chain Matrix (MCM) Technology ในการผลิต ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตขั้นสูงของ JALOR ที่ออกแบบมาเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ที่มีคุณภาพสูง ปลอดภัย และคงประสิทธิภาพยาวนาน โดยผ่านกระบวนการสำคัญ 3 ขั้นตอน ได้แก่

  1. สร้างโครงสร้างเจล HA ให้เสถียรและสม่ำเสมอ
  2. ทำให้กรดไฮยาลูโรนิกคงตัว ฉีดง่าย และคงผลลัพธ์ได้ยาวนาน
  3. ทำให้บริสุทธิ์และเนื้อเจลเนียนละเอียด ปลอดภัยตามมาตรฐานทางการแพทย์

เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ได้ฟิลเลอร์ที่ เนื้อเนียน ฉีดง่าย ปลอดภัย และให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ


Jalor Filler มีกี่รุ่น ? ต่างกันอย่างไร ?

Jalor Filler มีให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 4 รุ่นครับ แต่ละรุ่นจะมีคุณสมบัติ เนื้อเจล และระดับความหนืด (viscosity) แตกต่างกัน เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในชั้นผิวที่ต่างกัน ได้แก่

1. Jalor Sweet Touch

Jalor Sweet Touch

ฟิลเลอร์เนื้อเจลละเอียด เหมาะกับการเติมเต็มริ้วรอยตื้นถึงปานกลาง เช่น ร่องแก้ม ใต้ตา ริมฝีปาก หรือร่องรอยบริเวณผิวชั้นตื้น มีจุดเด่นคือเนื้อเจลนุ่ม ละเอียด กระจายตัวสม่ำเสมอ ไม่แข็ง หรือเป็นก้อน

คุณสมบัติของ Jalor Sweet Touch

  • ความเข้มข้นของ Hyaluronic Acid : 23 mg/ml
  • มีส่วนผสมของ Lidocaine 0.3% ช่วยลดความเจ็บขณะฉีด
  • ฉีดในชั้นกลางถึงลึกของผิว (Mid to Deep Dermis)
  • ใช้เติมเต็มริ้วรอยเล็ก ๆ รอบปาก ร่องแก้ม หรือปรับรูปริมฝีปากให้เรียบเนียน
  • อยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน

2. Jalor Sweet Kiss

Jalor Sweet Kiss

ฟิลเลอร์เนื้อเจลหนืดขึ้น เหมาะสำหรับการเพิ่มวอลลุ่มและปรับรูปทรงบริเวณริมฝีปาก คาง หรือขมับ ให้มีความคมชัด มีจุดเด่นคือเนื้อเจลแน่น ช่วยสร้างขอบปากให้ชัดขึ้นโดยยังคงสัมผัสที่นุ่มเป็นธรรมชาติ

คุณสมบัติของ Jalor Sweet Kiss

  • ความเข้มข้นของ Hyaluronic Acid : 23 mg/ml
  • มีส่วนผสมของ Lidocaine 0.3%
  • เหมาะสำหรับฉีดในชั้นลึกของผิว (Deep Dermis / Subdermal Layer)
  • ใช้เพิ่มความอิ่มฟูของริมฝีปาก ปรับคาง หรือขอบปากให้ชัดเจน
  • อยู่ได้นานประมาณ 8-12 เดือน

3. Jalor Sweet Deep

Jalor Sweet Deep

ฟิลเลอร์ที่มีความเข้มข้นของ HA สูงที่สุดในรุ่น เหมาะสำหรับการปรับโครงหน้า เพิ่มวอลลุ่ม และยกกระชับ เช่น โหนกแก้ม คาง หรือกรอบหน้า

คุณสมบัติของ Jalor Sweet Deep

  • ความเข้มข้นของ Hyaluronic Acid : 25 mg/ml
  • มีส่วนผสมของ Lidocaine 0.3%
  • ใช้ฉีดในชั้นลึกของผิว (Subdermal / Supraperiosteal Layer)
  • เจลมีความหนาแน่นสูง คงรูปดี ไม่ไหลง่าย
  • อยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน

