Reading Time: 2 minutes

ฟิลเลอร์

เมื่ออายุเริ่มมากขึ้น วันเวลาพัดพาเอาวัยสาวเข้าสู่วัยกลางคน ผิวพรรณที่เคยเต่งตึงกลับค่อยๆ แห้งหยาบกร้าน ริ้วรอย ร่องลึกเริ่มถามหา รูขุมขนกว้างขึ้น

ที่เป็นเช่นนี้เป็นเพราะคอลลาเจนใต้ผิวหนังของเราเริ่มฝ่อตัวลงจนก่อให้เกิดร่องลึก บางคนอาจจะใช้วิธีการดูแลด้วยการทำทรีตเมนต์ ทาครีมบำรุง ซึ่งอาจจะได้ผลอยู่บ้าง แต่ช้าไม่ทันใจ  

ดังนั้นในผู้ที่ต้องการเห็นผลทันที ทันใด การฉีดฟิลเลอร์ จึงเป็นวิธีที่ตอบโจทย์สำหรับผู้มีปัญหาได้ดี และยังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน

เลือกอ่านหัวข้อการฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ สารเติมเติม ตัวช่วยแก้ปัญหาผิว

ฟิลเลอร์ (Filler) สารเติมเต็ม ใช้สำหรับฉีดเพื่อเติมเต็มหรือเสริมในชั้นผิวหนังหรือใต้ผิวหนัง จัดการริ้วรอยต่างๆ ปรับสัดส่วนของโครงหน้า และรูปหน้าเพื่อให้เป็นไปอย่างที่ต้องการ

ฟิลเลอร์ส่วนใหญ่จะใช้สารหลายๆ แบบมาเป็นส่วนประกอบ อาทิ คอลลาเจน , ไฮยารูรอนิก แอซิด ( Hyaluronic acid

บางกลุ่มก็จะใช้สารกลุ่ม โพลีแอลแลคติก แอซิด (Poly-L-lactic acid) ,แคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (Calcium hydroxyapatite) ประกอบ ขึ้นอยู่กับยี่ห้อต่างๆ ว่าจะนำสารชนิดใดมาทำเป็นสารประกอบของฟิลเลอร์

แต่สำหรับในประเทศไทย มีเพียงไฮยารูรอนิก แอซิด เท่านั้นที่ได้รับการรับรอง ผ่านมาตรฐานจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

ริ้วรอย ร่องลึก จัดการด้วยฟิลเลอร์เพียงอย่างเดียวจริงหรือ ?

ฟิลเลอร์ สามารถใช้จัดการในส่วนของร่องแก้ม หรือร่องลึกได้จริง แต่ก็มีวิธีการอื่นๆ ทำได้เช่นกันแต่อาจมีข้อจำกัดต่างๆ บางประการเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น การใช้เลเซอร์,การฉีดโบท็อกซ์ รวมถึงการผ่าตัดดึงหน้า  

หรืออ่าน  7 เรื่องที่ต้องรู้ก่อน ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ที่ใครหลายคนยังไม่ทราบ

การทำเลเซอร์ สามารถลบริ้วรอย แต่เมื่อทำแล้วคนไข้จะมีแผล และจะต้องหลบแดดอยู่อย่างน้อย 1 สัปดาห์

-การฉีดโบท็อกซ์ อาจจะลบริ้วรอยได้แค่ริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า  แต่ริ้วรอยที่เป็นร่องลึกเดิมที่มีอยู่แล้ว ถึงแม้คนไข้จะไม่ได้แสดงสีหน้า การฉีดโบท็อกซ์ก็อาจจะช่วยไม่ได้  หรือร่องลึกบางแบบอาจจะแก้ไขด้วยการดึงหน้า

การดึงหน้า หมายถึง การผ่าตัด และค่าใช้จ่ายที่แพงขึ้น และต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นนาน  มีอาการบวมเขียวช้ำมาก ซึ่งคนไข้ที่กลัวการผ่าตัดวิธีการนี้จึงตัดออกไป

เมื่อเป็นเช่นนี้ “ การฉีดฟิลเลอร์ ” จึงเหมาะกับคนไข้ที่กลัวเรื่องของการผ่าตัด เพราะขึ้นชื่อเรื่องการผ่าตัด ใครๆ ก็กลัวด้วยกันทั้งนั้น และกลุ่มที่ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงมากนัก เพราะถ้าเลือกการผ่าตัดดึงหน้า ก็จะทำให้เค้าโครงหน้าเปลี่ยนได้ทันที

และมักดูออกได้ง่าย อีกกลุ่มคือ กลัวเรื่องของพักฟื้นนาน การฉีดฟิลเลอร์ สามารถเห็นผลได้ทันที แผลที่เกิดก็จะเป็นแค่รอยเข็ม ซึ่งสามารถแต่งหน้าปกปิดได้ ดูไม่ออกว่าไปทำอะไรมา