4. Jalor Re-Style

Jalor Re-Style

เป็นฟิลเลอร์รุ่นที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับการฟื้นฟูผิว (Skin Rejuvenation) มากกว่าการเติมเต็มร่องลึก ใช้กรดไฮยาลูโรนิกบริสุทธิ์ (Non-Crosslinked HA) ที่ให้ความชุ่มชื้นสูง ช่วยปรับสภาพผิวให้ดูอิ่มฟู เรียบเนียน และสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ

คุณสมบัติของ Jalor Re-Style

  • ความเข้มข้นของ Hyaluronic Acid : 18 mg/ml
  • ไม่มีส่วนผสมของ Lidocaine
  • ใช้ฉีดในชั้นผิวตื้น (Superficial Dermis)
  • เหมาะสำหรับฉีดทั่วหน้า คอ และหลังมือ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิว
  • อยู่ได้นานประมาณ 3-4 เดือน (แนะนำฉีดต่อเนื่องเพื่อคงผลลัพธ์)

Jalor Filler ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง ?

ฟิลเลอร์จาเลอร์ สามารถใช้ฉีดได้ในหลายบริเวณของใบหน้าและร่างกาย ขึ้นอยู่กับรุ่นและความหนืดของเนื้อเจล โดยทั่วไปสามารถใช้ได้ในตำแหน่งต่อไปนี้ครับ

ฟิลเลอร์กรอบหน้า
ฟิลเลอร์แก้มตอบ
ฟิลเลอร์แก้มส้ม
ฟิลเลอร์ขมับ
ฟิลเลอร์คาง
ฟิลเลอร์ใต้ตา
ฟิลเลอร์ปาก
ฟิลเลอร์ร่องแก้ม
ฟิลเลอร์หน้าผาก
  • กรอบหน้า (Jawline) ช่วยปรับรูปหน้าให้ชัด ดูมีมิติและยกกระชับ
  • แก้มตอบ (Hollow Cheeks) ช่วยเติมเต็มเนื้อแก้มให้ใบหน้าดูอิ่มฟู สุขภาพดี
  • แก้มส้ม (Cheekbone) ช่วยยกกระชับและเพิ่มวอลลุ่มบริเวณแก้มส่วนบน
  • ขมับ (Temple) ช่วยเติมขมับที่ตอบให้ดูเต็ม หน้าดูอ่อนเยาว์
  • คาง (Chin) ช่วยปรับรูปคางให้ยาวขึ้น สมดุลกับใบหน้า
  • ใต้ตา (Tear Trough) ช่วยลดร่องลึก ใต้ตาคล้ำ ให้ดูสดใสขึ้น
  • ริมฝีปาก (Lips) ช่วยเพิ่มความอวบอิ่ม สร้างขอบปากชัด
  • ร่องแก้ม (Nasolabial folds) ช่วยเติมร่องลึกบริเวณข้างจมูกให้เรียบเนียน
  • หน้าผาก (Forehead) ช่วยปรับความโค้งของหน้าผากให้ได้รูป

ตำแหน่งที่ฉีดและปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ ควรประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติครับ


Jalor Filler ปลอดภัยไหม ? ได้มาตรฐานอะไรบ้าง ?

Jalor Filler เป็นฟิลเลอร์จากประเทศอิตาลีที่ผลิตภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับยุโรป EU GMP (Good Manufacturing Practice) และได้รับการรับรอง CE Certification ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ผ่านการทดสอบด้านคุณภาพและความปลอดภัยครับ


หลังฉีด Jalor Filler มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง ?

หลังฉีดฟิลเลอร์ Jalor อาจเกิดอาการข้างเคียงเล็กน้อยได้ ซึ่งเป็นอาการชั่วคราวและหายได้เองภายในไม่กี่วัน เช่น

  • บวม แดง หรือช้ำเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด
  • รู้สึกตึงผิว หรือมีอาการระบมชั่วคราว
  • อาจมีรอยเข็มจุดเล็ก ๆ หรือรอยแดงใน 1-3 วันแรก

Jalor Filler อยู่ได้นานแค่ไหน ?

ฟิลเลอร์จาเลอร์สามารถอยู่ได้นานประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นของฟิลเลอร์ ตำแหน่งที่ฉีด และการดูแลผิวหลังทำ

สำหรับกลุ่ม Skin Booster อย่าง Jalor รุ่น Re-Style® ผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 12-16 สัปดาห์ หลังฉีดครั้งแรก และสามารถคงความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น และความเรียบเนียนของผิวได้อย่างต่อเนื่องเมื่อทำซ้ำตามคำแนะนำของแพทย์ครับ


เปรียบเทียบ Jalor Filler กับฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่น ต่างกันอย่างไร ?

ฉีดฟิลเลอร์แต่ละจุด แนะนำฟิลเลอร์ ยี่ห้อไหน รุ่นไหนดี ?
ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ?

ปัจจุบันมีฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid Filler) หลายยี่ห้อในตลาด ซึ่งแต่ละแบรนด์มีเทคโนโลยีการผลิต ความหนืดของเนื้อเจล และจุดเด่นแตกต่างกันไปครับ

  • ฟิลเลอร์ Restylane : ผลิตด้วยเทคโนโลยี NASHA™ Technology และ OBT™ Technology ช่วยให้เนื้อฟิลเลอร์ยืดหยุ่นไปตามการขยับของใบหน้าได้ดี คงรูปนาน และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
  • ฟิลเลอร์ Juvederm : ผลิตด้วยเทคโนโลยี Hylacross™ และ Vycross™ ช่วยให้เนื้อฟิลเลอร์มีความเนียนละเอียด ยกกระชับผิว และคงตัวได้ดีมาก
  • ฟิลเลอร์ Belotero : ผลิตด้วยเทคโนโลยี CPM™ (Cohesive Polydensified Matrix) ช่วยให้เนื้อเจลมีความแน่น ยืดหยุ่นสูง และเข้ากับผิวได้ดีมาก ให้ผลลัพธ์ที่เรียบเนียนและเป็นธรรมชาติ
  • ฟิลเลอร์ Definisse : ผลิตด้วยเทคโนโลยี XTR™ (Excellent Three-Dimensional Reticulation) ที่เชื่อมโครงสร้างกรดไฮยาลูโรนิกให้เป็นร่างแหสามมิติ ช่วยยกพยุงผิวได้ดี ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ บวมน้อย
  • ฟิลเลอร์ Teoxane : ผลิตด้วยเทคโนโลยี Preserved Network Technology (PNT) ทำให้โมเลกุลของกรดไฮยาลูโรนิกใกล้เคียงกับธรรมชาติสูงสุด เนื้อเจลจึงกลืนเข้ากับผิวได้ดี
  • ฟิลเลอร์ Flore : เป็นฟิลเลอร์ Biphasic Gel ทำให้ฉีดขึ้นรูปได้ดีและยังคงความเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับการแก้ปัญหาในชั้นไขมันลึก หรือใช้ปรับรูปคางให้สวยได้สัดส่วน รุ่นยอดนิยมคือ Flore Max
  • ฟิลเลอร์ Neuramis : ผลิตด้วยเทคโนโลยี SHAPE™ (Stabilized Hyaluronic Acid & Purified Ethanol) ทำให้เนื้อเจลคงรูปได้ดี ปั้นทรงง่าย และสลายตัวช้า
  • ฟิลเลอร์ e.p.t.q : ผลิตด้วย 3 เทคโนโลยีคือ ZEEP™, 2CM™ และ Downing Process ช่วยให้ฟิลเลอร์คงรูปดี เนื้อเนียนสม่ำเสมอ ราคาจับต้องได้ แต่ระยะเวลาการคงตัวจะสั้นกว่าฟิลเลอร์ยุโรปเล็กน้อย
  • ฟิลเลอร์ Revolax : ผลิตด้วยเทคโนโลยี HEXALink™ เหมาะกับการฉีดในแต่ละชั้นผิว มีส่วนผสมของ Lidocaine เพื่อช่วยลดความเจ็บระหว่างฉีด
  • ฟิลเลอร์ Yvoire : ผลิตโดยบริษัท LG Chem ด้วยเทคโนโลยี HICE™ เนื้อเจลมีความยืดหยุ่นสูง ฉีดแล้วไม่เป็นก้อน จุดเด่นคือไซริงค์ถูกออกแบบให้ดันง่าย ลดฟองอากาศ ทำให้แพทย์ฉีดได้อย่างแม่นยำและปลอดภัยมากขึ้น
  • ฟิลเลอร์ Biohyalux : ผลิตด้วยเทคโนโลยี BioBalance™ (BioBT™) ที่สร้างโครงสร้าง 3D Network ทำให้ฟิลเลอร์คงรูปดี สลายตัวช้า และไม่บวมน้ำ เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์เรียบเนียนและเป็นธรรมชาติ
  • ฟิลเลอร์ Perfectha : ผลิตด้วยเทคโนโลยี E-Brid™ ช่วยเพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ำและความยืดหยุ่นของผิว ให้ผลลัพธ์ผิวดูอิ่มฟู ชุ่มชื้น และคงรูปดี มีความทนทานต่อการสลายด้วยเอนไซม์ตามธรรมชาติ