เมื่อตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ต้องรู้อะไรอีกบ้าง

เมื่อตัดสินใจเลือกแล้วว่าจะใช้วิธีการนี้เข้ามาแก้ปัญหาผิว สิ่งที่ศึกษาตามมาคือ ต้องรู้ว่า ริ้วรอยที่มีอยู่บนใบหน้า หรือรูปหน้าที่ต้องการจะปรับสามารถแก้ไขได้ด้วย ฟิลเลอร์ จริงหรือไม่ ปัญหาคนไข้เผชิญอยู่เหมาะสมที่จะใช้ฟิลเลอร์จริง หรือวิธีอื่นเหมาะสมกว่า

เพราะปัญหาริ้วรอยเหี่ยวย่นของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน และบางคนอาจมีริ้วรอยหลายชนิดเกิดร่วมกัน การรักษาที่ได้ผลดีและควรใช้วิธีใด จึงควรอาศัยการวิเคราะห์และคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ต้องรู้อีกว่าการฉีดฟิลเลอร์ไม่ใช่การวิธีการรักษาแบบถาวร ด้วยคุณสมบัติของฟิลเลอร์ ที่เป็นสารเหมือนกับผิวหนังของมนุษย์ เป็นตัวที่ทำให้ผิวพรรณเราชุ่มชื้น เต่งตึง ซึ่งร่างกายเราจะสลายสารนี้ทุกๆวัน

หน้าที่ของ ฟิลเลอร์ คือ เมื่อเราเติมเต็มสารนี้ไปบริเวณที่เป็นริ้วรอย ริ้วรอยก็จะหายไปหรือลดลงทันที และร่างกายเราก็จะย่อยสลายสารตัวนี้ให้หมดไป ภายในเวลา 12 เดือน ถึง18 เดือน

แน่นอนว่าสารปลอดภัย ไม่ไหล ไม่สะสม และไม่เป็นพิษต่อร่างกาย เพราะเป็นสารที่โครงสร้างเหมือนสารในร่างกายเราอยู่แล้ว แต่จะไม่อยู่กับเราอย่างถาวรเช่นกัน จึงจะต้องมาทำการรักษาซ้ำ เพื่อประสิทธิภาพในการรักษา

ผลข้างเคียงของฟิลเลอร์ทำให้ตาบอดได้จริงหรือ?

การฉีดฟิลเลอร์ อาจทำให้เกิดรอยช้ำ รอยเขียวจากรอยเข็ม ซึ่งสามารถพบเจอได้บ่อยๆ ซึ่งไม่ใช่ผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายมากนัก

แต่ผลข้างเคียงที่ถือว่าอันตรายอีกระดับหนึ่งคือเรื่องของการติดเชื้อสาเหตุจากเทคนิคการฉีดที่ไม่ชำนาญของแพทย์หรืออาจทำผิวไม่เรียบเนียน อาจสามารถคลำได้ หรือเห็นเป็นตุ่ม

ซึ่งสาเหตุมาจากการเลือกชนิดของ ฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะสม ในการฉีดบางตำแหน่ง ยกตัวอย่างเช่น หากต้องการฉีดบริเวณรอยย่นของตีนกาแล้วเลือกชนิดฟิลเลอร์ที่มีเนื้อหนาเกินไปก็จะทำให้เห็นเป็นก้อนผิวหนังในบริเวณผิวหนังบางๆได้

นอกจากนี้ยังมีในกรณีที่คนไข้บางรายมี อาการแพ้ฟิลเลอร์ ขึ้นมาที่หลังฉีด อาจมีอาการบวม แดงขึ้นมาได้ แต่ในกรณีที่ฉีดแล้วทำให้ตาบอดนั้น เป็นผลข้างเคียงที่เกิดได้น้อยมาก

สาเหตุมาจากแพทย์ที่ทำการฉีดไม่มีความชำนาญแล้วฉีดไปเข้าหลอดเลือดแดง หรือหลอดเลือดดำเส้นใหญ่ ทำให้ ฟิลเลอร์ ไหลเข้าไปตามเส้นเลือดและเกิดภาวะอุดตันขึ้น

ที่ร้ายแรงที่สุดคือเข้าไปอุดตันเส้นเลือดที่เลี้ยงจอประสาทตา ทำให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงจอประสาทตาเกิดการอุดตัน ทำให้ตาบอด และจะเกิดทันทีเดี๋ยวนั้นตอนที่ฉีด ซึ่งเจอได้น้อยมากๆ

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม : ฟิลเลอร์ อันตรายไหม ? มาฟังคำตอบได้ที่นี่ บอกชัดทุกเรื่อง