การเลือกยี่ห้อฟิลเลอร์ในเบื้องต้น แนะนำให้เลือกฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้นครับ เพราะแพทย์จะช่วยวิเคราะห์ปัญหา พร้อมแนะนำยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เหมาะสม รวมถึงปริมาณ CC ที่ต้องใช้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและแก้ปัญหาได้ตรงจุดที่สุด

ฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี

Jalor Filler ดีไหม ?

ฟิลเลอร์ Jalor เป็นฟิลเลอร์ที่ฉีดแล้วให้ผลลัพธ์ดี คุ้มค่าอีกตัวหนึ่งครับ ผลิตจากเทคโนโลยีขั้นสูง ทำให้ฟิลเลอร์มีเนื้อเนียน ไม่เป็นก้อน แต่มีความคงตัว กระจายตัวดี หลังฉีดจึงดูเป็นธรรมชาติ

ข้อดีของ Jalor Filler

  • เนื้อเจลละเอียด ไม่มีอนุภาคแยกชั้น กระจายตัวดี แนบผิวสม่ำเสมอ
  • เจลไม่แข็งจนเกินไป แต่ยังทรงตัวได้ดี
  • มาตรฐานยุโรป (EU GMP / CE Certified)
  • ผลิตตามเกณฑ์คุณภาพสูง และมีการทดสอบ Biocompatibility
  • มีหลากหลายรุ่นให้เลือกใช้ ทำให้สามารถเลือกให้เหมาะตามตำแหน่งบนใบหน้า

Jalor Filler เหมาะกับใคร ?

ฟิลเลอร์ Jalor เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

  • ผู้ที่มีริ้วรอยหรือร่องลึก เช่น ร่องแก้ม รอยย่นมุมปาก
  • ผู้ที่มีปัญหาใบหน้าตอบ ขมับลึก หรือคางสั้น ต้องการปรับรูปหน้าให้สมดุล
  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มวอลลุ่มบริเวณริมฝีปาก แก้ม หรือกรอบหน้า
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้ดูชุ่มชื้น สุขภาพดี
  • ผู้ที่มองหาฟิลเลอร์เนื้อเนียน ไม่เป็นก้อน และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
  • ผู้ที่แพ้ยาชาหรือมีผิวบอบบาง (สามารถเลือกสูตร No-Lidocaine ได้)
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่อยู่ได้นาน แต่ยังสามารถปรับเปลี่ยนหรือย้อนกลับได้หากไม่พอใจ

การดูแลตัวเองหลังฉีด Jalor Filler

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์
  • ควรดื่มน้ำให้เพียงต่อวัน เพื่อช่วยให้ฟิลเลอร์ฟูเต็มที่และดูละมุนธรรมชาติมากขึ้น
  • ในช่วง 48 ชั่วโมงแรก ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือกดแรง ๆ บริเวณที่ฉีด เพื่อป้องกันฟิลเลอร์เคลื่อนตำแหน่ง
  • งดกิจกรรมที่มีความร้อนสูง เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ นวดหน้า หรือทำเลเซอร์บริเวณใบหน้า อย่างน้อย 7 วันหลังฉีด
  • งดออกกำลังกายหนักใน 48 ชั่วโมงแรก
  • เลี่ยงการใช้เครื่องสำอางหลังฉีด 24 ชม.

Jalor Filler ราคาเท่าไหร่ ?