ถ้าฉีดฟิลเลอร์ไปแล้วไม่พอใจ เอาออกได้หรือไม่

ถ้าฟิลเลอร์ที่ใช้อยู่ในกลุ่มของสาร ไฮยารูรอนิก แอซิด ฉีดแล้วไม่พอใจ หรือเป็นก้อน ทางการแพทย์สามารถใช้ตัวยาเข้าไปทำการละลาย (Hyarulonidase)

ซึ่ง เอ็นไซม์นี้ที่จะช่วยสลายสารไฮยารูโรนิกได้ สามารถสลายได้อย่างรวดเร็ว โดยจะเกิดการยุบตัวลง และ ละลายเป็นน้ำซึมไปตามผิวหนังได้เอง

ทุกครั้งที่มีกรณีการแก้ไขเพื่อนำฟิลเลอร์ออกนั้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการแจ้งให้คนไข้ทราบอยู่เสมอว่า เมื่อฉีดสลายไปแล้วจะส่งผลให้คอลลาเจนใต้ผิวที่มีอยู่เดิมตามธรรมชาติ อาจเกิดการเสื่อมสลายไปบ้าง

ซึ่งคนไข้จะต้องทำความเข้าใจในส่วนนี้ด้วยเช่นกัน ฉะนั้นแล้วการฉีดฟิลเลอร์ หรือการละลาย ฟิลเลอร์ ควรเข้ารับการรักษากับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญจริง

ข้อควรระวัง ที่ห้ามพลาด ก่อนฉีดฟิลเลอร์

ปัจจุบันมีฟิลเลอร์ ในท้องตลาดมากมาย หลายยี่ห้อ หลายชนิด หลายประเภท ซึ่งชนิดของฟิลเลอร์ มีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท คือ ระดับชั่วคราว เช่น สารไฮยารูโรนิกแอซิด ที่ผลิตจากสารสกัดธรรมชาติดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

เมื่อฉีดเข้าบริเวณที่ต้องการแก้ไขแล้วจะคงอยู่ได้ประมาณ 12 – 18 เดือน นับว่ามีความปลอดภัยสูงและยังสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ แต่ ฟิลเลอร์ อีกชนิดหนึ่งคือ อยู่ในระดับถาวร เช่น เม็ดพลาสติก ซิลิโคน หรือน้ำมันพาราฟิน

ซึ่งจะให้ผลลัพธ์แบบถาวรที่ไม่สามารถสลายออกเองได้ ก็จะมีผลข้างเคียงในระยะยาว และมีเคลื่อนตัวจากตำแหน่งเดิมที่ฉีดเข้าไปตอนแรกได้เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง เห็นได้จากข่าวต่างๆ ที่ปรากฏ ดังนั้นไม่แนะนำให้ฉีดสารเหล่านี้

หรืออ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ : วิธีเบื้องต้นในการดู Filler ว่าเป็นของแท้หรือไม่

อย่างไรก็ตามก่อนตัดสินใจรักษาควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก และควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และมีความชำนาญในการฉีด

ซึ่งจะมีเทคนิคการฉีดต้องถูกต้องเหมาะสม มีการประเมินรูปร่างว่าบริเวณใดต้องฉีด มากน้อยเพียงใด และฉีดสารในชั้นผิวหนังที่ถูกต้อง ในปริมาณที่เหมาะสม

เพื่อป้องกันการเกิดผลข้างเคียงที่อันตรายร้ายแรงได้ นอกจากนี้ ควรเลือกฉีดในสถานพยาบาลที่มีความพร้อม เนื่องจากหากมีกรณีฉุกเฉินก็จะสามารถเข้าถึงการรักษาได้ทันท่วงที

DID YOU KNOW !!

อายุไม่ถึง 18 ฉีดฟิลเลอร์ ต้องมีผู้ปกครอง : แน่นอนว่าริ้วรอย ส่วนมากจะไม่ค่อยพบในเด็กวัยรุ่น แต่หากต้องฉีดฟิลเลอร์ ในผู้ที่อายุน้อยกว่า 18 ปี จำเป็นต้องได้รับการอนุญาตจากผู้ปกครอง และควรต้องทราบข้อดี ข้อเสียและผลข้างเคียงที่อาจเกิดก่อนทำการฉีดฟิลเลอร์ เพื่อให้คนไข้ตัดสินใจก่อนการรักษา

สนใจติดต่อสอบถาม V Square Clinic
เปิดบริการทุกวัน 11.00-20.00 น.

หรือโทร : 091-913-7000

FB : fb.com/VsquareClinic
Line@ : @vsquareclinic

ขอบคุณที่อ่านครับ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนครับ
(1 ดาว – น้อย / 5 ดาว – มาก)
[ผู้โหวตทั้งหมด: 6 เฉลี่ย : 3.5/5]