Jalor Filler ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 15,900/CC ครับ ขึ้นอยู่กับรุ่นที่ใช้, จำนวน CC ที่ฉีด, เทคนิคการฉีด และราคาโปรโมชั่นในช่วงนั้น ๆ

โปรโมชั่นฟิลเลอร์ราคา ที่ V Square Clinic

ฟิลเลอร์ราคา

รวมโปรโมชั่นพิเศษที่ V Square Clinic
เช็กราคา พร้อมโปรคุ้ม คลิกเลย!

รวมโปรโมชั่นพิเศษ ที่ V Square Clinic

วิธีเช็กฟิลเลอร์ Jalor Filler ของแท้

วิธีดูฟิลเลอร์แท้ ฟิลเลอร์ปลอมดูอย่างไร ? อันตรายจากฟิลเลอร์ปลอม
วิธีเช็กฟิลเลอร์ Jalor Filler ของแท้

การตรวจสอบว่าฟิลเลอร์ที่ใช้เป็นของแท้หรือไม่นั้นสำคัญมาก เพราะในท้องตลาดอาจมีของปลอมปะปน ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตราย เช่น ฟิลเลอร์เป็นก้อน อักเสบ หรือไหลผิดตำแหน่งได้ครับ ก่อนฉีดควรสังเกตจุดต่อไปนี้ให้ครบทุกข้อ

วิธีตรวจสอบ Jalor Filler ของแท้

  • บรรจุภัณฑ์ต้องปิดสนิท ไม่มีรอยเปิดหรือชำรุด กล่องต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่มีรอยฉีกขาดหรือเปิดใช้งานมาก่อน
  • มีใบกำกับผลิตภัณฑ์ (ภาษาไทย) พร้อมเลข อย. ที่ตรวจสอบได้จริง
  • มีเลข Lot Number ตรงกันทั้งบนกล่องและหลอดฟิลเลอร์
  • สามารถสอบถามเลข Lot กับบริษัทผู้นำเข้าโดยตรงได้เพื่อยืนยันว่ากล่องนั้นถูกนำเข้าถูกต้องตามระบบ
  • บางรุ่นจะมี QR Code ให้สแกนเพื่อตรวจสอบของแท้ได้ทันที
V Square Tips

ก่อนฉีดทุกครั้ง ควรให้แพทย์ แกะกล่องฟิลเลอร์ต่อหน้า และตรวจสอบเลข Lot ร่วมกัน เพื่อความมั่นใจว่าเป็น Jalor Filler ของแท้ 100% และปลอดภัยต่อการฉีดครับ


ฉีด Jalor Filler ที่ไหนดี ? ปลอดภัย เห็นผล

ฉีด Jalor Filler ที่ไหนดี

คำแนะนำในการเลือกคลินิกฉีด Jalor Filler อย่างปลอดภัย

  • เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน และมีใบอนุญาตประกอบการถูกต้อง จากกระทรวงสาธารณสุข
  • ฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์จริง สามารถตรวจสอบรายชื่อและเลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมได้
  • ใช้ฟิลเลอร์ของแท้ 100% ที่ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย มีเลข Lot ตรงกัน และสามารถตรวจสอบกับบริษัทผู้นำเข้าได้ทุกกล่อง
  • ดูรีวิวจากเคสจริง ที่มีภาพก่อน-หลังชัดเจน และเป็นเคสที่ทำโดยแพทย์คนเดียวกับที่ให้บริการจริง
  • คลินิกมีมาตรฐานการดูแลหลังฉีด เช่น นัดติดตามผล หรือมีบริการแก้ไขกรณีเกิดผลข้างเคียง

ฉีดฟิลเลอร์ที่ V Square Clinic เห็นผล ปลอดภัย ไร้กังวล

ฉีดฟิลเลอร์ ที่ V Square Clinic
  • ทุกเคสจะได้รับการประเมินและฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น ไม่ใช่ผู้ช่วยหรือพนักงาน
  • ใช้ฟิลเลอร์แท้ 100% นำเข้าโดยตรงจากตัวแทนจำหน่ายที่ถูกต้อง
  • มีฟิลเลอร์แบรนด์ชั้นนำให้เลือกหลายแบรนด์ เพื่อตอบโจทย์ทุกปัญหาผิว
  • มีรีวิวจริงจากผู้ใช้บริการ ซึ่งสะท้อนถึงความพึงพอใจและความไว้วางใจที่ลูกค้ามีต่อคลินิก
  • เปิดกล่อง แกะหลอดให้ดูต่อหน้าทุกเคส
  • สามารถเอากล่องฟิลเลอร์กลับบ้าน หรือถ่ายรูปไว้ตรวจสอบภายหลังได้
  • ฉีดตรงจุด เห็นผลจริง ดูเป็นธรรมชาติ ด้วยเทคนิคเฉพาะของทีมแพทย์
  • ประเมินใบหน้าฟรี ผ่านรูปถ่ายหรือแชท ไม่มีค่าใช้จ่าย
  • หมอเป็นคนตอบเอง ไม่ผ่านเซลส์ ให้คำปรึกษาตรงไปตรงมา
  • มีระบบติดตามผลหลังฉีด พร้อมนัดประเมินซ้ำฟรี เพื่อให้มั่นใจว่าผลลัพธ์ตรงตามที่ตกลงไว้จริง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Jalor Filler (FAQ)

Jalor Filler อยู่ได้นานแค่ไหน ?

โดยทั่วไป Jalor Filler จะอยู่ได้นานประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นที่ใช้, บริเวณที่ฉีด, การดูแลหลังฉีด, การเผาผลาญของร่างกาย และเทคนิคแพทย์ ก็มีผลต่อระยะเวลาการคงอยู่เช่นกันครับ

หลังฉีด Jalor Filler บวมไหม ?

หลังฉีด Jalor Filler อาจมีอาการบวมเล็กน้อยหรือรอยแดงจากเข็มใน 1-3 วันแรก ซึ่งเป็นอาการปกติของการฉีดฟิลเลอร์ สามารถประคบเย็นเพื่อลดบวมได้ และอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายในไม่กี่วันครับ

ฉีด Jalor Filler เจ็บไหม ?

ฉีด Jalor Filler ไม่เจ็บครับ เพราะในเนื้อฟิลเลอร์มีส่วนผสมของ Lidocaine 0.3% ซึ่งเป็นยาชาช่วยลดความเจ็บระหว่างฉีด และแพทย์จะทายาชาก่อนทำทุกเคส ทำให้รู้สึกเพียงแค่ตึงหรือจี๊ดเล็กน้อยเท่านั้น

สามารถฉีด Jalor Filler ซ้ำไheadtextด้เมื่อไหร่ ?

โดยทั่วไปสามารถฉีดฟิลเลอร์ Jalor ซ้ำได้หลังจาก 6-12 เดือน หรือเมื่อเนื้อฟิลเลอร์เริ่มสลาย แพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมของปริมาณและชั้นผิวก่อนการเติมทุกครั้ง เพื่อให้ผลลัพธ์ต่อเนื่องและเป็นธรรมชาติครับ

หลังฉีด Jalor Filler สามารถแต่งหน้าได้ไหม ?

หลังฉีด Jalor Filler ควรงดแต่งหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมงแรก เพื่อป้องกันการระคายเคืองและการติดเชื้อบริเวณรูเข็ม หลังจากนั้นสามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ โดยหลีกเลี่ยงการกดหรือถูแรง ๆ บริเวณที่ฉีดครับ

Jalor Filler ใช้ได้กับทุกสภาพผิวไหม ?

Jalor Filler สามารถใช้ได้ทุกสภาพผิวครับ แต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกสูตรและตำแหน่งฉีดให้เหมาะสมที่สุด


สรุป Jalor Filler ฉีดแล้วคุ้มค่าไหม ?

Jalor Filler เป็นฟิลเลอร์จากอิตาลีที่โดดเด่นเรื่องความละเอียดของเนื้อเจล กระจายตัวดี ฉีดแล้วกลืนเข้ากับผิวอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับทั้งผู้เริ่มต้นและผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าในระยะยาว โดยให้ผลลัพธ์ที่สวยละมุน ไม่แข็ง และสลายได้เองตามธรรมชาติครับ

อย่างไรก็ตาม ควรเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และอย่าลืมตรวจสอบว่าเป็นฟิลเลอร์แท้และผ่านการรับรอง อย.ไทยด้วยนะครับ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้ง 31 สาขา หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า